แล้วก็มีเรื่องฟัดกับอัยการในคดี แต่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เรื่องนั้นเป็นคดีลักรถจักรยานยนต์ จำเลยถูกหาว่าลักรถจักรยานยนต์เพราะก่อนรถจะหายจำเลยไปเมาแถวหน้าบ้านผู้เสียหาย แต่ขณะมีคนร้ายลักทรัพย์ไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ แต่เนื่องจากในตอนเช้าตำรวจไปพบรถจักรยานยนต์ที่ทางสามแพร่ง แพร่งหนึ่งไปบ้านจำเลยได้ จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นคนลัก ผมรับคดีนี้เพราะเป็นญาติกับพยาบาลซึ่งภรรยาผมทำงานด้วย ว่าความฟรีอีกนั่นแหละ อิอิ ปรากฏว่าเมื่อไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย ศาลก็เลยยกฟ้อง
อัยการเจ้าของสำนวนในขณะนั้น (โปรดอย่าลืมว่า ตอนนั้นผมยังเป็นทนายอยู่ อิอิ)อุทธรณ์ว่า “โจทก์ไม่เข้าใจว่า ถ้าจำเลยไม่ใช่คนร้ายแล้ว รถจักรยานยนต์จะไปจอดอยู่ปากทางเข้าบ้านจำเลยได้อย่างไร” ว่าเข้านั่น....ผมก็ต้องเขียนแก้อุทธรณ์ แต่เขียนอุทธรณ์ด้วยความสนุกและอารมณ์ขัน ศาลอ่านคำแก้อุทธรณ์ผมแล้วหัวเราะก๊าก... เพราะผมเขียนว่า ถ้าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์จริงทำไมเอาไปทิ้งไว้อย่างนั้น และจำเลยไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เมื่อโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้าย จำเลยจะต้องไปรับผิดชอบคดีที่จำเลยไม่ได้ก่อทำไม...ฮา...และหากโจทก์เชื่อว่าคนที่มีทางเข้าบ้านอยู่ตรงนั้นเป็นคนร้าย ก็ต้องจับเอามาทั้งหมู่บ้านไม่ใช่จำเลยเพียงคนเดียว ฮา...
อัยการท่านนี้ว่าความสู้กับผมหลายคดีส่วนใหญ่ผมจะชนะคดีอยู่เรื่อย จนผมสอบอัยการได้ ในที่สุดก็มาเป็นลูกน้องท่านและผมก็โดนยำเสียเละ ฮ่าๆ แต่ลูกพี่ไม่เอาด้วย ถ้าไม่ลืมผมจะเล่าให้ฟัง อิอิ
มีคดีหนึ่งที่ลูกความมาหาผมบอกว่าถูกโกงเรื่องไปซื้อที่ดิน ขอให้ฟ้องคดีอาญาเอามันติดคุกให้ได้ ว่าความเท่าไหร่บอกมาสู้เต็มที่ ผมขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ผมยื่นโนติ๊สไปถึงฝ่ายผู้ขาย ซึ่งเขาก็ดีครับมาพบผมที่สำนักงาน แต่มาถึงเรื่องที่เขาเล่ากลับตาลปัตรครับ กลายเป็นว่าลูกความผมไปโกงเขาต่างหาก ผมตรวจเอกสารแล้วเป็นจริงอย่างที่ผู้ขายเล่าให้ผมฟัง ผมก็เลยปฏิเสธไม่รับคดีเพราะทำใจไม่ได้ที่จะร่วมมือกับคนโกงไปโกงชาวบ้าน เลยรวยไม่เป็นสักที ฮ่าๆ
