ถ้าคนเราไม่ไปหมกมุ่นเรื่องเพศมากเกินไป ให้ตั้งอยู่ในมัชฌิมาปฏฺปทา หรือทางสายกลาง

       เมื่อหลายปีก่อนเคยอ่านประวัติและการทำงานของท่านพล.ต.จำลอง ศรีเมือง หรือที่ชาวบ้านทั่วไปรู้จักในนามท่านมหาจำลอง มหา 5 ขัน ซึ่งท่านถือศีล 5 และปฏิบัติธรรมอยู่สายสันติอโศกของพ่อท่านโพธิรักษ์  ในการปฏิบัติธรรมของสายสันติอโศกนี้จะเน้นในเรื่องของศีลและบุญนิยมเป็นสำคัญ และเท่าที่รู้มาในการอยู่ครองเรือนของท่านพล.ต.จำลอง กับภริยาของท่านพ.ต.หญิงศิริลักษณ์ ครีเมือง ซึ่งอยู่บ้านเดียวกันแต่นอนกันคนละเตียง คือเป็นสามีภรรยาที่ไม่ยุ่งต่อกัน อยู่เป็นคู่ชีวิตที่ร่วมทำงานร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกัน แรกๆผู้เขียนก็ตั้งคำถามในใจว่า เขาอยู่ไปได้ยังไง ที่ไม่ใช้ชีวิตแบบคู่สามีภรรยาทั่วไป ยังไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่

       ทีนี่ชีวิตแบบนี้มาประสบเข้ากับตัวผู้เขียนเองบ้าง เออ!มันเป็นไปได้จริงๆ แฮะ นี่ก็ย่างเข้าปีที่ 18 แล้ว ที่ผู้เขียนอยู่กับภริยาแบบไม่ยุ่งหรือมีเซ็กซ์ต่อกัน บอกใครๆหรือเพื่อนร่วมงานในเรื่องนี้ก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ถ้าถามว่าชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมีความสุขไหม ขอตอบว่ามีความสุขครับ  การดำเนินชีวิตร่วมสังคมกับเพื่อนร่วมงานก็ปกติทุกอย่าง ยกเว้นจะไม่ชอบฟังเรื่องลามก เรื่องหยาบคาย ใครที่เคยให้คำนิยามไว้ว่า "เซ็กซ์คือปัจจัยที่ 5" ของมนุษย์ ผู้เขียนคนหนึ่งละที่ขอค้าน ทำให้ได้ข้อคิดที่ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ คือ ถ้าคนเราไม่ไปหมกมุ่นเรื่องเพศมากเกินไป ให้ตั้งอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง ไม่ทำอะไรจนสุดโต่งหรือหนักข้างใดข้างหนึ่ง ชีวิตเราก็จะทุกข์น้อย ไม่เป็นปัญหากับสังคม เรื่องวุ่นวายต่างๆก็จะไม่มี

       ในวัยหนุ่มวัยฉกรรจ์ของผู้เขียนก็เที่ยวสนุกสนานเฮฮา ใช้ชีวิตหมดเปลืองไปกับความเป็นชายชาตรีเยี่ยงผู้คนทั่วๆไป ยังอยู่ในความประมาท ศีล 5 ข้อ ก็ยังพร่องปฏิบัติได้ไม่หมด โดยเฉพาะศีลข้อที่ 3 กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะนี เพิ่งมาปฏิบัติได้เด็ดขาดตั้งแต่ปี 2551 มานี้เอง ไม่ใช่ด้วยการกระทำทางกาย แต่เป็นกระทำจากตาเห็นและส่งไปให้จิตปรุงแต่งและเกิดเป็นจินตนาการ แต่เดี๋ยวนี้จะรู้สึกเฉยๆสักแต่ว่าเห็น ว่าคนนี้สวยดี และก็หยุดแค่นั้น อยากจะฝากผู้ที่ยังไม่อยู่ในศีลธรรม กรุณาหยุดคิดเสียสักนิด เพื่อจะได้ไม่ไปทำผิด สร้างจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ให้สูงส่งต่อไป.