GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การดูแลครูจูหลิง(ต่อ)

อันความกรุณาปราณี จะมีใครบังคับก็หาไม่ หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

วันนี้มีโอกาสลงไปช่วยต้อนรับแขกผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมครูจูหลิงที่ ICU อีกครั้ง รวมทั้งได้นำ      ครูสินีนาฏ  เข้าเยี่ยมครูจูหลิงด้วย 
                                แขกที่มาเยี่ยมครู  จะได้เยี่ยมภายนอกห้องกระจก  เพื่อป้องกันการติดเชื้อ  ยกเว้น ผู้เยี่ยมที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครูจริง ๆ จึงจะได้เข้าเยี่ยมในห้อง


                           บรรยากาศของแม่ครูจูหลิง เมื่อได้พบครูสินีนาฏ  เป็นความยากเหลือเกินที่ตัวเองจะถ่ายทอดให้คนทั้งหลายที่พยายามจะเอาใจช่วยได้รับรู้ความรู้สึกของผู้เป็นแม่เมื่อยามได้เจอเพื่อนของลูกที่ประสบเหตุชะตากรรมมาด้วยกัน  ตรงหน้าคือเพื่อนของลูกที่ปลอดภัย  เมื่อเหลียวไปทางขวาคือลูกของแม่ที่แม่ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะดีหรือร้าย  ภาพที่เห็นคือต่างคนต่างโผเข้ากอดซึ่งกันและกัน  เสียงสะอื้นของคนทั้งสองน่าจะสื่อความรู้สึกเข้าถึงกันโดยไม่ต้องพูด  ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเงียบสงบ  ไม่สนใจใส่ใจต่อเสียงรอบข้างของเตียงผู้ป่วยอื่นๆ  บ้างก็น้ำตาคลอต่อภาพที่เห็น  บ้างก็หันไปทางอื่นพร้อมซับน้ำตา ส่วนคุณโกสุมภ์ผู้ตรวจการพยาบาลเข้าไปโอบผู้เป็นแม่ สักครู่หนึ่งบรรยากาศค่อยคลายความเศร้าลง  กลายเป็นภาพที่ทุกคนช่วยกันซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดูบาดแผลของครูสินีนาฏ  ครูสินีนาฏเล่าว่าตนเองโชคดีกว่า ตนถูกฝาดโดยไม่รู้ตัว ทำให้ล้มและศีรษะเข้าไปอยู่ที่ใต้เตียง จึงถูกรุมกระทืบและทำร้ายร่างกายเฉพาะส่วนที่โผล่ แม่ถามว่าลูกได้ต่อสู้หรือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ครูสินีนาฏเล่าว่า   ครูจูหลิงได้แต่ยกมือปกป้องตัวเอง จึงน่าจะเป็นสาเหตุทำให้มือหักด้วย  แม่จึงพูดว่าถ้าครูจูหลิงล้มและศีรษะเข้าไปอยู่ที่ใต้เตียงด้วย ลูกก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้