กับอีกเรื่องหนึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับที่ดินข้างเคียงมีปัญหาเรื่องแนวเขตที่ดินที่มีการสร้างบ้านรุกล้ำกัน แต่คดีนี้มาจบกันที่ศาลด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เนื่องจากเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันมานาน ผมเป็นคนร่างสัญญาประนีประนอมยอมความ หลังจากที่เซ็นชื่อกันเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน หลังจากนั้นอีกสองวันคู่ความฝ่ายตรงข้ามไปหาผมที่สำนักงาน พูดกับผมขอให้ผมแก้ไขสัญญาประนีประนอมยอมความให้เขาได้เปรียบ เพราะเขาเห็นว่าทนายของเขารักษาผลประโยชน์ของเขาไม่ได้ ผมบอกเขาว่าก่อนที่ผมจะตอบคำถามว่าจะแก้สัญญาให้เขาได้หรือไม่ ผมขอถามก่อนแล้วกันว่า ถ้าผมแก้สัญญาให้ เวลาคุณมีคดีในอนาคตคุณจะจ้างผมไหม แกนั่งยิ้ม...ผมถามว่าไม่จ้างใช่ไหม...เพราะผมไว้ใจไม่ได้...นี่คือคำตอบว่าผมทำตามที่แกต้องการไม่ได้ แต่ผมก็อธิบายว่าการแก้ไขที่จะทำให้ลูกความผมเสียสิทธิผมจะทำได้ต่อเมื่อเป็นความยินยอมของลูกความผมเท่านั้น และผมได้อธิบายผลดีผลเสียให้ลูกความผมทราบก่อนจึงจะแก้ไขได้ แต่ในที่สุดลูกความผมอลุ้มอล่วยเป็นการตกลงกันได้ด้วยดี วันรุ่งขึ้นคู่ความฝ่ายตรงข้ามเอาแตงโมมาให้ผม ๑ เข่ง และฝากไปให้ทนายของตัว ๒ ลูก ฮา......
ทนายความไทยกับทนายความต่างประเทศมีข้อแตกต่างกัน โดยเฉพาะทนายความไทยในต่างจังหวัดกับเมืองกรุงยังต่างกันเลยครับ ทนายต่างประเทศนอกจากมีค่าว่าความ ยังมีค่าปรึกษาด้วย แต่ต่างจังหวัดก็จะมีคนมาขอปรึกษาคดีแต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะฟ้องหรือไม่ สู้คดีหรือไม่ เรียกว่าไปหาผู้รู้ก่อน แต่บางทีมันเสียเวลา ทนายบางคนเขาจึงคิดค่าเสียเวลาแต่มันไม่มากแบบต่างประเทศที่คิดค่าปรึกษาเป็นนาที แต่ผมไม่ได้คิด รายที่มาขอคำแนะนำปรึกษาที่มันมากก็คือป้าจีบ...
ป้าจีบแกมีปัญหาเรื่องที่ดินแกมีที่ดินแยะพอสมควรอยู่ติดถนนเพชรเกษม แกอยู่ตรงกลางที่ดิน หลังจากได้รับมรดกจากพ่อมาแล้ว ป้าจีบคนยากของผมก็เริ่มตัดที่ดินขาย แต่วิธีตัดแบ่งที่ดินของป้าจีบแกเล่นตัดข้างซ้ายขายทีนึง ตัดข้างขวาขายทีนึง ตัดซ้ายบ้างขวาบ้าง ทีนี้ที่ดินป้าจีบท้ายบานครับ ลองนึกภาพดูสิครับถ้าตัดขายอย่างนั้นผลสุดท้ายมันจะเป็นอย่างไร ผมเห็นบ้านป้าจีบตั้งแต่ไปอยู่ที่ตะกั่วป่าใหม่ๆ ทางเข้าบ้านป้าจีบรถยนต์เข้าได้สบาย จนกระทั่งผมเป็นทนายปีที่สาม บ้านป้าจีบต้องจูงรถจักรยานเข้า ป้าจีบแกก็ไม่สบายใจด้วยรู้สึกว่าที่ดินของแกถูกบุกรุกจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง จึงมาปรึกษา
