การจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
 
หลักการทั่วไป     
                บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเป็นเอกสารทะเบียนราษฎรอีกประเภทหนึ่งที่นายทะเบียนออกให้กับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยเพื่อเป็นหลักฐานสำหรับใช้แสดงตนเพื่อการการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล โดยยุคก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๗ บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจะเป็นบัตรกระดาษเคลือบด้วยพลาสติกที่ไม่มีวัสดุป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกกันว่าบัตรชนกลุ่มน้อย โดยชนกลุ่มน้อยแต่ละกลุ่มจะได้บัตรประจำตัวที่มีสีแตกต่างกัน เช่น ญวนอพยพจะเป็นบัตรสีขาวขอบน้ำเงิน  จีนฮ่ออพยพจะเป็นบัตรสีเหลือง  จีนฮ่ออิสระจะเป็นบัตรสีส้ม ลาวอพยพจะเป็นบัตรสีฟ้า  เนปาลอพยพจะเป็นบัตรสีเขียว  ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าจะเป็นบัตรสีชมพู  ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทยจะเป็นบัตรสีเหลืองขอบน้ำเงิน ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากกัมพูชาจะเป็นบัตรสีขาวขอบแดง  ชุมชนบนพื้นที่สูงจะเป็นบัตรสีเขียวขอบแดง เป็นต้น จนกระทั่งกรมการปกครองได้ออกระเบียบว่าด้วยบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงได้เปลี่ยนวัสดุและสีของบัตรให้เป็นบัตรพลาสติกชนิดที่มีแถบแม่เหล็ก ตัวบัตรเป็นสีชมพูทั้งสองด้าน โดยชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มจะได้รับบัตรประจำตัวสีเดียวกันแต่จะระบุชื่อกลุ่มชนกลุ่มน้อยของเจ้าของบัตรไว้ที่หน้าบัตรใต้รายการเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ซึ่งภายใต้ระเบียบฉบับนี้กำหนดอายุของชนกลุ่มน้อยที่จะทำบัตรได้ต้องมีอายุตั้งแต่ ๑๒ ปีบริบูรณ์ และให้บัตรมีอายุการใช้ได้ ๖ ปี
               ต่อมาเมื่อมียุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ ได้มีการแบ่งกลุ่มบุคคลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ออกเป็น ๖ กลุ่มแต่เรียกในภาพรวมว่า “กลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” ซึ่งบุคคลในกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งเป็นคนต่างด้าวแต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่สถานะยังไม่ชัดเจนว่าเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว เช่น กลุ่มเด็กนักเรียนที่บิดามารดาไม่ได้แจ้งการเกิด กลุ่มคนไร้รากเหง้าที่ไม่อาจสืบเสาะแสวงหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ชีวประวัติของตนเอง เป็นต้น และด้วยยุทธศาสตร์ดังกล่าวที่กำหนดให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำทะเบียนประวัติและออกเอกสารแสดงตนให้กับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน กรมการปกครองได้ออกระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับคนซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งภายใต้ระเบียบฉบับนี้ได้กำหนดบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียนเป็นบัตรพลาสติกที่มีแถบแม่เหล็ก ด้านหน้าเป็นสีขาว ด้านหลังเป็นสีชมพู กำหนดอายุของคนที่จะทำบัตรตั้งแต่ ๑ ขวบขึ้นไป และให้บัตรมีอายุการใช้ ๑๐ ปี
               การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยพระราชบัญญัติ การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กล่าวถึงบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย กระทรวงมหาดไทยจึงได้ออกกฎกระทรวงกำหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีการบัญญัติถึงการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยกำหนดอายุของคนที่จะทำบัตรตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน ๗๐ ปี บัตรมีอายุการใช้ ๑๐ ปี แต่ถ้าผู้ถือบัตรพ้นจากสถานะการเป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือกลายเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง บัตรนั้นจะหมดอายุการใช้ทันที  ส่วนบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่นายทะเบียนออกให้ก่อนที่จะมีกฎกระทรวงให้ยังคงใช้ได้ต่อไป  สำหรับแนวทางปฏิบัติในการจัดทำบัตรนั้น กรมการปกครองได้ออกระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยยกเลิกระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ พ.ศ. ๒๕๔๗   
                โดยสรุป ปัจจุบันบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจะมีอยู่ ๒ แบบ ได้แก่ (๑) บัตรพลาสติกที่มี   สีชมพูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นายทะเบียนจะออกให้กับคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย (มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๔) และคนต่างด้าวที่ได้รับผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษ เช่น ชนกลุ่มน้อย  แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา (มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ หรือทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘) และ (๒) บัตรพลาสติกที่ด้านหน้าเป็นสีขาว ด้านหลังเป็นสีชมพู นายทะเบียนจะออกให้กับคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยคนที่จะทำบัตรทั้งสองแบบต้องมีอายุตั้งแต่ ๕ ปีแต่ไม่เกิน ๗๐ ปี และบัตรทั้งสองแบบมีอายุการใช้ ๑๐ ปี เว้นแต่ผู้ถือบัตรพ้นจากสถานะคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยหรือกลายเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง บัตรนั้นจะหมดอายุการใช้ทันที 
 
การจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย
                กฎหมาย
                กฎกระทรวงกำหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยปฏิบัติเกี่ยวกับการทะเบียนราษฎรและกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม พ.ศ. ๒๕๕๑
                ข้อ ๒  คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยในกฎกระทรวงนี้ หมายถึง
               (๑) คนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง  และ  มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว แล้วแต่กรณี และบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
               (๒) คนต่างด้าวซึ่งได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และบุตรที่เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติฯลฯ
                ข้อ ๗  คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามข้อ ๒ (๑) และ (๒) ที่มีชื่อและรายการบุคคลในเอกสารการทะเบียนราษฎรและมีอายุตั้งแต่ห้าปีบริบูรณ์แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ต้องมีบัตรประจำตัว โดยให้ยื่น      คำขอมีบัตรต่อนายทะเบียนภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่
                (๑) วันที่อายุครบห้าปีบริบูรณ์
                (๒) วันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
                (๓) วันที่บัตรเดิมหมดอายุ
                (๔) วันที่บัตรสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด หรือ
                (๕) วันที่แก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิดในทะเบียนบ้าน 
                ข้อ ๘  บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีอายุใช้ได้สิบปีนับแต่วันที่ออกบัตร สำหรับบัตรที่ยังไม่หมดอายุในวันที่ผู้ถือบัตรมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ให้ใช้ต่อไปได้ตลอดชีวิต
               กรณีผู้ถือบัตรประจำตัวตามข้อ ๗ พ้นจากสถานะการเป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามข้อ ๒ (๑) หรือ (๒) ให้บัตรนั้นหมดอายุในวันที่ผู้ถือบัตรพ้นจากสถานะดังกล่าวและให้ผู้นั้นส่งมอบบัตรคืนนายทะเบียนภายในสิบวันนับแต่วันที่พ้นสถานะ
                ข้อ ๙  บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่นายทะเบียนออกให้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ถือเป็นบัตรที่ออกตามกฎกระทรวงนี้
                ข้อ ๑๐  กรณีมีเหตุจำเป็น ผู้อำนวยการทะเบียนกลางโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาจกำหนดให้คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยกลุ่มอื่นมีบัตรประจำตัวตามข้อ ๗ ได้ โดยให้   นำความในข้อ ๘ ข้อ ๑๑ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

 

                ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ 
                ขั้นตอนการปฏิบัติ
๐ ผู้ที่จะต้องขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ได้แก่
                (๑) คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว)
                (๒) คนต่างด้าวซึ่งได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ
                (๓) บุตรของบุคคลตาม (๑) และ (๒) ที่เกิดในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ
                ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวต้องมีอายุตั้งแต่ ๕ ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน ๗๐ ปี และต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ
๐ ระยะเวลาการขอทำบัตร ต้องยื่นคำขอภายในหกสิบวัน นับแต่
               (๑) วันที่มีอายุครบห้าปีบริบูรณ์
               (๒) วันที่นายทะเบียนเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔ หรือ ท.ร.๑๓)
               (๓) วันที่บัตรเดิมหมดอายุ
               (๔) วันที่บัตรเดิมหาย ถูกทำลาย หรือบัตรชำรุด 
               (๕) วันที่ผู้ถือบัตรแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิดในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔ หรือ ท.ร.๑๓)
๐ สำนักทะเบียนที่ติดต่อขอทำบัตร
         สำนักทะเบียนที่มีระบบการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในท้องที่อำเภอหรือท้องถิ่นที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือทะเบียน เช่น นายสัพตู มีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลสำโรง ซึ่งไม่มีระบบการจัดทำบัตรด้วยคอมพิวเตอร์ แต่เทศบาลตำบลสำโรงอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองฯ ซึ่งมีระบบการจัดทำบัตรด้วยคอมพิวเตอร์ นายสัพตู ต้องไปยื่นคำขอทำบัตรที่สำนักทะเบียนอำเภอเมืองฯ  เป็นต้น
                ขั้นตอนการแจ้ง
๑. ผู้ขอทำบัตรแสดงหลักฐานต่อนายทะเบียน ได้แก่
                  (๑) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) สำหรับผู้ขอที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว  หรือสำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๓) สำหรับผู้ขอที่เป็นชนกลุ่มน้อย เลขประจำตัว ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๖ และเลข ๗ หรือสำเนาทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘/๑ สำหรับกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา  หรือสำเนาทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ ข สำหรับกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
                   (๒) ใบสำคัญถิ่นที่อยู่หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว กรณีการขอมีบัตรครั้งแรกของคนต่างด้าวที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๔
                   (๓) บัตรประจำตัวเดิม (กรณีขอมีบัตรเนื่องจากบัตรหมดอายุ บัตรชำรุด และกรณีแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล หรือวันเดือนปีเกิด)
                   (๔) เอกสารราชการอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น สำเนารายการบัตรเดิมที่เคยถ่ายเอกสารไว้หรือขอคัดจากระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียน  หนังสืออนุญาตให้เดินทางออกนอกเขตพื้นที่ เป็นต้น
๒. นายทะเบียน
                     (๑) เรียกและตรวจสอบหลักฐานของผู้ขอมีบัตร
                     (๒) ตรวจสอบรายการบุคคลตามคำขอมีบัตร และภาพใบหน้าจากรายการประวัติการจัดทำบัตรเดิมในระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียน
                     (๓) สอบสวนเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือ กรณีมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับรายการบุคคลของผู้ขอมีบัตร
                     (๔) พิมพ์ลายนิ้วมือผู้ขอมีบัตรโดยพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาและซ้าย แต่ถ้าผู้ขอมีบัตรไม่มีนิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่งให้พิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือเฉพาะข้างที่เหลืออยู่เพียงนิ้วเดียว  ถ้าไม่มีนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างให้พิมพ์ลายนิ้วมือนิ้วใดนิ้วหนึ่งข้างละหนึ่งนิ้วเริ่มตั้งแต่นิ้วชี้ และหากไม่มีนิ้วมือเหลืออยู่เลย  ให้ยกเว้นการพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยให้บันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในคำขอมีบัตรด้วย
                    (๕) ถ่ายรูปผู้ขอมีบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์
                    (๖) พิมพ์คำขอมีบัตรจากระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียน
                    (๗) ตรวจสอบรายการบุคคลและภาพใบหน้าในคำขอมีบัตรตาม (๖) เปรียบเทียบกับหลักฐานที่มีอยู่อีกครั้ง
                    (๘) ออกใบรับคำขอมีบัตรให้แก่ผู้ขอไว้เป็นหลักฐาน
                     (๙) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยถ้าเป็นการทำบัตรครั้งแรกของ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ส่วนกรณีอื่นๆ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมบัตรละ ๖๐ บาท
                    (๑๐) ส่งข้อมูลการทำบัตรของผู้ขอมีบัตรไปยังศูนย์บริหารการทะเบียนภาคโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อผลิตบัตร
                    (๑๑) เมื่อได้รับบัตรที่ผลิตแล้วจากศูนย์ฯ ภาค ให้มอบบัตรแก่ผู้ขอมีบัตรโดยเรียกใบรับคำขอมีบัตรคืนและให้ผู้รับบัตรลงชื่อรับบัตรไว้เป็นหลักฐาน
 
กรณีตัวอย่าง  เด็กชายมานะ อายุ ๑๔ ปี เป็นบุตรของชนกลุ่มน้อยเผ่าไทยใหญ่ บิดามารดามีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ และได้จัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยแล้ว แต่เด็กชายมานะ ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรเนื่องจากในขณะสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติชนกลุ่มน้อย เด็กชายมานะ ไปบวชเณรอยู่ต่างจังหวัดแต่ ปัจจุบันได้กลับมาอยู่กับบิดามารดาแล้ว ถ้าเด็กชายมานะ ต้องการได้บัตรประจำตัวจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ หรือจะต้องทำอย่างไร
คำตอบ  ผู้ที่จะขอทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยจะต้องเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะเรื่อง และจะต้องมีหลักฐานทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ หรือทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ หรือ ท.ร.๓๘ ก  กรณีเด็กชายมานะ ถึงแม้จะพิสูจน์ได้ว่าตนเป็นบุตรของชนกลุ่มน้อยเผ่าไทยใหญ่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ ซึ่งถือเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ก็ตาม แต่เนื่องจากเด็กชายมานะ ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรจึงไม่อาจขอทำบัตรประจำตัวได้
                การแก้ไขปัญหากรณีของเด็กชายมานะ จะต้องดำเนินการให้ตนเองมีชื่อและรายการบุคคลในเอกสารทะเบียนราษฎรก่อนซึ่งมีวิธีดำเนินการ ดังนี้
                ๑. ถ้าเด็กชายมานะ เป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย สามารถแจ้งการเกิดเกินกำหนดตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อ ๕๘ หรือขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ท.ร.๑๓ ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ ข้อ ๑๐๕ ซึ่งจะได้ทำบัตรสีชมพูทั้งสองด้าน
                ๒. ถ้าเด็กชายมานะ ไม่ได้เกิดในประเทศไทยแต่เข้ามาในประเทศไทยพร้อมบิดามารดาหรือเข้ามาภายหลังบิดามารดาแต่เข้ามาก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จะต้องใช้ช่องทางการสำรวจจัดทำทะเบียนตามยุทธศาสตร์กลุ่มที่ ๑ หรือถ้าเด็กชายมานะ กำลังศึกษาเล่าเรียนในระบบโรงเรียน สามารถใช้ช่องทางการสำรวจกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งจะได้ทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ ก และได้ทำบัตรด้านหน้าสีขาว ด้านหลังสีชมพู