                                ช่วงระหว่างที่ครูสินีนาฏ  พูดคุยกับคุณพ่อ คุณแม่  ของครูจูหลิง  คาดว่าอีกสักพักหนึ่งก็คงจะให้ครูสินีนาฏได้เข้าเยี่ยมครูจูหลิง ตัวเองจึงออกมาเพื่อสังเกต  BP และ Pulse  ที่เครื่อง Monitor    เพื่อเปรียบเทียบว่า ถ้าครูสินินาฏเข้าพบแล้ว  Vital Signs  ดังกล่าวจะเปลี่ยนหรือไม่   พบว่าระหว่างที่ครูสินีนาฏยังไม่ได้เยี่ยม  BP  อยู่ระหว่าง  80/60 – 100/80  และชีพจรประมาณ 120 ครั้งต่อนาที  เมื่อครูสินินาฏ  คุณพ่อและคุณแม่ของครูจูหลิงเข้าพบ BP ของครูจูหลิง ปลี่ยนเป็น110/85-130/95  ชีพจร ระหว่าง 144-145 ครั้งต่อนาที  ตลอดเวลาที่ผู้เยี่ยมดังกล่าวอยู่กับครู
                                ตัวเอง  ได้ตั้งคำถามขึ้นในใจว่า  เมื่อวานช่วงที่แม่ชีศันสนีย์  มาพบครูจูหลิง BP  จากสูงจะค่อย ๆ ลดลง  แต่วันนี้เมื่อคุณครูสินินาฏ  คุณพ่อ และคุณแม่  พบครูจูหลิง ความดัน/ชีพจรกลับค่อย ๆ สูงขึ้น  จึงย้อนนึกถึงภาพความแตกต่างของบรรยากาศที่เข้าเยี่ยม  แม่ชีศันสนีย์  เข้าพบคนเดียว  ใช้มือสัมผัสอย่างนุ่มนวล  และค่อย ๆ พูดให้กำลังใจ  พร้อมทั้งบอกให้ครูจูหลิงทำใจให้สบาย  ไม่ต้องห่วงหรือกังวล  สังคมคอยช่วยเหลือ คุณพ่อ   คุณแม่     และให้ครูจูหลิงภูมิใจที่ได้เป็นครูของแผ่นดิน  แต่ภาพวันนี้  เมื่อครูสินินาฏ  คุณพ่อ  คุณแม่   เข้าพบครูจูหลิง  เป็นภาพที่ทุกคนร้องไห้ปล่อยโฮ ด้วยความกดดัน แม่บอกลูกให้ทราบว่า “ครูไก่มาเยี่ยมลูกแล้ว”  ส่วนคุณครูสินินาฏ  ก็ร้องไห้  เมื่อเห็นสภาพของเพื่อนที่อยู่กินมาด้วยกัน ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
                                สภาพของผู้เยี่ยมทั้ง 2 วัน  อยู่ในสภาพที่แตกต่างกัน  บรรยากาศจึงต่างกัน  น่าจะเป็นไปได้ที่ทำให้ Vital Signs ของครูจึงแตกต่างไปด้วย  นี่ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง (เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน)  จนกว่าเราจะสังเกตซ้ำบ่อยๆ และในผู้ป่วยหลายรายจึงจะได้คำตอบที่แท้จริง
                                ตัวเองได้ขอคุยกับพยาบาลที่อยู่ในเวรเช้า  เล่าถึงสภาพแวดล้อม และค่าของ Vital Signs  ที่แตกต่างกันทั้ง 2 วันให้น้องพยาบาลฟัง  พร้อมเสนอน้องว่าขอช่วยส่งเวรระหว่างพยาบาลด้วยกัน  เพื่อเล่าต่อ ๆ กันถึงสิ่งที่พี่จุดเล่าให้น้องฟัง  และขอให้น้องทุกคนที่ดูแลช่วยสังเกตและประเมินอาการของผู้ป่วยตลอดเวลาด้วย ว่ายามปกติที่ไม่มีใครมาเยี่ยมกับเวลาที่มีคนมาเยี่ยม สภาพของ vital signs  แตกต่างกันหรือไม่ / แตกต่างกันอย่างไร   เพื่อจะช่วยให้พยาบาลมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น  ขณะเดียวกันได้บอกน้องว่า  อย่ามัวดูแลพยาบาลเฉพาะร่างกายจนลืมดูแล ห่วงใยอาทร ถึงสภาพจิตใจผู้ป่วยด้วย  น้องควรได้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ป่วย ญาติ หรือผู้มาเยี่ยม ด้วยการเป็นคนกลางในการสื่อสาร  และยามที่ว่างเว้นจากหัตถการ/กิจกรรมต่างๆ ในแต่ละเวร ควรได้เปิดเพลงบรรเลงคลอเบาๆให้ผู้ป่วยได้ฟังด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 30762
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

อ่านแล้ว..ทั้งเศร้า..ทั้งตื้นตันใจ
ขอเอาใจช่วยและส่งแรงใจ  ให้ทั้งครูจูหลิง  และทีมแพทย์-พยาบาล  ผู้ดูแล

ขอบคุณ"พี่จุด"มากคะ...ที่ไม่ลืมเน้นย้ำ...เรื่องการดูแลจิตใจ

จิตเป็นนาย-กายเป็นบ่าว

เชื่อในพลังใจ...พลังแห่งรัก

พลังเชิงบวก...

ขอเป็นกำลังใจให้ "ครูจุ้ย"....

