เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้ว ปลุกผมตื่น ผมตื่นแต่ลืมตาไม่ขึ้น คงเป็นเพราะเหนื่อยและเพลียสะสมมาหลายวัน จึงปล่อยให้ตัวเองหลับต่อ

   ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ผมตื่นอีกครั้งด้วยเสียงกวาดตาด (การกวาดลานวัดของพระสงฆ์) แต่ก็เช่นเดิม ผมยังคงลืมตาไม่ขึ้น แล้วก็หลับลงไปอีกรอบ

   ผมจำใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงผู้คนดังมาจากด้านล่าง เดาขณะนั้นว่าน่าจะเป็นเสียงชาวบ้านที่มาทำบุญ จึงละอายแก่ใจที่จะนอนต่อ

   ผมลุกจากที่นอน ที่มีผ้าห่มหนึ่งผืนปูทับไปบนเสื่อ หมอนขิด มุ้งครอบสีกรัก และถุงนอนที่เตรียมไปเอง ในศาลาชั้นบน ณ วัดป่าสุคะโต

   ผมและมิตรสหายเดินทางจาก จ.ศรีสะเกษ มาพักที่วัดป่าสุคะโต เพื่อที่จะเดินทางต่อไป จ.ชัยภูมิในสายวันนี้

กว่าจะเดินทางมาถึง กว่าจะได้เข้านอน เวลาก็ล่วงเลยสองยามไปไกล

...

   เป็นเพราะผมเคยอยู่ในดงขมิ้น จึงรู้จักและรับรู้กิตติศัพท์ของวัดป่าสุคะโตมาบ้าง รู้จักหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณและหลวงพี่ไพศาล วิสาโล พระนักคิดผู้มีจริยาวัตรที่งดงาม

   หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ท่านเป็นเจ้าอาวาสัดป่าสุคะโตองค์เดิม ก่อนที่หลวงพี่ไพศาล จะสืบทอดจากท่าน

   เมื่อครั้งยังอยู่ในผ้าเหลือง ผมพบกับหลวงพี่ไพศาล วิสาโล ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ตอนที่ผมยังช่วยงานอยู่ในสถาบันโพธิยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ ครั้งนั้นหลวงพี่ไพศาล นำเสนองานวิจัยที่สำคัญและยิ่งใหญ่เรื่องนึง

   ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมฟัง งานนั้นมีคนดังหลายคนเข้าร่วม อาทิ พระมหา ดร.บุญช่วย สิรินธโร ศ.ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ นพ.ดร.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ฯลฯ

...

   วัดป่าสุคะโต ตั้งอยู่ที่บ้านท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ กิจกรรมของวัดป่าสุคะโต นอกจากจากเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ยึดแนวทางการเจริญสติตามแบบหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ โดยหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ผู้ได้รับการฝึกโดยตรงจากท่าน แล้วยังมีกิจกรรมที่ผมรู้จักมาเนิ่นนานคือ “ธรรมยาตรา”

    กิจกรรมธรรมยาตราของวัดป่าสุคโต จัดมาแล้ว ๙ ครั้ง ริเริ่มโดย หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ คณะธรรมยาตราจะเดินเท้ากันหลายวันเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร เพื่อนำธรรมมาประยุกต์ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เชื่อมการปฏิบัติธรรมผสมผสานเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดโอกาสให้ชุมชนสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อมดีได้ด้วยตัวเรา เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนลุ่มน้ำลำประทาว นำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชนทั้งลุ่มน้ำ (http://www.world.in.th/?p=1)

   ผมว่าจะหาโอกาสไปร่วมตั้งหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่มีจังหวะได้ไป

...

   ผมเดินงัวเงียจากชั้นบนศาลา เข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านข้าง จัดการธุระตัวเองแล้ว เข้าไปนั่งร่วมกับอุบาสก อุบาสิกา ร่วมร้อยคนที่มาทำบุญในเช้าวันนี้

   ระหว่างผมจัดการธุรพตัวเอง ได้ยินเสียงเทศน์ แต่เสียงค่อนข้างเบา เข้าใจว่าได้ยินชัดเฉพาะผู้อยู่ในศาลา ตอนแรกผมเข้าใจว่าเป็นการเปิดเทปเทศนาธรรมของหลวงพ่อพุทธทาส

   แต่พอไปนั่งในศาลา พบว่าเป็นการเทศน์สด ๆ โดยหลวงพ่อคำเขียน ผมขนลุกซู่ น้ำตาปิติคลอเบ้า ผมไม่คาดคิดแม้แต่น้อยว่าผมจะมีโอกาสได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อ

   บุญมีแต่กรรมบัง หลวงพ่อเทศมาพักใหญ่แล้ว ผมเข้าไปพักเดียวท่านก็หยุดเทศน์เนื่องจากได้เวลาจังหัน

   พระสงฆ์กว่า ๑๐ รูป แบ่งสายไปบิณฑบาตรตามหมู่บ้านต่าง ๆ บางสายไป-กลับหลายกิโลเมตร เมื่อกลับมาท่านจะนำอาหารมารวมกันในภาชนะที่แม่ชีจัดเตรียมไว้

