OPPORTUNITY

  ติดต่อ

  โอกาส ทำอย่างไรดี  

ยุทธศาสตร์

 เราจะ "รอ แสวง หรือ สร้าง โอกาสในการพัฒนา"

 นั่งฟังบรรยาย " การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่" ที่ข้าราชการมาเข้ารับการอบรมที่ศูนย์บริการวิชาการ จัดระหว่างวันที่ ๒๓ ถึง ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๙

 การวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประเด็นที่ อ.ดร.สมโภชน์ นพคุณ ที่ปรึกษาระบบราชการ อดีตผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน ท่านเล่าประสบการณ์ให้ ทีมงานข้าราชการที่เข้ารับการอบรมฟังว่า

 " ข้าราชการต้องวิเคราะห์ ตนเอง และ หน่วยงาน ว่ามีศักยภาพเพียงใด เมื่อวิเคราะห์แล้ว จะทำงานให้มีประสิทธิภาพ ต้องสร้างแรงขับเคลื่อน 

 อย่ามัวแต่รอโอกาส ต้องแสวงหาโอกาส ถ้าจะดีกว่านั้นต้อง สร้างโอกาสในการพัฒนา"

 ต้อง "ลดแรงต้านจากภายนอก และ ต้องเพิ่มแรงผลักจากภายในองค์กรให้ไปข้างหน้า"

JJ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 30735, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #knowledge#tacit#human#capital#ยุทธศาสตร์การพัฒนา#การบริหารทรัพยากรบุคคล

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (3)

เปมิช
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 

มีคำกล่าวหนึ่ง กล่าวไว้ว่า

"Ability without opportunity means nothing"

การรอโอกาส ไม่น่าจะสู้ การสร้างโอกาส ได้

การจะสร้างโอกาสนั้น ข้าราชการควรเป็นคน

  • Creative
  • Innovative
  • รู้จักทำงานแบบ Bottom-Up
  • ทำงานด้วยใจ ไม่ใช่ทำไปวันวัน
  • ทำงานเพื่อชาติและประชาชนเป็นหลัก
  • รู้จักพัฒนาตนเอง ศึกษา ค้นคว้า เรียนเพิ่มเติม

ในขณะเดียวกัน ผู้บังคับบัญชาต้องให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชา เสนอความเห็นหรือแสดงความสามารถด้วย

อย่าไปคิดว่า ลูกน้องทำอะไรข้ามหน้าข้ามตา หรือนอกเหนือคำสั่ง ต้องรู้จักให้อภัยและใจกว้าง

เช่น เมื่อจะไปดูงาน (ทั้งในและต่างประเทศ) ควรให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะซีเท่าไรหรือไม่มีซี ไม่ใช่ว่า ทุกครั้งที่ไปดูงาน คนที่ไปก็เป็นคนเดิม ซี 8 - 10 เท่านั้น

และเมื่อกลับจากการไปดูงานทุกคนที่ไปควรเขียน Paper มาว่าได้อะไรจากการไปดูงานครั้งนั้นๆ และจะนำไปพัฒนางาน พัฒนาชาติได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ไปเที่ยวกันอย่างในปัจจุบัน paper ที่เขียน ควรมีความยาวพอสมควรกับระยะเวลาที่ไปดูงาน เช่น ไป 7 วัน รายงานควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 7 หน้ากระดาษ A4 แล้วตั้งไว้ที่ส่วนกลางของสำนักงาน เพื่อคนที่ไม่ได้ไปจะได้มาอ่านบ้าง เหมือนไปดูงานทางอ้อม อาจเขียนเป็นบันทึกกิจกรรมรายวัน ว่าแต่ละวันทำอะไรบ้าง ไปดูอะไรบ้าง แล้วมีสรุป  Trip นี้ได้อะไรมาบ้าง และมีบทวิจารณ์ และถ้าเป็นไปได้ควรมี Presentation ให้แต่ละคน บรรยายสิ่งที่ได้ไปเรียนรู้มา ไม่อย่างนั้น การไปดูงานก็คือการผลาญงบประมาณของชาติ ให้คนกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวฟรี แค่นั้นเอง บางหน่วยงานไปเที่ยวต่างประเทศกันแทบทุกเดือน คนที่ไปก็กลุ่มเดิมๆ

ต้องปรับตัวกันทั้งหมด ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา

Panda
IP: xxx.28.35.2
เขียนเมื่อ 

เพียงแค่นำมาเล่าอย่างท่านอาจารย์ JJ ใน blog นี้  ผมก็คิดว่าเยี่ยมแล้วนะครับ  ไม่จำเป็นต้องทำ Paper หรือ Presentation อะไรให้ยุ่งยาก   บางคนโดยเฉพาะซีสูง ๆ presentaion เยี่ยมแต่ present เสร็จยังจำไม่ได้ว่าเสนออะไรไป ? เพราะไม่ได้เตรียมเอง !!!

เปมิช
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณครับ
  • ผมเกรงว่าเวลาเล่า คนในหน่วยงานไม่สามารถเข้าฟังได้ทุกคนนะสิครับ
  • ถ้าเขียนเป็น Paper คนที่ไม่ว่างมาฟังเวลาที่มีการเล่าให้ฟังจะได้หยิบมาอ่านได้ทุกเวลาที่อยากอ่าน
  • อีกอย่างถ้าเล่าสดๆ อาจมีบางหัวข้อที่ตกหล่นไป ถ้าเขียนนี่ต้องใช้เวลาคิดทบทวนสักหน่อย
  • และการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร นี่ก็ช่วยกันลืมได้เป็นอย่างดีครับ เวลาผ่านไปสักเดือนหรือสองเดือนก็อาจลืมไปแล้วว่าไปดูอะไรมาบ้าง และที่ไหน
  • เพราะว่ามีหน่วยงานแห่งหนึ่งที่เมืองสาระขัน ไปเมืองนอกกันแทบทุกเดือน ถ้าลองไปถามเขาว่า ปีที่แล้วไปไหนมามั่ง เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครจำได้ เพราะว่านับกันไม่ถ้วนจริงๆ
  • อีกอย่างเป็นการดีกับผู้ไปดูงานด้วย วันดีคืนดี หวยออก สตง เรียกไปสอบว่าทำไมหน่วยงานนี้ไปเมืองนอกกันบ่อยจัง ไปดูอะไรกันนักหนา ถ้ามี Paper สตง คงหายสงสัย