
วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมาไม่ควรผ่านไปโดยไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่สำคัญหนึ่งที่เกิดขึ้นในอินเดีย
เป็นวันที่พลิกประวัติศาสตร์ของชาวฮินดูเพราะมีชาวพุทธใหม่กว่า 5 แสนคน ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามะกะ ณ บริเวณดิกฉะภูมี กลางเมืองนาคปูร์ รัฐมหาราษฏร์ เป็นวันที่ 14 ตุลาคม 1956
หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ดร.เอมเบดการ์ ผู้ซึ่งกล่าวคำอมตะว่า
If there is any name which is known outside India, which is popular and revered,it is not the name of Ram or krishna, but the name of the Buddha.
แปลเป็นไทยว่า
ถ้าจะมีพระนามใดที่เลื่องลือ โด่งดังและเป็นที่เคารพนับถือนอกประเทศอินเดีย คงไม่ใช่พระนามของพระรามหรือพระกฤษณา แต่เป็นพระนามของพระพทุธเจ้าเท่านั้น
ดร.เอมเบดการ์เสียชีวิตในเวลาต่อมาเพียง 7 สัปดาห์ เป็นวันที่ 6 ธันวาคม 1956 หลังจากได้นำผู้คนในวรรณต่ำสุด ปฏิญาณตนเป็นพุทธมามะกะอีกจำนวนหลายแสนคน
ท่านได้กล่าวไว้ก่อนสิ้นใจว่า
ข้าพเจ้าเกิดมาจากตระกูลศูทรที่นับถือศาสนาฮินดู แต่ขาพเจ้าขอตายในฐานะเป็นพุทธศาสนิกชน
ขอระลึกถึงและไว้อาลัยแด่ดร.ภิมเรา รามจี เอมเบดการ์ ณ ที่นี้ครับ

สวัสดีค่ะ
เคยอ่านประวัติของท่าน
ตั้งแต่เป็นเด็กที่ถูกเหยียดหยามตามวรรณะ
จนถึงการประกาศตัวเป็นพุทธมามะกะ
ขอร่วมระลึกถึงความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของท่านด้วยค่ะ
ตันติราพันธ์
ดร.เอมเบดการ์เกิดมาเพื่อที่จะเป็นนักต่อสู้ชีวิตอย่างแท้จริง
ไม่เคยยอมจำนนกับชะตากรรมและสิ่งแวดล้อมที่เผชิญอยู่
สามารถทำสิ่งที่ทำให้เราต้องยอมรับว่า มนุษย์เราไม่ว่าจะมีชาติกำเนิดหรือฐานะอย่างไร หากมีความพยายามและตั้งใจจริงๆ แล้ว ทำอะไรก็สำเร็จได้เช่นกัน
จากวรรณต่ำ ไม่มีค่า ไม่มีโอกาส ก็สามารถสร้างตนให้มีคุณค่าสูงส่งราวกับเพชรได้เสมอ
เป็นบุคคลที่เราควรยกย่องในระดับโลกได้ทีเดียว
คูรตา ลป.ครับ
พระพุทธรูปนี้งดงามจริงๆ ครับ ผมเคยบันทึกไว้แล้วในบันทึกนี้ http://gotoknow.org/blog/poldejw/261713
เป็นสวนพุทธแห่งเดียวในเดลี เสียดายที่ไม่มีคนไปพัฒนา กลายเป็นสวนสำหรับคนหนุ่มสาวไฟแรงไปเสียแล้ว
สำหรับดร.เอมเบดการ์นั้น ต้องยอมรับว่าเป็นรัฐบุรุษผู้นำชาวพุทธในอินเดียครับ หากไม่เสียชีวิต(ที่ยังเป็นปริศนา) ก็คงทำให้ชาวพุทธอินเดียเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่งครับ
ประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถนำพุทธศาสนากลับไปยังอินเดียได้ครับ ซึ่งก็กำลังมีการดำเนินการกันอยู่ แต่คงต้องใช้เวลาพอสมควร ที่สำคัญพระสงฆ์ไทยต้องพร้อมที่จะเดินทางไปเผยแพร่ศาสนายังดินแดนพุทธภูมิครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งวิถีชีวิต ทั้งภาษา ทั้งความเป็นอยู่ต่างๆ
ผมจำได้ว่าในอินโดนีเซียเช่นกัน เคยเป็นเมืองพุทธมาก่อน ต่อมาเสื่อมไปกว่า 500 ปี จึงมีพระธรรมทูตไทยนี่ละ กลับไปฟื้นฟูเมื่อสัก 30 ปีก่อน จนชาวพุทธอินโดเพิ่มจำนวนเป็นกว่า 10 ล้านคนและเป็นศาสนาหนึ่งที่ทางการยอมรับแล้ว
ขอบคุณนะครับที่แวะมาทักทายกัน
สวัสดีครับ
ได้อ่านเรื่องระลึกถึง ดร.ภิมเรา รามจี เอมเบดการ์ ทำให้นึกถึงงานดิกฉะภูมี เมืองนาคปูร์ ที่เคยไปร่วมกิจกรรมนักศึกษาไทย
เป็นความประทับใจ ที่ได้เห็นชาวพุทธนับล้านคนมาร่วมกิจกรรมการประกาศตนเป็นพุทธมามกะ