   เมื่อได้เวลาท่านก็จะนำบาตรของท่านมาตักอาหารที่จะฉันใส่รวมลงไปในบาตร ทั้งคาวข้าว กับข้าว ขนม ผลไม้ แล้วกลับไปนั่งที่เดิมที่อาสน์สงฆ์

   ก่อนที่พระสงฆ์จะลงฉันอาหาร ท่านจะนำไหว้พระสวดมนต์ เป็นบทสวดมนต์แปล ๒ บท คือ คำบูชาพระรัตนตรัย และ บทสวดนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า 

คำบูชาพระรัตนตรัย
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบ ได้โดยพระองค์เอง
พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ. ข้าพเจ้าขออภิวาท พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว
ธัมมังนะมัสสามิ.  ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม (กราบ)
สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
สังฆัง นะมามิ. ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ (กราบ)

บทสวดนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น
อะระหะโต, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทธัสสะ. เป็นผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

   โดยปกติการสวดนมัสการนอบน้อมบูชาพระพุทธเจ้า จะสวดทีละวรรคแล้วแปลไปทีละวรครค จนครบสามรอบ แต่ที่จะสวดทั้งบทไปจนครบสองรอบ แล้วบทที่สามจึงจะสวดแล้วแปลไปทีละวรรค

   ก่อนพระจะฉันท่านให้พรญาติโยม แล้วท่องบทพิจารณาอาหาร ซึ่งเป็นวัตรที่พระสงฆ์ปฏิบัติก่อนรับประทานอาหาร 

บทพิจารณาอาหาร
ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ,  เราย่อมพิจารณาโดยแยบคายแล้วฉันบิณฑบาต,
เนวะ ทะวายะ,  ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน,
นะ มะทายะ,  ไม่ให้เป็นไปเพื่อความเมามันเกิดกำลังพลังทางกาย,
นะ มัณฑะนายะ,  ไม่ให้เป็นไปเพื่อประดับ,
นะ วิภูสะนายะ,  ไม่ให้เป็นไปเพื่อตกแต่ง,
ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา,  แต่ให้เป็นไปเพียงเพื่อความตั้งอยู่ได้แห่งกายนี้,
ยาปะนายะ,  เพื่อความเป็นได้ของอัตภาพ,
วิหิงสุปะระติยา,  เพื่อความสิ้นไปแห่งความลำบากทางกาย,
พรหมะจะริยานุคคะหายะ,  เพื่ออนุเคราะห์แก่การประพฤติพรหมจรรย์,
อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ,  ด้วยการทำอย่างนี้, เราย่อมระงับเสียได้ ซึ่งทุกขเวทนาเก่า คือความหิว,
นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ,  และไม่ทำทุกขเวทนาใหม่ให้เกิดขึ้น,
ยาตรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ,  อนึ่ง, ความเป็นไปได้โดยสะดวกแห่งอัตภาพนี้ด้วย, ความเป็นผู้หาโทษมิได้ด้วย และความเป็นอยู่โดยผาสุกด้วย จักมีแก่เรา, ดังนี้. 

   พระเริ่มลงมือฉันแล้ว ญาติโยมก็ลุกไปตักอาหารที่เหลือจากพระตักมารับประทาน เริ่มจากแม่ชี ตามด้วยผู้มาปฏิบัติธรรม และชาวบ้านญาติโยมผู้มาทำบุญ และคนอย่างพวกผมที่มาอาศัยวัดนอน

   มีอาหารหลากหลายใส่อยู่ในภาชนะใบใหญ่

   ข้าวมีทั้งข้าวขาว ข้าวกล้อง และข้าวต้ม อาหารมีทั้งอาหารธรรมดาและอาหารเจ

   ผมเลือกชามสแตนเลสใบใหญ่ เป็นภาชนะ ตักข้าวกล้องสามทัพพี ผัดผักบุ้ง ตำมะเขือ น้ำพริก ฟักทองต้ม และสัปปะรส ใส่รวมลงไปในชาม แล้วเดินไปนั่งที่เดิมที่ลุกมา คือบริเวณท้ายศาลา

   พระสงฆ์ที่ฉันเสร็จแล้ว ก็จะลุกนำของใช้ที่ตนเองใช้ไปเก็บ เช่น อาสนะปูนั่ง ส่วนภาชนะก็นำไปล้างที่โรงล้างบาตรซึ่งอยู่ด้านข้างศาลา

   มีญาติโยมกลุ่มหนึ่งคาดว่ามาจากกรุงเทพฯ เข้าไปถวายของหลวงพ่อคำเขียน หลวงพ่อได้เทศน์สอน ผมจึงถือโอกาสเข้าไปใกล้ ๆ รับฟังคำสอนของหลวงพ่อด้วย

   อิ่มท้องแล้วอิ่มบุญด้วยครับ

 

   เมื่อสมัยผมอยู่ที่วัดป่า ก็มีวัตรปฏิบัติคล้าย ๆ กันนี้

   บันทึกหน้าผมจะนำประสบการณ์ในดงขมิ้นมาเล่าให้ฟังครับ