
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
(The cooperative League of Thailand)
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นองค์กรสูงสุดของขบวนการสหกรณ์ ไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้แก่สหกรณ์ทุกประเภททั่วประเภท จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๑
สันนิบาตสหกรณ์ฯ มีสมาชิก ประกอบด้วยสหกรณ์ประเภทต่าง เช่น สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการและสหกรณ์เครดิตยูเนียน มีสหกรณ์สมาชิกทุกประเภท จำนวน ๖,๘๒๗ สหกรณ์ มีสมาชิก ๑๐,๓๔๒,๓๔๗ คน (ข้อมูลสารสนเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี ๒๕๕๑) ณ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒
วิสัยทัศน์ (Vision)
สันนิบาตสหกรณ์ฯ เป็นองค์กรนำ และทำหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์โดยมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารพให้แก่สหกรณ์ไทย
พันธกิจ (Mission)
กำหนดพันธกิจเพื่อการส่งเสริม/พัฒนาสหกรณ์ และองค์กรไว้ ๕ ด้าน
๑. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสหกรณ์
๒. การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสหกรณ์
๓. การพัฒนาธุรกิจสหกรณ์
๔. การพัฒนาขบวนการสหกรณ์
๕. การพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
บทบาทหน้าที่ (Authority)
พระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ พ.ศ.๒๕๔๒ กำหนดให้สันนิบาตสหกรณ์ฯ มีบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. ส่งเสริมเผยแพร่กิจการสหกรณ์ การจัดทำวิจัย และสถิติเกี่ยวกับกิจการสหกรณ์
๒. แนะนำช่วยเหลือทางวิชาการแก่สหกรณ์ และอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างสหกรณ์กับส่วนราชการหรือบุคคลอื่น
๓. ให้การศึกษาอบรมแก่สหกรณ์สมาชิก
๔. ส่งเสริมสัมพันธ์ภาพระหว่างสหกรณ์ทั้งในและต่างประเทศ
๕. ซื้อ จัดหา จำหน่าย ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง กระทำนิติกรรมต่าง
๖. ส่งเสริมธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม หรือบริการของสหกรณ์
๗. สนับสนุน ช่วยเหลือสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและข้อขัดข้องต่างๆ
๘. เป็นตัวแทนของสหกรณ์ในการพิทักษ์และรักษาผลประโยชน์ให้แก่สหกรณ์
๙. ร่วมมือกับภาครัฐในการส่งเสริมสหกรณ์
๑๐. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมาย
การบริหารงาน (Management)
ดำเนินการโดยคณะกรรมการดำเนินการ ที่เลือกตั้งมาจากผู้แทนสหกรณ์ทุกประเภททั่วประเทศ ซึ่งผู้แทนสหกรณ์ดังกล่าว จะต้องเข้ามาสู่กระบวนการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่สันนิบาตสหกรณ์ฯ เพื่อดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการดำเนินการสันนิบาตสหกรณ์ จำนวน ไม่เกิน ๑๕ คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี แต่ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน ประกอบด้วย ผู้แทนจากชุมนุมสหกรณ์ประเภทต่างๆ ประเภทละ ๑ คน รวม ๗ คน ได้แก่ ประเภทสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และผู้แทนที่ได้รับการเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่ จำนวน ๘ คน ประกอบด้วย ผู้แทนสหกรณ์ภาคการเกษตร ๕ คน และสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ๓ คน
คณะผู้ตรวจสอบกิจการ (Audit and Control Committee)
มีคณะผู้ตรวจสอบกิจการ จำนวนไม่เกิน ๓ คน ซึ่งจะต้องผ่านเข้าสู่ระบวนการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่สันนิบาตสหกรณ์ฯ ให้มีหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบการบริหารงาน และการใช้จ่ายให้เป็นไปตามแผนงานและงบประมาณ โดยจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
รายได้ในการบริหารงาน/เงินสนับสนุน (Supports)
สันนิบาตสหกรณ์ฯ มีรายได้หลักมา ค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์ฯ ที่สหกรณ์ทุกประเภททั่วประเทศ จะต้องจัดสรรหลังปิดบัญชีประจำปีของสหกรณ์ ในอัตราร้อยละ ๕ ของกำไรสุทธิ แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐ/องค์กรสหกรณ์ในต่างประเทศ การบริหารศูนย์การประชุมรัชนีแจ่มจรัส และเงินบริจาคอื่นๆ เป็น
พาหลานม่อนมาเรียนรู้ซึมซับสิ่งที่ดีมีประโยชน์
บทบาทหน้าที่ในการพัฒนาสหกรณ์
๑. ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสหกรณ์
จัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการ กำดำเนินธุรกิจ การศึกษาทางไกลผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ เพื่อให้บุคลากรของสหกรณ์สามารถบริหารจัดการสหกรณ์ได้อย่างมืออาชีพ
การดำเนินงาน
๑. ออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับคณะกรรมการ ผู้ตรวจสอบ และเจ้าหน้าทีสหกรณ์ทุกประเภท รวมถึงสตรีและเยาวชนในสหกรณ์ ให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน การบริหารงาน และการประกอบอาชีพ รวมถึงสร้างภาวะผู้นำในการพัฒนาชุมชนของตน
๒. กำหนดหลักสูตร และวิธีการศึกษาอบรมให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนในแต่ละหลักสูตร
๓. จัดหาและจัดทำทำเนียบวิทยากรหรือผู้ชำนาญการในด้านต่างๆ เพื่อเป็นรากฐานข้อมูลในการจัดโครงการฝึกอบรม/สัมมนา
๔. สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางด้านวิชาการและ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
๒) ด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสหกรณ์
ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และพัฒนาฐานข้อมูลการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การนำเครื่องมือการจัดการมาใช้ในการทำงาน ส่งเสริมการแก้ไขปรับปรุงระเบียบและข้อบังคับในการทำงาน สร้างและพัฒนาที่ปรึกษาและให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ แก่สหกรณ์
การดำเนินงาน
๑. พัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศ และฐานข้อมูลสหกรณ์
๒. ส่งเสริมการเรียนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในรูปของ E-learning
๓. ส่งเสริมให้สหกรณ์จัดทำแผนพัฒนาสหกรณ์เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาสหกรณ์
๔. พัฒนาที่ปรึกษา เพื่อทำหน้าที่ให้การช่วยเหลือและคำแนะนำ ในด้านกฎหมาย และการดำเนินธุรกิจต่างๆ แก่สหกรณ์
๓) ด้านการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์
จัดทำฐานข้อมูลการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้การส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าและบริการของสหกรณ์สมาชิกส่งเสริมเครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างสหกรณ์ ส่งเสริมการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาสหกรณ์ ส่งเสริมและช่องทางการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของสหกรณ์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้สัญลักษณ์ เกลียวเชือก ให้มีการถือใช้กันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
การดำเนินงาน
๑. รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำฐานข้อมูลการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์
๒. ส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
๓. ส่งเสริมการผลิตและการใช้ผลิตภัณฑ์ตราเกลียวเชือก
๔. ส่งเสริมให้มีการประยุกต์หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการประกอบอาชีพ และการบริหารจัดการของสหกรณ์ให้แพร่หลายมากขึ้น
๕. ประสานงาน ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของสมาชิก กลุ่มสตรีและเยาวชนในสหกรณ์เพื่อสร้างรายได้และกระจายสินค้า ไปยังผู้บริโภค ผ่านเวทีการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ในภูมิภาคต่างๆ
๔) ด้านการพัฒนาขบวนการสหกรณ์
ประชาสัมพันธ์กิจกรรมจ่างๆ ของขบวนการสหกรณ์ การจัดตั้งสันนิบาตสหกรณ์จังหวัด การเสริมสร้างความเข้มแข็งของขบวนการสหกรณ์ การส่งเสริมกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การส่งเสริมการเรียนรู้และการศึกษาวิจัยด้านการสหกรณ์
การดำเนินงาน
๑. ผลิตสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเลคทรอนิคส์ เพื่อเผยแพร่ กิจกรรม ข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้แก่สหกรณ์สมาชิกและประชาชนทั่วไป
๒. วางแผนการจัดตั้งสันนิบาตสหกรณ์จังหวด เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ เวทีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือทางด้านวิชาการและ การดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างสหกรณ์
๓. ให้การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์
๔. จัดทำและให้การสนับสนุนการวิจัยด้านการพัฒนาสหกรณ์ เพื่อสร้างองค์นความรู้ในการบริหารจัดการสหกรณ์
๕) ด้านการพัฒนาสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติงานเพิ่มองค์ความรู้ในการส่งเสริมและพัฒนากิจการต่างๆ ให้แก่สหกรณ์ พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ให้แก่สหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ ให้เอื้อต่อพัฒนาการเรียนรู้และฝึกอบรมได้อย่างครบวงจร
การดำเนินงาน
๑. พัฒนา/ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกระดับเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน และเป็นวิทยากรด้านการสหกรณ์
๒. ส่งเสริมการจัดการความรู้ KM เพื่อให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ LO ในองค์กร
๓. ตรวจสอบ/กำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงาน งบประมาณ และประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีประสิทธิ์ภาพและประสิทธิผล
๔. พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ให้มีพร้อมทั้งทุกด้านและสร้างความพึงพอใจให้บริการแก่สมาชิกที่มาใช้บริการ
สหกรณ์ในประเทศไทย
สหกรณ์ในประเทศไทย เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ในปี ๒๔๕๙ ปัจจุบันมีสหกรณ์ ๗ ประเภท
๑. สหกรณ์การเกษตร
๒. สหกรณ์นิคม
๓. สหกรณ์ประมง
๔. สหกรณ์ออมทรัพย์
๕. สหกรณ์ร้านค้า
๖. สหกรณ์บริการ
๗. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
จำนวนสหกรณ์และสมาชิก
ประเภทสหกรณ์ จำนวนสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ (คน)
สหกรณ์การเกษตร ๓,๙๓๖ ๖,๒๘๐,๔๒๔
๑. สหกรณ์การเกษตร ๓,๗๖๖ ๖,๐๗๙,๐๐๕
๒. สหกรณ์ประมง ๗๘ ๑๔,๒๙๑
๓. สหกรณ์นิคมม ๙๒ ๑๘๗,๑๒๘
สหกรณ์นอกภาคเกษตร ๒,๘๙๑ ๔,๐๖๑,๙๒๓
๑. สหกรณ์ออมทรัพย์ ๑,๓๗๕ ๒,๕๗๐,๙๑๗
๒. สหกรณ์ร้านค้า ๒๒๐ ๗๘๑,๗๔๒
๓. สหกรณ์บริการ ๙๑๕ ๓๔๙,๖๓๐
๔. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ๓๘๑ ๓๕๙,๖๓๔
รวมทั้งสิ้น ๖,๘๒๗ ๑๐,๓๔๒,๓๔๗
(*๐*)
นายประจักษ์ ปานอินทร์
(*๐*)ขอบคุณท่านผอ.และหลานม่อนที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
(*๐*)รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
(*๐*)
คุณบุษรา
(*๐*)สวัสดีค่ะ
(*๐*)ขอบคุณมากที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้