ทริปนี้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมด 55+50+40 = 145 บาท

ดอยอินทนนท์ ไม่ได้ไปมาหลายปี ... ประจวบกับการได้ถือกล้อง Nikon D60 ของคณะก่อนไปบันทึกภาพงานสัมมนาในวันศุกร์ (16 ต.ค.52) จึงใช้โอกาสวันพฤหัสบดีที่ 15 ต.ค.52 ถือฤกษ์ ไปลองกล้อง Nikon D60 ที่ยังไม่เคยมือ บนยอดดอยอินทนนท์ ซะเลย อิ อิ เข้าทาง ๆ

ปลายฝน ต้นหนาว ... ยามนี้ ฝนยังคงตกอยู่หลายวัน แต่โชคดีที่วันที่ไปนี้ ตกเฉพาะขากลับแล้ว

ผมแต่งตัวสบาย ๆ เสื้อยืด กางเกงวอร์ม รองเท้ากีฬา คลุมด้วยเสื้อกันหิมะสีส้มเก่า ๆ ไอ้โม่ง ถุงมือกันหนาว พร้อมเจ้ารถเครื่องเก่า ๆ ประจำตำแหน่ง เป้หน้ารถสักใบ กระเป๋าส่วนตัว กระเป๋ากล้อง 2 ใบ หนังสือสักเล่ม ... พอแล้ว

ออกเดินทางจากบ้านเวลา 11.00 น. (ซึ่งสายไปสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวหลาย ๆ ที่ แต่ผมเพิ่งตื่นนี่ ไม่อยากง่วงตอนขี่รถ มันอันตราย)

ใช้เส้นทางเชียงใหม่ - ฮอด (ภาคเรียนนี้ใช้เส้นทางนี้ 8 - 9 รอบแล้ว)

เมือง - หางดง - สันป่าตอง - ดอยหล่อ - จอมทอง รวม 45 กิโลเมตร 45 นาที

เมื่อถึงจอมทอง ก็แวะปั้มบางจากก่อน เพื่อเติมน้ำมัน (55 บาท) เติมกาแฟให้ตัวเอง (คาปูชิโน่ 50 บาท ร้านอินทนิล) และพักรถ + พักก้นของคนขี่ (เมื่อยก้น)

แล้วเริ่มใช้เส้นทาง จอมทอง - ยอดดอยอินทนนท์ ระยะทาง 47 กิโลเมตร โดยตั้งใจว่า เป้าหมายอยู่ที่ยอดดอย แต่จะไปเรื่อย ๆ อยากแวะตรงจุดไหน แวะเลย ไม่เกิน 15.00 น. ก็โอเค

8 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บเงิน จ่ายค่าคน + รถ ไป 40 บาท ถามป้าคนขายบัตรว่า วันนี้ฝนตกไหม ป้าว่า ตรงนี้ไม่ตก แต่ยอดดอยไม่แน่ (อ้าว)

 

หลังจากเลยด่านเก็บเงินมา ก็เริ่มเข้าสู่ทางชัน และป้ายห้ามแซง

 

 

เลยมาก็เริ่มชัน บวกกับทางโค้ง เริ่มตบเกียร์ต่ำ ประมาณเกียร์ 2 (รถมันเก่านิ)

 

 

พบน้ำตกข้างเส้นทางขึ้นมากมาย เห็นมีคนมานั่งปิคนิคเป็นครอบครัว แต่ไม่ได้แวะครับ

เลยมาสักประมาณ 18 กิโลเมตร ก็เห็นป้ายบอกชื่อว่า "น้ำตกวชิรธาร" ว้าว ... จำได้ถึงน้ำตกนี้ครับ สวยมาก ๆ แต่ไม่แน่ใจว่า ตอนนี้น้ำสีขาว หรือสีแดง แบบนี้ขอแวะหน่อยนะครับ

ทางเข้าด้านขวามือ เขียนว่า ทางลงชันและแคบ 800 เมตร รถเครื่องไม่มีปัญหาครับ รถใหญ่ระวังหน่อย ไม่งั้นได้ไปขับที่เหวแน่

 

จอดรถไว้ที่ลานจอด ข้าง ๆ ป้อมยาม แล้วเดินขึ้นมาสัก 100 เมตร เห็นสายน้ำสีขาวมาแต่ไกล ...

 

สายน้ำเริ่มอวดโฉม ...

