ส่วนข้อกังวลช่วงเวลาที่กฎหมายยังไม่บังคับใช้ รัฐบาลได้กำหนดมาตรการระยะสั้น โดยใช้อำนาจมาตรา 46 (2) พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกำหนดขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ 3 ส่วน

กระทรวงอุตฯ ระบุ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมมีผลเร็วสุด พ.ค.ปีหน้า

ดันใช้มาตรการระยะสั้นช่วงรอยต่อ

 พร้อมดึงอุตสาหกรรมจังหวัดที่มีโรงงานจำนวนมากเข้าร่วมแก้ปัญหา 

ที่มาคมชัดลึก : 

นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เกี่ยวกับการแก้ปัญหามาบตาพุดระยะยาว ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกำหนดรายละเอียดองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 ซึ่ง ครม.มีมติให้ยึดร่างของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งต่างจากร่างเดิม จึงให้ไปพิจารณารายละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการ โดย สศช.และกฤษฎีกาประเมินว่าจะประกาศใช้ได้เร็วที่สุดเดือนพฤษภาคม 2553

 ส่วนข้อกังวลช่วงเวลาที่กฎหมายยังไม่บังคับใช้ รัฐบาลได้กำหนดมาตรการระยะสั้น โดยใช้อำนาจมาตรา 46 (2) พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกำหนดขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ 3 ส่วน คือ

1.การกำหนดกรอบการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) การศึกษาผลกระทบทางสุขภาพ (เอชไอเอ) และการรับฟังความเห็นของประชาชน

2.กำหนดกรอบกิจการที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง โดย สศช.ยังไม่ทราบว่าจะกำหนดเป็นบัญชีกิจการ หรือกำหนดเป็นกรอบที่กระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ซึ่งกระทรวงทรัพยากรฯ จะเป็นผู้เสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าควรกำหนดเป็นกรอบความรุนแรง มากกว่าการทำบัญชีกิจการขึ้นมาใหม่ ฃ เพราะอาจขัดแย้งกับประกาศกิจการที่รุนแรง 8 กิจการก่อนหน้านี้

 3.การรับฟังความเห็นขององค์กรอิสระ ประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาต จะออกเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าสอดคล้องกับความเห็นของกฤษฎีกา ที่ระบุว่าไม่ต้องตั้งองค์กรอิสระใหม่ขึ้นมา เพราะองค์กรอิสระไม่ได้มีอำนาจอนุมัติโครงการ

 นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะตั้งวอร์รูมขึ้นมาเพื่อเป็นหน่วยประสานงานกับภาคเอกชน โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเป็นหน่วยงานหลัก และวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะเชิญอุตสาหกรรมจังหวัดที่มีโรงงานมาก 20 จังหวัดมาหารือ เช่น ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สระบุรี เพื่อให้อุตสาหกรรมจังหวัดมีบทบาทในการแก้ปัญหาของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อลดภาระของส่วนกลาง