"ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มรับปัญหา ยิ้มสู้ และเชิดหน้ารับปัญหา"

เนื่องจากครูก้อยต้องย้ายที่ทำงาน

แต่ยังหาบ้านพักยังไม่ได้ จนรู้สึกเกรงใจคนที่เขาช่วยหา

คือที่ดีดีก็มีแต่ราคาแพง ไม่เหมาะสมกับเงินในกระเป๋า 

ดูตัวเองเป็นคนเรื่องมากจัง ก็พยายามจะหยวนๆอยู่เหมือนกัน

ยังไงก็จะอยู่ไปก่อนแล้วจะค่อยๆหาไป

แต่พอไปดู อย่างหลังล่าสุดเป็นบ้าน๓ห้องนอน

แต่เขาบอกว่า ขอเอาไว้เก็บของ ๑ ห้อง เราก็เหลือที่น้อยลงของที่เก็บไว้ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

แล้วมีโต๊ะ ๒ ตัว เป็นไม้พองๆเริ่มผุแล้ว สีก็ไม่ค่อยสะอาดนัก

เขาบอกว่าเอาไว้ที่นี่แหละให้ไว้ใช้ (ฟังดูเขาก็มีน้ำใจนะคะ)

ข้างๆบ้านก็มียางรถยนต์เก่า มีที่นอน หมอนเก่า

และที่สำคัญกลางบ้านมีศาลเจ้าจีนวางที่พื้น มีของวางบริเวณศาลกองออกมาที่พื้น

ก็นึกว่าแล้วจะอยู่ยังไงกันล่ะ ถ้าอยู่ว่าจะอยู่จริงๆก็คงต้องปรับปรุงมากอยู่

แล้วเกิดไปเอาของเขาทิ้งไปเขาก็จะหาว่าทำลายทรัพย์สินเขา

เลยตัดสินใจไปกลับ วันหนึ่งต้องขับรถระยะทาง ๑๓๐ กม.

ขับรถเหนื่อย แล้วน้ำมันก็แพงมาก

ที่สำคัญมันเริ่มรำคาญตัวเอง เพราะว่าพอเย็นก็ต้องรีบกลับ (ด้วยความเป็นห่วงลูกชาย)

ไปทำงานที่ใหม่ มันต้องศึกษา เรียนรู้อะไรอีกตั้งหลายอย่าง

ปลอบใจตัวเองว่าคงอีกไม่นาน ก็คงจะหาบ้านได้ แล้วก็คงจะเข้าที่เข้าทางสักที

เป็นอีกครั้งที่ครูก้อยพยายามบอกกับตัวเองว่า

"ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มรับปัญหา ยิ้มสู้ และเชิดหน้ารับปัญหา"