แกมาพบผมตอนห้าโมงเย็น แกบอกว่าถ้ามากลางวันกลัวว่าผมติดงานอยู่จะไม่สะดวกเพราะเรื่องมันยาว แต่ป้าจีบไม่มีความรู้แกก็เล่าเรื่องตามที่แกอย่ากเล่า แต่ทำให้ผมปวดหัวมาก แกเล่าเรื่องราวที่ดินของแกเริ่มตั้งแต่ภาระเดือดร้อนต้องตัดที่ดินแบ่งขาย ขายคนนั้นเป็นอย่างนั้น ขายคนนี้เป็นอย่างนี้ แล้วก็ถอยมาที่ตั้งแต่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เล่าไปเล่ามาก็มาถึงที่พิพาทที่มีปัญหา แล้วก็ย้อนไปตั้งแต่เขามาซื้อที่ของแกใหม่ๆ ผมก็อดทนอดกลั้นเพราะแกเป็นคนแก่ที่อาจจะสับสนไปบ้าง จนกระทั่งสองทุ่มก็ยังไม่จบ เฮ้อ...ผมถามป้าจีบว่าหิวไหม ผมกลับจากศาลมายังไม่ได้กินอะไรเลยผมหิว กินข้าวกันก่อนไหม แกบอกว่า “กิน”..ฮา.....ผมนั่งกินข้าวกับป้าจีบที่บ้านผมเสร็จ แกก็ขอปรึกษาต่อผมฟังดูแล้วท่าทางจะจบไม่ค่อยลง เวลาสามทุ่มผมก็บอกว่าป้าจีบมาใหม่พรุ่งนี้เหอะผมไม่ไหวแล้วเหนื่อย แกก็เลยกลับ
วันรุ่งขึ้นป้าจีบมาใหม่ แต่คราวนี้ผมไม่ให้แกเล่าผมสรุปให้แกฟังว่าเรื่องราวเป็นอย่างนี้ใช่ไหม แล้วให้คำแนะนำแกว่าข้อมูลแกสู้ไม่ได้ แกก็บอกว่าเขาเคลื่อนย้ายหลักโฉนด เพราะหลักโฉนดเดิมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน และตอนนี้เขาฟ้องว่าแกนั่นแหละไปบุกรุกที่ดินเขา อ้าว....ก็เลยต้องไปสู้คดีให้แก แต่บอกแกแล้วว่าโอกาสชนะไม่มีแต่ถ้าป้าจีบแน่ใจว่าเขาเคลื่อนย้ายหลักโฉนดก็ท้ากันให้รังวัดเลย ถ้าเคลื่อนย้ายหลักโฉนดให้โจท์แพ้ ถ้าไม่ได้เคลื่อนย้ายให้ป้าจีบแพ้ และผลเป็นไปตามคาดพอรังวัดออกมาหลักโฉนดเขาอยู่ที่เดิม แกเลยแพ้คดี ป้าจีบตายไปหลายปีแล้วแกแพ้เพราะแกไม่มีประสบการณ์ในการแบ่งที่ดินขาย เท่านั้นเอง......
ฮามากเลยครับ แต่ละคดี ขำๆๆมากๆๆ ได้แตงโมนักร้องหรือแตงโมพันธุ์อะไรครับ สมัยก่อนทนายแตกต่างจากในปัจจุบันมาก...อย่างน่าใจหายครับ...
สวัสดีครับ อัยการชาวเกาะ
ตามหลานม่อนมาค่ะ
ดูน่าเอ็นดู เห็นภาพนี้ทีไรอยากกอดจริงๆ
อ่านไปขำไป สาระที่เราไม่รู้นี่เกิดขึ้นแล้วก็มีมาก
สงสารป้ารายสุดท้าย
ไม่รู้เป็นพิษ
ชอบใจจังเลย
ที่ทำงานด้วยความโปร่งใส
อนุโมทนาในความดีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
อ่านบันทึกท่านอัยการ แล้วสงสัยต้องแนะนำให้น้องชายมาอ่านบ้างแล้วครับ เพราะคนนั้นเขาฝันอยากเป็นผู้พิพากษาอยู่
ประทับใจในการทำงานของท่านด้วยคนค่ะ หนูคงต้องใช้เวลานานมากๆกว่าจะก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้นได้!!
