การมอง  การสังเกตสังคมท้องถิ่น  ชีวิตชนบท  มันมีการมองหลายแบบ  ผ่านเลนส์การตีความหลากหลายแนวทางทัศนะ  ผมเพิ่งอ่านบทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์ สนใจมากเลยตัดมาท่อนหนึ่ง

"...จะเห็นได้ว่า ภาคเกษตรไทยนั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ  แต่กลับปรากฏว่าศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรไทยต่ำกว่าภาคอื่นๆ กล่าวคือ ภาคเกษตรใช้จำนวนแรงงานมาก  แต่กลับได้ค่า GDP น้อยที่สุด และเมื่อคำนวณอัตราส่วนแรงงานต่อ GDP ภาคเกษตรคิดเป็นเกือบ 11 เท่าของภาคอุตสาหกรรม หรือคิดประมาณ 4 เท่าของภาคการค้าส่ง ค้าปลีก ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประสิทธิภาพทางการผลิตในภาคเกษตรต่ำ จึงทำให้ผลตอบแทนจากการใช้แรงงาน หรือรายได้ที่ได้จากการใช้แรงงานนั้นต่ำ  ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ต่อคนต่ำตามไปด้วย  โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,230 บาทต่อคนต่อเดือน (คำกล่าวของ นพ.จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2549) จึงเป็นเหตุสำคัญให้แรงงานภาคเกษตรไหลออกไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นที่มีรายได้สูงกว่า..."  

(คัดส่วนหนึ่งมาจากบทความ "ศักยภาพภาคเกษตรของไทย  ในความเป็นจริง  โดย ดร. พรศรี เหล่ารุจิสวัสดิ์  สำนักที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์  นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 14 ตุลาคม 2552  ทัศนะวิจารณ์  หน้า 11)

พออ่านจบ  ผมตีความเองว่าบทความนี้สื่อว่า "ประสิทธิภาพทางการผลิตในภาคเกษตรต่ำ"  แม้ว่ามองว่าศักยภาพของภาคเกษตรกรรมไทยนั้นมีมาก ซึ่งเป็นเหตุให้รายได้ต่ำ  ขาดแรงจูงใจในการคิดค้นนวัตกรรมเข้ามาใช้ในภาคเกษตร และมีข้อเสนอแนะให้ภาครัฐรวมถึงภาควิจัยเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจังมากขึ้น

แต่ผมยังสงสัยว่า...

การผูกโยงประสิทธิภาพการผลิต กับ GDP  มันอาจจะถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์

แต่หากมองอย่างนี้กันหมด  ทุกคนก็จะไม่แห่ไปทำสิ่งที่ได้เงินมากกว่าหรือ?

น่าจะใช่?   คนส่วนใหญ่ในสังคมทำอย่างนั้น  จึงต้องทิ้งถิ่นไปทำอย่างอื่นแทน

แต่ยังมีคนไม่น้อย ที่ยังทำแบบเดิม  ยังผลิตอาหารให้โลกแม้จะมีเงินน้อย  ทำไมยังอยู่ในฐานที่มั่นของตัวเองได้   เพราะอะไร?