 

 

อวดทีละน้อย ๆ ... ทางเดินใหม่สำหรับผม มีการจัดภูมิทัศน์ที่สวยขึ้นกว่าสมัยก่อน

 

 

เมื่อเดินถึงป้ายน้ำตก เบื้องหลังช่างอลังการงานสร้างเหลือเกิน สายน้ำสีขาว ฟองกระจายฟุ้งเต็มไปหมด

 

 

ตรงจุดนี้ บันทึกภาพแทบไม่ได้เพราะเมื่อน้ำตกกระทบพื้นล่างที่เป็นแก่นหิน ทำให้เกิดสายลมแรง พัดพาละอองน้ำตกมาบริเวณที่ผมยืนอยู่ เวลาจะบันทึกภาพทีหนึ่งต้องหันหลังก่อน เพื่อไม่ให้ละอองน้ำมาโดยหน้าเลนส์ พอลมพัดละอองน้ำไปทางอื่น ค่อยหันมา แช๊ะ แช๊ะ แต่อย่างไรก็ต้องเปียก ต้องเช็ดให้แห้งอย่างไว

 

 

จริง ๆ มีสะพานเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวไปยืน Act ถ่ายรูป แต่เปียกหมดแหละครับ เหมือนฝนตกเปี๊ยบ นี่ถ้ามาตอนแสง ๆ ดี ตรงจุดนี้ จะเห็น "รุ้งกินน้ำ" โค้งตัวบนสะพานเลยครับ

 

 

ผมชอบ "น้ำตกวชิรธาร" มาก ๆ เพราะเย็นสบายด้วยละอองน้ำ เหมือนเทวดาฉีดป๊อกกี้ให้เย็น ๆ แถมยังสดชื่นอีกต่างหาก สายน้ำก็ยังขาวใส ไร้มลพิษอีกต่างหาก ชอบ ๆ

 

 

หลังจากชื่นชมธรรมชาติที่นี่และลองกล้องมือใหม่อย่าง Nikon D60 แล้ว ก็ได้เวลาเดินทางต่อไป

 

 

ครับ แวะที่ทำการอุทยานฯ กิโลเมตรที่ 31 ที่นี่มีร้านอาหาร ห้องน้ำ Wi-Fi ก็มี (เห็นป้าย) แล้วก็จองที่พักอะไรประมาณนั้น

ส่วนผมก็แวะพักก้น และทดลองใช้ห้องน้ำดูว่า สะอาดไม๊น้า ;)

เมื่อใช้ห้องน้ำเสร็จ ... มีเด็กม้งมากลุ่มหนึ่ง เดินถือดอกไม้เมืองหนาวมาเลย เด็กผู้ชายที่โตที่สุดยื่นดอกไม้ให้ผม แล้วบอกว่า (สำเนียงชาวดอย) "ให้ ให้เป็นน้ำใจ รับซิ" ผมก็ว่า "บ่เอา บ่เอา ไม่อยากได้ตอนนี้ ไม่รู้จะขนไปยังไง" เขาก็เน้นย้ำอยู่หลายครั้ง แบบคะยั้นคะยอ แต่ผมก็ไม่รับ เพราะรู้สึกระแวงว่า คงไม่ได้ให้เฉย ๆ หรอก หากรับแล้ว คงได้เรื่องอะไรสักอย่าง ม่ายเอา ๆ ... เขาทนต่อไปไม่ได้ จึงเดินออกไป

ผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อยต่อไป น้านน ... คราวนี้เดินมาอีกคน เป็นเด็กผู้หญิงถือดอกไม้มาอีกแล้ว ผมคิดในใจ สงสัยมุขเดิม

แล้วก็เดินมาบอกผมว่า "ให้ เป็นน้ำใจ เอาไปสิ" ผมตอบเหมือนเดิมเปี๊ยบ "บ่เอา บ่เอา" ก็คะยั้นคะยออยู่หลายรอบ

ผมจึงยิงคำถามไปทันทีว่า "ใครสอนเหรอ ไอ้ที่บอกว่า ให้ด้วยน้ำใจเนี่ย"

เงียบ เด็กไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตา อิ อิ เค้าอยากรู้นี่นา

ผมก็เลยบอกว่า "พี่มาเที่ยว ไม่ได้มาซื้อของ ไม่รู้จะเอาไปแขวนไว้ตรงไหน"

ผมสาธยายต่อเลยด้วยวิญญาณครู หลังจากมองเห็นสภาพของเด็กมอมแมมมาก

ผมจึงถามว่า "เรียนหนังสือหรือเปล่า"

เด็กตอบว่า "เรียน"

"โรงเรียนอะไร"

"โรงเรียนตรงขุนวาง"

"มีครูกี่คน นักเรียนกี่คน"

"ครูสิบสี่คง นักเรียนสี่ร้อย"

"โห เยอะนะ"

"ไม่เห็นเยอะเลย"

"เยอะ"

"ไม่เยอะ"

น้าน มีเถียง อิ อิ ...

