ทั้งหมดเกิดจากอำนาจแห่งกรรมทั้งสิ้น

          

           บ่อยครั้งที่เรามักโทษพรหมลิขิตไม่ว่าเรื่องราวชีวิตของเราจะเป็นเช่นไร 
เราก็โยนความผิดให้พระพรหมทั้งสิ้น   โดยเฉพาะในเรื่องเชิงลบ ผิดหวัง  โชคร้าย เศร้าโศก เสียใจ   ล้วนเพราะพรหมบันดาลชีวิตเราหมด   ฟังแล้วก็รู้สึกสงสารพระพรหมเหลือเกิน

           พรหมคือใคร ? มาลิขิตชีวิตเราได้อย่างไร  เคยสงสัยไหมคะ จากการศึกษาข้อมูลเชิงวิชาการ 

           เราจะพบว่า   "...พระพรหมจะเกี่ยวข้องกับศาสนาพราหมณ์ฮินดู  ถือเป็นหนึ่งในเทพเจ้า ตามคัมภีร์พระเวท ถือว่าพระพรหมมีชายา คือพระนางปชาบดี มีหงส์เป็นพาหนะ มี 4 พระพักตร์ เป็นเทพแห่งการสร้างและการให้พร ที่เรียกว่า "พรหมพร" ถือเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา..."

           พรหม  จะเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อทางศาสนาพุทธ   ซึ่งมีความเชื่อเรื่องของภพภูมิ  ซึ่งมนุษย์ต้องเวียนว่ายตายเกิด     แบ่งโดยละเอียดได้ ๓๑ ภูมิ หากแบ่งเป็น
ทางเดินก็คือทางเดิน ๗ สาย   ที่ทุกคนต่างเวียนว่ายในสังสารวัฏ อันได้แก่  สัตว์นรก  เปรต  อสุรกาย  เดรัจฉาน  มนุษย์  เทวดา   พรหม

           "...พรหม หรือ พระพรหม เกิดจากท่านผู้มีความเพียรกล้า   ทรงไว้ซึ่ง
ปัญญาเกินสามัญชน ปรารถนาจะพ้นจากกิเลสานุสัย เพราะเห็นว่ามีโทษพาให้ ยุ่งนัก ใคร่จักห้ามจิตมิให้ตกอยู่ในอำนาจกิเลส   จึงสู้อุตสาหะพยายามบำเพ็ญสมถภาวนา
ตามที่ท่านบุรพาจารย์สั่งสอนกันสืบๆ มา  บางพวกเป็นชีป่าดาบส บางพวก ทรงพรตเป็นโยคี ฤๅษีในสมัยที่มีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ในโลก บางพวกก็เป็นพระภิกษุสามเณร ต่างบำเพ็ญสมถภาวนา จนได้สำเร็จฌาน ครั้นถึงกาลกิริยาตายจากมนุษย์โลก จึงตรงไปอุบัติเกิดในพรหมวิมาน ณ พรหมโลก อันเป็นแดนซึ่งมีแต่สุขไม่มีเรื่องกามเข้าไปเกี่ยวข้อง ตามอำนาจฌานที่ได้บรรลุเป็นพระพรหมผู้วิเศษ..."

           หัวใจหลักของศาสนาพุทธสอนเรื่อง "กรรมบันดาล"  คือกฎแห่งการกระทำ  ไม่มีใครมาบันดาลทุกข์หรือสุขให้กับเรา   ทุกอย่างล้วนเกิดจากการกระทำของเราทั้งสิ้น ปัจจุบัน เกิดจากอดีต   และอนาคตเกิดจากปัจจุบัน    ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหากทำปัจจุบันดี  ทุกอย่างย่อมดีอย่างแน่นอน

           ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า "พรหมลิขิต"  จึงเป็นคำพูดที่พูดติดปากโดยไม่ถูกต้องตามหลักเหตุและผล   เพราะพระพรหมของพระพุทธศาสนาคือสภาวะที่จิตสงบไม่มีกามเข้ามาเกี่ยวข้อง  แล้วจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องกามของโลกมนุษย์ได้อย่างไร ?

            จริง ๆ แล้วพรหมไม่ได้ลิขิต  ต้องกล่าวใหม่ว่า  "กรรมลิขิต"  จึงจะถูกต้องมากกว่า   การที่หญิงชายพบกันครั้งแรกรู้สึกถูกตาต้องใจ   หรือการที่เราพบใครครั้งแรกแล้วรู้สึกคุ้นเคย  เหมือนรู้จักกันมานาน  หรือในทางกลับกัน  บางคนเพียงเห็นหน้าก็รู้สึก
"ศรศิลป์ไม่กินกัน"  เป็นเพราะอะไร

            ทั้งหมดล้วนเกิดจากอำนาจกรรมทั้งสิ้น    กว่าที่เราจะได้พบกันรู้จักกันไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ   ล้วนเกิดจากการสั่งสมบุญบารมีร่วมกันมา  อำนาจแห่งจิตที่เคยผูกพันเกี่ยวข้องกันมาแต่อดีตชาติ   บ้างก็อธิษฐานจิตให้ได้พบเจอกันเป็นแม่ลูก  เป็นพี่น้อง  เป็นสามีภรรยา  หรือในทางกลับกันหากอาฆาต  พยาบาท  ก็ปรารถนาที่จะมาล้างแค้นในชาติต่อไปก็มี...

            ดังนั้นในสังสารวัฏอันยาวไกล  พวกเราล้วนเวียนว่ายตายเกิดด้วยอำนาจแห่งกรรม  ผู้ที่มีศีลห้าเท่านันจึงจะเกิดเป็นมนุษย์   รักษาศีลแปดจะเกิดเป็นเทวดาหรือหากมาเกิดเป็นมนุษย์ก็เกิดในชาติตระกูลที่สูงส่ง   ส่วนผู้ที่เกิดในอบายภูมิล้วนสั่งสมวิญญาณที่โลภ โกรธ  หลงทั้งสิ้น      พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรามีเมตตาต่อสรรรพสัตว์เพราะสัตว์ที่เราเข่นฆ่าหรือเบียดเบียน   บางทีอาจเป็นญาติพี่น้อง  สามี  ภรรยา  ของเราในอดีตชาติก็เป็นได้..... 

             เห็นหรือยังว่าพรหมไม่ได้ลิขิต   แต่เรามักเคยชินกับคำพูดที่เลียนแบบกันมา   แล้วก็ใช้ติดปากซึ่งจริง ๆ แล้ว  ควรเปลี่ยนเป็น "กรรมลิขิต"  จึงจะถูกต้องกว่าจริงหรือไม่ ?

                 ..................................................................

 

 

เอกสารอ้างอิง  วิกิพิเดีย http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A1

ภาพ  จากอินเทอร์เน็ต