ทนาย กับอัยการ มักยืนอยู่กันคนละข้างเป็นประจำ (ข้างโจทก์และข้างจำเลย) น้อยครั้งที่จะยืนอยู่ข้างเดียวกัน หมายถึงในทางคดี แต่ในทางกฎหมายอยู่ข้างเดียวกันเสมอในฐานะผู้อำนวยความยุติธรรมโดยอาศัยกฎหมายฉบับเดียวกัน ชื่นชมครับที่ท่านเป็นนักกฎหมายอย่างแท้จริง เพราะจากประสพการณ์พบเจอบ่อยๆ คดีแพ้ (รูปคดีแพ้แน่ๆ) แต่อัยการไม่แพ้ หรือทนายความไม่แพ้ (เป็นตัวความเสียเอง) อุทธรณ์หรือฎีกาโดยไม่ดูเลยว่าคู่ความจะเดือนร้อนหรือไม่ เป็นกำลังใจครับท่าน
ท่านทำเรื่องน่ากลัวให้เป็นเรื่องน่าขำ นี่คือความสามารถนะครับ
สวัสดีค่ะ..ยายธีคงจะได้มีโอกาศซักถามบ้างนะคะ..ก่อนที่จะเป็นป้าจีบ..แหะๆ...ยายธี..งงเรื่องชาวบ้านกับกฎหมาย...ก็เรื่องที่ดินที่ว่ากับการใช้น้ำที่เรียกว่าน้ำพุธรรมชาติ(ทราบมาว่าสิ่งเหล่านี้ถือกรรมสิทธิ์ยึดครองไม่ได้)...เราไปต่อวางท่อใช้น้ำพุมาใช้ตั้งแต่เป็นป่าอยู่..ก็ช่วยกันทำ..เราเป็นคนออกสตังค์..คนมาช่วยได้ใช้น้ำร่วมกัน(ไม่ได้ออกเงิน)..ต่อมาเขาเอาที่เราไปขาย..เจ้าของใหม่ถือเป็นสิทธิ์ตกทอด (ท่อน้ำที่เราออกสตังค์)..ในทางกฎหมายจะตีความได้อย่างไรคะ...ขอบคุณค่ะถ้าจะเปิดหูเปิดตายายธีได้บ้าง...
ท่านพี่อัยการคะ เล่าเรื่องได้มันส์ ดีแท้ค่ะ
คิดถึงค่ะ อยากไปภูเก็ตจังเลย
ฮาอีกแล้วครับท่าน
เฮฮาศาสตร์ครับท่าน...ระลึกถึงเสมอครับ
ชื่นชมคนเก่งและคนดีครับ
อ.ขจิตครับ
ผมอ่านเองยังฮาเลย ฮ่าๆ
แตงโมสมัยนั้นมันคงไม่ใช่พันธุ์แบบสมัยนี้เพราะลูกโต เนื้อหวานกรอบหยาบ บ้านผมเรียกเนื้อเป็นทราย แต่ไม่ใช่แตงโมนักร้อง อิอิ
ผอ.ประจักษ์ครับ
ขอบพระคุณที่จะให้เป็นต้นแบบหลานม่อน
เริ่มต้นก็ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เขาเรื่อยๆ ให้เขารู้จักคำว่ารับผิดชอบต่อตัวเอง ให้เขารู้จักความเป็นธรรม ให้เขารู้จักกตัญญู ไม่ว่าหลานม่อนจะประกอบอาชีพอะไรก็เจริญก้าวหน้าครับ
สวัสดีค่ะคุณลุงอัยการ
ขอขอบพระคุณคุณลุงที่พาเที่ยวชมสถานที่ต่างๆค่ะ
วิวทัศน์ในจังหวัดภูเก็ตสวยมาก ที่หนูชอบมากคือ น้ำทะเล และเมฆค่ะ
ครูต้อยติ่งครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