"ปิดเทอมอยู่เหรอ"

"ปิดเทอม"

แป๊บหนึ่งก็เดินจากไป คงเห็นว่า ขายไม่ได้แน่ ๆ

ผมคิดในใจว่า "แหม น่าจะมีศิลปะในการขายมากกว่านี้สักหน่อย มาตามตื้อนักท่องเที่ยวแบบนี้ คราวหน้าใคร ๆ เขาก็เข็ด และไม่อยากจะซื้อเปล่า ๆ"

 

 

ผมเดินทางต่อไป ... ไอ้โม่ง + ถุงมือ พร้อม

 

ทางเริ่มชันมากขึ้น เกียร์เหลือแค่เกียร์ 2 สลับกับเกียร์ 1

เส้นตรงนี้ไปจะเป็นพระบรมธาตุฯ - ด่านเก็บเงินที่ 2 - แยกแม่แจ่ม - ยอดดอย กิโลเมตรที่ 47

ผมเลือกเดินทางตรงแน่ว จะไปยอดดอยอินทนนท์ครับ แต่มาถึงแต่กิโลเมตรที่ 46 เท่านั้นแหละก็เจอป้ายนี้

 

ผมต้องจอดรถไว้ที่นี่ แล้วเดินต่อไปอีกสัก 1 กิโลเมตรจึงถึงยอดดอย

 

 

เจอหลักกิโลเมตรที่ 46 ... ดอยอินทนนท์ อีก 1 กิโลเมตร

 

นาฬิกาบอกเวลา 14.30 น.

 

 

 

เรื่องของเรื่องคือ กิโลเมตรนี้ทางมันขาดครับ ... เมื่อเวลาตี 5 น้ำใต้ดินมันเซาะดินใต้ถนน แล้วพังลงไปเลยครับ การทางฯ เขากำลังมาซ่อมอยู่ นึกไม่ออกเลยว่า ถ้ามันพังตอนที่มีนักท่องเที่ยวมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

ใกล้ถึงแล้ว เห็นป้าย "สูงสุดแดนสยาม" ... เลยไปนิด คือ สถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศ ยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย อยู่ด้านขวามือครับ ต้องเดินไปอีกนิด

 

 

เดินมา 1 กิโลเมตร เริ่มหอบแฮก ๆ เจอป้ายความห่วงใยนี้ซะเลย ;)

 

 

เลี้ยวขวา ทางขึ้นยอดดอย ... ชอบป้ายนี้ครับ เห็นทุกที ก็ชอบเหมือนเดิม

 

 

พระสถูปพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ... King ของอาณาจักรล้านนาไทยองค์สุดท้าย พระองค์ทรงโปรดดอยที่นี่มาก หากตาย ก็ขอเถ้ากระดูกมาเก็บไว้ที่นี่

 

 

สะพานทางเดินไม้สักที่ทำเสร็จได้ไม่นาน

 

 

ป่าดึกดำบรรพ์รอบ ๆ พระสถูป อากาศเย็นมาก ๆ แต่ชื่นใจครับ

 

 

ด้านหลังพระสถูปฯ ห้ามเดินเข้าไปภายใน

 

 

ที่ปักหมุดตัวใหม่ (ตัวเก่าอยู่ตรงหลังพระสถูป) ทำอย่างดีเลย มาคราวที่แล้วยังไม่มีครับ สงสัยผมจะไม่ได้มาหลายปี

 

 

แล้วผมก็มายืนอยู่จุดที่สูงสุดของประเทศไทย ที่ระดับความสูง 2565.3341 เมตร ;) อีกครั้งด้วยรถเครื่องเก่า ๆ ที่หน้าปัดขึ้นถึงห้าหมื่นกิโลไปแล้ว

 

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ ... ผมน่ะมาลองกล้อง Nikon D60 ดูนะครับ พอดูได้เนอะ แต่แสงออกสีฟ้า ๆ ไปหน่อยน่ะครับ

 

 

ตอนต่อไป ผมจะพาไปเดินที่ "ดอยอ่างกา" อันเป็นที่อยู่ของป่าดึกดำบรรพ์ ป่าเมฆ และแหล่งซับน้ำอันเป็นต้นน้ำลำธารที่ไหลลงไปสู่พื้นราบ

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านและชมภาพกล้องมือใหม่ ครับ

 

บุญรักษาทุกท่าน ครับ ;)

 

 

บันทึกที่เกี่ยวเนื่อง