ภาษาอังกฤษ โรงเรียนประถมของรัฐ

คุณพ่อน้องเก่ง(นามสมมุติ)รับราชการอยู่ที่อำเภอแห่งหนึ่ง

ห่างตัวเมืองไปสัก50กิโลเมตร

อำเภอแห่งนั้นไม่ได้กันดาร

มีโรงเรียนอนุบาลที่ดีระดับหนึ่ง

คุณพ่อคุณแม่ก็ไว้ใจให้น้องเก่งเรียนที่นั่น

แต่พอขึ้นชั้นประถมน้องเก่งต้องย้ายโรงเรียน

คุณพ่อคุณแม่มีทางเลือกคือย้ายไปโรงเรียนเอกชนอีกแห่งที่มีชั้นประถมด้ว

หรือเรียนที่โรงเรียนของรัฐ ซึ่งมีความเชื่อว่าวิชาการดีกว่า แต่เรียนภาษาอังกฤษช้ากว่า

หรือถ้าไม่เช่นนั้นก็ต้องส่งลูกไปเรียนในตัวเมืองอย่างที่พ่อแม่หลายคนทำ

แต่คุณพ่อสังเกตว่าเด็กที่เข้าไปเรียนในตัวเมืองต้องตื่นเช้า

และเดินทางไกลทุกวัน ทั้งเหนื่อยทั้งเสี่ยงอุบัติเหตุ

คุณพ่ออยากให้น้องเก่งได้ใกล้ชิดพ่อแม่ และมีเวลาได้เล่นในตอนเย็นมากกว่า

แต่ก็ยังอยากให้น้องเก่งได้ต่อยอดวิชาภาษาอังกฤษด้วย

จึงตัดสินใจเรียนโรงเรียนรัฐในตัวอำเภอ

 และเสริมภาษาอังกฤษโดยส่งไปเรียนพิเศษในตัวเมือง ทุกวันเสาร์

 

การเรียนที่โรงเรียนรัฐในอำเภอทำให้น้องเก่งมีเพื่อนที่หลากหลายมาก

น้องเก่งมีของเล่นแปลกๆ เรื่องเหลือเชื่อ เรื่องเวทมนต์หมอผี และภาษาที่แตกต่างมาเล่าให้คุณแม่ฟังแทบทุกวัน

น้องเก่งโตขึ้นแล้วสามารถเลือกทำตาม

และเลือกกลุ่มเพื่อนที่สบายใจจะเล่นด้วยได้ คุณแม่ก็วางใจ

น้องเก่งเองไม่เก่งด้านภาษา ถนัดคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์มากกว่า

ไม่เหมือนพี่เก๋ที่เรียนภาษาเก่งกว่าคณิตศาสตร์

แม้กระนั้นการไปเรียนภาษาอังกฤษวันเสาร์ก็ไม่ทำให้น้องเก่งต้องเป็นทุกข์เป็นร้อนมากนัก

เพราะครูภาษาอังกฤษชาวเบลเยี่ยมน่ารัก เข้าใจเด็ก

และมีกิจกรรมมาสอนให้เด็กได้ใช้ภาษาโดยไม่ทำให้น้องเก่งเบื่อ

น้องเก่งมีใบงานที่ได้รับเลือกให้ติดบอร์ดด้วยนะ

 

โรงเรียนภาษาที่น้องเก่งเรียนจะมีการสอบวัดผลเป็นระยะ

เพื่อทราบความก้าวหน้าของเด็กและใช้พิจารณาเลื่อนระดับความยากขึ้นด้วย

ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วน้องเก่งสอบ วันนี้ก็จะประกาศผล

คุณแม่ไปส่งน้องเก่งด้วยความสบายใจ

 

คุณแม่มารับตอนเลิกเรียน น้องเก่งยิ้มร่า

วิ่งลงบันไดมาพร้อม ตะโกนบอกแม่ว่า

แม่ครับผมสอบได้ ดี หมดทุกตัวเลย

คุณแม่ยิ้มรับ

แต่เมื่อดูรายงานผลสอบ

แล้วยิ้มเจื่อนๆให้น้องเก่งเพราะรายงานผลการเรียนเป็นดังนี้

 

การอ่าน=D, การเขียน=D,  การพูด=D, คำศัพท์=D”