ลีลาชีวิต "ในแบบของเขา"

ถ้าได้อ่านหนังสือกำลังภายในเกี่ยวกับจอมกระบี่ เราจะสังเกตได้ว่า จอมกระบี่ผู้บรรลุถึงสัจธรรมแห่งกระบี่นั้น สามารถฝึกถึงขั้น "ไร้กระบี่" คือ ไม่ว่าจะหยิบจับสิ่งใดก็เอามาใช้เป็นกระบี่ได้ ไม่เว้นกระทั่งกิ่งไม้ใบหญ้า

ขอดัดจริตทำตัวเป็นจอมยุทธสักหน้าบันทึกหนึ่งนะครับ

ผมเจอรูปๆ นี้ระหว่างท่องโลกออนไลน์เมื่อหลายเดือนมาแล้ว เห็นว่าน่าจะเอามาใช้สอนนักเรียนเรื่องทันตกรรมชุมชนได้

ถ้าเราลองจินตนาการความรู้สึกของผู้เขียนบทประพันธ์นี้ แล้วพยายามทำความเข้าใจสารทีผู้เขียนต้องการจะสื่อ...เราจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง

เท่าที่ลองไล่เรียงออกมาได้ มีหลายเรื่องมากเลยนะครับ

ตั้งแต่เรื่องความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ และความโกรธแค้นของคนรากหญ้า ในประเด็นที่ถูกตราหน้าว่าคิดไม่เป็นบ้าง, รู้ไม่ทันบ้าง

การยืนยันว่า พวกเข้ามีสิทธิที่จะเลือก ที่จะคิด ในแบบของเขา ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนกลุ่มอื่นๆบ้าง แต่ความเห็นต่าง ไม่ได้แปลว่าพวกเขาโง่ 

ความทระนงในศักดิ์ศรีของชนรากหญ้า ว่าเป็นพลังหลักที่สังคมไทยขาดไม่ได้ (เพราะถ้า"ลุกขึ้นมา ละน่าดู")

กระทั่งการให้ความหมายของ "ประชาธิปไตย"

หากอ่านผ่านๆ หรือใช้พิจารณาโดยผิวเผิน จะเห็นเหมือนกับว่าบทประพันธ์นี้แบ่งแยกมึง-กู ชัดเจนว่า "กูมีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย จะทำอะไรก็เรื่องของกู มึงไม่เกี่ยว มึงอย่ามาดูถูกกู มึงอยู่ของมึงไป กูไม่เคยไปยุ่งกับมึง มึงก็อย่า(เสือก) มายุ่งกับกู"

แต่ถ้าให้ผมตีความแบบที่เอามาใช้สอนนักเรียน ผมจะตีความว่า "คนชั้นกลางทั้งหลายครับ ช่วยกรุณาทำความเข้าใจคนรากหญ้าหน่อยเถอะ เรามีวิธีคิด, วิธีการแสดงออกทางการเมือง และลีลาชีวิต ในแบบของเรา"

ที่สุดก็โยงเข้ามาเรื่องการทำงานกับชุมชนอีกจนได้

"เข้าใจว่าคนในชุมชนมีลีลาชีวิตในแบบของเขา" 

คุณหมอทั้งหลาย เมื่ออยู่ในชุมชน กรุณาเข้าใจพวกเขาหน่อยเถอะ

ไม่ตราหน้า ไม่ตัดสิน ไม่บงการสั่งสอน อันนี้ถูก ต้องทำอย่างนี้ อย่าทำอย่างนั้น

ทำความเข้าใจกันและกันก่อนเถอะ พวกเขาฟังเรามาตลอด เราต่างหากที่ฟังเขาน้อยเกินไป

สุดท้ายเมื่อคุณหมอฝึกถึงขั้นเป็นจอมยุทธในชุมชน เมื่อเข้าใจกันและกันแล้ว ความเป็นพวกกู พวกมึง ก็จะหมดไป...เหลือแต่ความเป็น "พวกเรา"

ขอขอบคุณผู้ประพันธ์มา ณ ที่นี้นะครับ

ผมอาจจะไม่ชื่นชมระบอบทักษิณ แต่ผมชอบบทประพันธ์นี้จังเลย