ในการขับเคลื่อน R2R คำถามหนึ่งที่ข้าพเจ้ามักถามตนเอง
และถามบ่อยขึ้น...ในพักหลังนี้ แต่อย่างไรคำตอบที่ดำรงอยู่ก็ยังคงเป็นคำตอบเช่นเดิมสำหรับข้าพเจ้าเอง... คำตอบที่ทำให้ข้าพเจ้ายึดนำทางแห่งการก้าวเดินในการทำงาน นั่นก็คือ ... "ใจ" ที่นำพา ให้ผู้คนได้ลุกขึ้นมาเพื่อคืนความเป็นชีวิตให้กับตนเอง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นอยู่ในซอกหลืบแห่งมุมการทำงานใดใด...
เป็นคนหน้างานที่ทำงานวิชาการที่ยิ่งใหญ่
หรือเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก...แห่งองค์กร...
เขาเหล่านี้ก็หาได้มีความแตกต่างกันไม่ ในความหมายก็ยังคงเป็น "คนหน้างาน" เฉกเช่นเดียวกัน เมื่อวานนี้ข้าพเจ้าขับรถกลับจากโรงพยาบาลสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู มุ่งมาที่บ้านพักที่ขอนแก่น... ความปิติ ความอิ่มเอมใจ ยังเต็มเปี่ยมอยู่ในความรู้สึก ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบหรอกว่า วิทยากรขับเคลื่อนท่านอื่นๆ จะมีความรู้สึกคล้ายอย่างนี้หรือเปล่านะ... แต่สำหรับข้าพเจ้าเอง เพียงแค่ได้ลงมือร่วมแบ่งปันความงดงามแห่งคุณค่าของ R2R ต่อผู้คนคนหน้างาน เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเนื้อจิตเนื้อใจของข้าพเจ้า...
หลายคนต่างมุ่งหวังว่าการมาเรียนรู้ครั้งนี้จะเครียด จากปวดหัว จะเกิดทุกขเวทนาอย่างล้นอกล้นใจ... แต่พอเมื่อได้มาเรียนรู้กลับไม่เป็นไปตามที่ตนเองวาดภาพไว้ ประเด็นนี้ข้าพเจ้าก็เลยไม่แน่ใจว่าจะดีใจหรือเสียใจดี...
แต่อย่างไรก็ตาม...จากกาลเวลาที่ผ่านมาจวบจนถึง ณ เวลานี้
ข้าพเจ้าก็ยังคงยืนยันและเชื่อมั่นต่อวิถีคิดดั่งเดิมที่ว่า หากได้ลงมือพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยนั้น จุดเริ่มต้องมาจากที่ "ใจ" ใจเป็นผู้นำพา ใจที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา...นั่นน่ะจะหนุนนำให้คนหน้างานได้มีพลังแห่งการทำสิ่งที่งดงามจากงานประจำของตนเองได้ อันเป็นการลงมือทำทำด้วยเป้าหมายที่เป็นการทำเพื่อผู้อื่น อันเป็นการทำที่เริ่มเข้าสู่เส้นทางแห่งการละความเห็นแก่ตัว...
การก้าวเดิน...การขับเคลื่อน R2R ที่ข้าพเจ้าได้มีส่วนร่วมนี้
ไม่ได้วาดหวังเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ หากแต่น้อมนำปรารถนาให้คนหน้างานได้เกิดการกู้ใจ ตนเองขึ้นมาให้มีแรงใจที่สรรสร้างความงดงามจากการทำงานประจำของตนเอง อันเป็นการงานที่ทำเพื่อผู้อื่นโดยแท้...
การก้าวเดิมไปตามวิถีเช่นนี้น่าจะเกิดเป็นภาวะแห่งการกู้ใจมากกว่า...การที่จะเป็นการเบียดเบียนจิตใจตนเอง จากสภาวะบีบคั้นแห่งความเครียดความกดดันอันหาทางออกแห่งแสงสว่างไม่ได้...
น่านะ...ก้าวเดินไปทำ R2R ไปแบบกู้จิตกู้ใจตนเอง...ขึ้นมาแล้ว
แรงใจจะปรากฏขึ้นเองในจิตในใจ
น่าจะถึงเวลาเสียทีที่เราควรจะมาร่วมกันกู้ใจคนหน้างานให้มีพลังมากกว่าการที่เราลงมือเบียดเบียนใจตนเอง...