และ...ทีมดูแล...พักผ่อนให้เพียง

เพราะพลังสัมผัสจากท่านๆ...ทีมผู้ดูแล

มีผลสำคัญอย่างมากต่อ...ครู

 

เชื่อว่าครูจูหลิงรับรู้ถึงความรู้ และสัมผัสได้

เอาใจช่วยพี่ๆพยาบาลที่ทำหน้าที่ดูแลครู ให้ครูรับรู้แต่สิ่งที่ดีๆ ไม่รู้สึกห่วงอะไร เพื่ออาการที่ดีขึ้นครับ

พี่จุดช่วยถ่ายทอดเรื่องราวดีๆมาให้พวกเราอ่านได้ "ลึกซึ้ง" จริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูจูหลิง รวมถึงผู้ดูแลทุกท่านด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ คุณพยาบาล จะรอติดตามบันทึกต่อไปค่ะ เชื่อว่าคุณครูจูหลิงน่าจะรับรู้ ผ่านกระแสจิตหรืออะไรก็ตามแต่ สุดท้ายขอให้ปาฏิหารย์เกิดด้วยเถอะ วันนี้ก็ได้มีโอกาสทำ Lab. คุณครูจูหลิงด้วย พยายามรีบทำที่สุด ปรกติเวรเที่ยงทำแค่คนเดียว Osmo. จะวางไว้ก่อนแต่พอเห็นชื่อครูจูหลิง รู้สึกว่ามีอิทธิพลกับใคร ต่อใครหลายคน เราจึงต้องทำให้ก่อนและทำให้เร็วด้วย  ก็ขอให้คุณครูหายเร็ว ๆด้วยเถอะ

ขอเป็นกำลังใจให้คนรอบข้างของครูจูหลิงนะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ เป็นคนที่เข้มแข็งมาก ๆ เชื่อได้ว่า ครูจูหลิง คงสัมผัสได้ถึงความรัก และความเข้มแข็งนี้ ตัวเองทำงานอยู่ในมอ. แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเลย แต่ก็ส่งกำลังใจให้ตลอด เข้าใจความรู้สึกของหัวอกคนเป็นแม่ค่ะ เสียใจแค่ไหน แต่ก็ต้องเข้มแข็ง ไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น วันนี้ เดินทางมาประชุมที่ กทม. นั่งคุยกับคนขับแท๊กซี่  พอรู้ว่าเราทำงานในมอ. เขาก็ฝากความห่วงใยมาให้ครูจูหลิง ด้วยนะคะ อยากให้ครูได้รับรู้ ว่า อยากให้ครูเข้มแข็ง  มีเด็ก ๆ หลายคน ที่รอแม่พิมพ์ของชาติคนนี้ รีบฟื้นเร็ว ๆ นะคะ

ขอบคุณพี่จุดเป็นอย่างมากที่คอยส่งข่าวเล่าเรื่องได้อย่างลึกซึ้งละเอียดอ่อน นอกจากทำให้เราได้ทราบข่าวคราวของคนที่พวกเราทุกคนห่วงใยแล้ว ก็ยังทำให้เราได้คิดด้วยว่า หากเราได้ไปเยี่ยมผู้ป่วย เราจะต้องปรับตัวปรับใจอย่างไร เพื่อให้เราได้มีส่วนช่วยผู้ป่วย

จะคอยอ่านข่าวต่อๆไปค่ะ พร้อมๆกับส่งกำลังใจไปให้คุณครูจุ้ย คุณแม่คุณพ่อ และผู้ดูแลทุกท่าน ให้เข้มแข็งและเชื่อมั่นว่าเราทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้วทุกขณะจิต

สวัสดีคับแม่ ดีใจจังที่ได้เห็นแม่ในอีกมุมหนึ่ง ดูท่าทางแม่จะสนุกและมีความสุขนะ จะคอยติดตามเรื่อยๆ นะคับ รักแม่จัง 

ขอบคุณครับก้องที่ให้กำลังใจ

               ช่วงนี้การให้ข่าวของคุณครูจูหลิงจะเงียบๆลง แต่การดูแลรักษายังคงเต็มที่ ในด้านอาการทุกคนหาอ่านได้ในเว็บไซด์คณะแพทย์ มอ. ในด้านการดูแลพยาบาล เราดูแลทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเสมือนหนึ่งคนปกติที่รับรู้ทุกอย่าง  ถึงวันนี้ไม่มีอาการติดเชื้อ ไม่มีแผลกดทับ  คุณพ่อคุณแม่ยังคอยดูแลเฝ้าอาการ มีการทยอยส่งของที่ประชาชน นักเรียน ส่งมาให้เป็นกำลังใจ กลับบ้านของพ่อแม่ที่เชียงราย  น่าชื่นชมบริษัท รสพ ที่เมื่อได้รับการติดต่อเพื่อส่งของกลับบ้านครูจูหลิง ทางบริษัทส่งพนักงานมาทันที และไม่คิดค่าขนส่ง นี่แหละน้ำใจของคนไทยที่มีอยู่ในทุกคน