ประสบการณ์ชีวิตของคนเป็นทนายเป็นอัยการอย่างผมอาจจะแตกต่างจากคุณครู แต่คุณครูของผมก็เคยเขียนในสมุดคล้ายกับสมุดเฟรนด์ชิปให้ผมว่า จากการที่ครูได้ดูลูกศิษย์อย่างเธอครูเห็นศักยภาพในตัวเธอ ครูเชื่อว่าลูกศิษย์ของครูคนนี้จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคต ผมว่าครูมองลูกศิษย์ด้วยสายตาของครูที่อ่านทะลุไปถึงอนาคต ครับ
สวัสดีครับ อ.จารุวัจน์
ใครก็อยากให้ตัวเองได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต
แต่สิ่งที่ผมบอกน้องๆเสมอๆก็คือ คุณอยู่ในตำแหน่งใด วิชาชีพใด ถ้าคุณทำตัวไม่ดีคุณก็เสื่อม ถึงคุณจะอยู่ในตำแหน่งใด อาชีพใด คุณประกอบแต่คุณงามความดี คุณก็จะเจริญ
เป็นอะไรก็ได้ แต่ขอให้มีความเป็นธรรมครับ ฝากบอกน้องด้วยนะครับ
สวัสดีครับคุณเม่น
แม้จะใช้เวลานานสักเพียงใด แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นทุกอย่างก็จะสำเร็จ ผมมุ่งมั่นจะทำให้ได้ในสิ่งที่คนอื่นว่ายาก และผมก็ทำสำเร็จทุกทีแม้กว่าจะสำเร็จมันจะช้าไปบ้างก็ตาม
เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีครับท่าน ดร. เมธา สุพงษ์
ขอบพระคุณที่แวะมา
ผมเพียงทำหน้าที่ของผมให้สมบูรณ์ ผมได้ครูดีปลูกฝังให้ยึดมั่นในความเป็นธรรม และทำหน้าที่แสวงหาความจริง แต่ไม่ใช่มาเอาเป็นเอาตายให้จำเลยติดคุกให้ได้โดยไม่ดูว่าจริงๆแล้วเขาผิดหรือถูก หรือเขาทำเพราะอะไร
ครูทนายของผมก็สอนว่าคดีที่เรารับมาว่าความ ให้จำไว้เสมอว่าไม่ใช่คดีของเรา ไม่ใช่ญาติพี่น้องของเรา เราเพียงทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์แต่อย่าทำตัวเป็นคู่ความเสียเอง ผมถึงมีวันนี้ครับ
สวัสดีครับคุณธนิตย์
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย นักกฎหมายสมัยก่อนเขาไม่ค่อยคบ เพราะเป็นพวกหัวหมอ แต่ปัจจุบันความรู้สึกของคนก็เปลี่ยนไปบ้างเมื่อเจอทนายดีๆมีคุณธรรม ผมเคยเจอทนายคนหนึ่งที่ชอบใช้คำพูดว่าผมทำตามหน้าที่ ผมถามเขาว่าคุณรู้ไหมว่าข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นอย่างไร เขาบอกว่ารู้แต่ผมต้องทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของลูกความผม ผมบอกเขาเพียงว่าถ้าคุณคิดอย่างนั้นมันเป็นเรื่องของคุณ แต่คนที่จะเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพต้องมีมากกว่านั้น ผมไม่สาปแช่งเขา แต่สักวันหนึ่งเมื่อเขาเผชิญเวรกรรมเขาจะนึกได้เองครับ