เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1เอ็น1)
ณ วันที่ 14 ตุลาคม 52 กระทรวงสาธารณสุข
สถานการณ์ทั่วโลก
องค์การอนามัยโลกแจ้งการยกเลิก รายงานเฉพาะรายและจำนวนสะสมผู้ป่วยยืนยัน (confirmed case) ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงซึ่งการระบาดได้ขยายไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก และบางประเทศมีการระบาดในชุมชนแล้ว การรายงานดังกล่าวจะเป็นภาระและไม่อาจทำได้ทันเวลาเพราะต้องใช้ทรัพยากร คน เวลา และห้องปฏิบัติการจำนวนมาก พร้อมแนะนำให้ใช้วิธีการทางระบาดวิทยาติดตามแทน (Epidemic Monitoring)โดยติดตาม สรุปรายงานขององค์การอนามัยโลกล่าสุดได้ที่ : http://www.who.int
สถานการณ์ในประเทศไทย
จากการเฝ้าระวังโรค ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2552-ปัจจุบัน (10 ตุลาคม 2552) ไทยพบผู้ป่วยที่ตรวจยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) ในช่วง 14 วันที่ผ่าน จำนวน 92 ราย เสียชีวิต 170 ราย สถานการณ์การระบาดของประเทศไทยกำลังขยายไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ เริ่มจากการระบาดในเขตเมือง โดยจะแพร่เชื้อได้ง่ายในที่ที่คนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน สถานบันเทิง ค่ายทหาร โรงงาน งานเลี้ยง คอนเสิร์ต เป็นต้น และคาดว่าการระบาดจะขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 100 วันข้างหน้าจึงต้องร่วมกันรับมืออย่างเต็มที่เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตและสุขภาพ รวมถึงลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจด้วย
แนวโน้มการระบาด
- ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
- ในปีนี้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่บ้าง
- จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีความรุนแรง (อัตราป่วยตาย) ใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไม่ได้รุนแรงเท่ากับข้อมูลที่ได้รับทราบจากข่าวการระบาดในเม็กซิโกระยะเริ่มต้น แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 มีความสามารถในการแพร่กระจายไปได้กว้างขวางกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานโรค
- ขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงต้นของการระบาด และการระบาดจะขยายตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว ไปทั่วประเทศ และทุกชุมชน
- การระบาดในกรุงเทพและปริมณฑล เริ่มจากการระบาดในโรงเรียน การระบาดในระยะต่อไป คาดว่าจะเป็นการระบาดในครอบครัวของผู้ป่วย (พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมบ้าน) และการระบาดในโรงพยาบาล และคาดว่าในระยะต่อไปจะเป็นการระบาดในสถานที่ทำงาน ซึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่ของเด็กป่วยไปแพร่เชื้อในที่ทำงานนั่นเอง
- รูปแบบการระบาดของแต่ละพื้นที่อาจมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
- การแพร่ระบาดคาดว่าจะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง จากข้อมูลการระบาดในอดีต คาดว่าการระบาดจะยังอยู่ในประเทศต่อไปอีก ไม่ต่ำกว่า 1-3 ปี
- ในปีนี้ พ.ศ. 2552 จะมีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งหมดสูงกว่าปีก่อนๆ และคาดว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 จะทำมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากกว่าการเกิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
ยุทธศาสตร์ 2 ลด 3 เร่ง ไข้หวัดใหญ่
2 ลด
- ลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด
- ลดการติดเชื้อ และการป่วยให้ได้มากที่สุด
3 เร่ง
- เร่งให้อาสาสมัครสาธารณสุข 9.87 แสนคนเข้าให้คำแนะนำแก่ประชาชน พร้อมสำรวจการป่วยในชุมชน
- เร่งการเผยแพร่ความรู้สื่อสารแก่ประชาชน
- เร่งการบริหารจัดการจากส่วนกลางสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น
ยุทธศาสตร์ที่1: ลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด
โรงพยาบาล และสถานพยาบาลทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนทั่วประเทศจะขยายการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ รวดเร็วและทั่วถึง โดยเฉพาะการแจกจ่ายยาต้านไวรัสให้เพียงพอแก่ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงมีครรภ์ ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้ที่เป็นโรคอ้วน เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
ล่าสุด คือ การให้คลินิกเอกชนที่มีมาตรฐานตามข้อกำหนดของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการ และยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขระดับชาติ เข้ารับยาต้านชนิดโอเซลทามิเวียร์ฟรี โดยจะมีการแจกจ่ายในวันที่ 3 สิงหาคมนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 2: ลดการติดเชื้อ และการป่วยให้ได้มากที่สุด มีแนวทาง 2 ประการดังนี้
- สร้างพฤติกรรมป้องกันโรคโดยประชาชนทุกคน ผู้ที่มีอาการป่วยต้องป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่คนอื่น และผู้ที่ไม่ป่วยก็ป้องกันตนเองอย่างดีที่สุดไม่ให้ติดเชื้อ
- ต้องลดโอกาสการแพร่เชื้อในชุมชนและสังคม ซึ่งถือเป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด ล่าสุดมีมติครม.ให้ความเห็นชอบพนักงานหยุดงานเมื่อป่วย หรือสงสัยว่าป่วย หรือดูแลบุตรที่ป่วยได้โดยไม่ถือเป็นวันลา นอกจากนี้ก็ขอความร่วมมืองดเว้นคอนเสิร์ต การแข่งกีฬา การชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก
ยุทธศาสตร์ที่ 3: เร่งให้อาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศจำนวนกว่า 9.87 แสนคนออกเยี่ยมให้คำแนะนำและแจกเอกสารให้ความรู้เรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 พร้อมทั้งค้นหาผู้ป่วยในทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 31 กรกฎาคม
ยุทธศาสตร์ที่ 4: เร่งการเผยแพร่สื่อสารแก่ประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความตระหนก และสามารถป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง ขณะนี้ได้ขยายเครือข่ายร่วมกับทุกภาคส่วน เช่น กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน อื่นๆ
ยุทธศาสตร์ที่ 5: เร่งการบริหารจัดการ ที่สำคัญต้องมีการจัดการในระดับจังหวัดและระดับชาติ ล่าสุดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานศูนย์ปฏิบัติการในระดับจังหวัด เพื่อระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนในการควบคุมป้องกันโรค และสื่อสารกับประชาชนระดับจังหวัด
เตรียมแผนการว่าจะรับการระบาดระลอกสอง พร้อมหรือไม่ ระบบการรักษาพยาบาล มีความจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องปิดหอผู้ป่วย รับเฉพาะ H1N1 ผู้ป่วยรายอื่นอยู่ด้วได้ไหม ถาจัดเป็นระบบโซนนิ่ง อ่านตามหลักการ สามารถทำได้ คงจะมีการประชุมและรับผู้ป่วย การรักษาแบบเป็นงานประจำ ทุกอย่างลงตัวแล้ว เป็นการรักษาที่ปกติ เพราะเขาจะอยู่กับเราเป็นปี
มีแต่ระบบการรายงานที่เปลี่ยนไปต้องรายงานสำนักระบาดเอง เป็นตัวเลข จำนวน กำลังศึกษาวิธีการ
2.
เมื่อ ส. 17 ต.ค. 2552 @ 19:30
#1616096 [ ลบ ]
สวัสดีคะคุณสามสัก
มาเป็นระลอกนะคะ เป็นคลื่นโหมชายฝั่งเข้าใจเปรียบเทียบนะคะ ข่าวสารที่จริงมีตลอดนะคะ เพียงแต่ว่าผู้รับจะสามารถรับได้ไหมรู้แหล่งที่จะเปิดรับข่าว หรือคนส่งข่าวจะสามารถส่งได้แค่ไหนนะคะ
คงต้องช่วยกันระวังนะคะ ถ้าป่วยแล้วก็มีภูมิต้านทาน ถ้ายังไม่ป่วยโอกาสเสี่ยงสูงนะคะ ว่าเชื้อจะปรับตัวให้แกร่งขึ้นหรือไม่ ยาที่มีอยู่ใช้ได้ไหม ดื้อยาหรือเปล่า ข้อนี้น่าเป็นห่วงนะคะ
ขอให้ดูแลสุขภาพนะคะ
สวัสดีค่ะ
- รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
- หายป่วยหรือยังค่ะ
- น้องคงเตรียมตัวสอบเสร็จแล้วนะค่ะ
- เป็นกำลังใจค่ะ
- ทางนี้เตรียมการรับมือเต็มที่ค่ะ
- เตรียมถึงขั้นตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมสถานที่แล้ว
- เตรียมปิดอำเภอ จังหวัดไปเลย
- ตื่นตูมหรือเปล่าไม่รู้
- กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ
- สู้โว้ย !
4.
เมื่อ อา. 18 ต.ค. 2552 @ 18:57
#1618222 [ ลบ ]
สวัสดีคะน้องเพชรน้อย
พี่คิดว่าไม่ตื่นตูมหรอกคะ เตรียมพร้อมไว้ดีแล้วคะ จะได้ไม่ลำบาก เมื่อเกิดเหตุก็จะบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว ขอนแก่นก็เตรียมการโรงพยาบาลสนาม ที่ค่ายศรีพัชรินทร์คะ พี่ไก่คิดว่าโรคนี้จะอยู่กับเราอีกระยะยาวนานคะ