ผมมีความเชื่อในความหลากหลายของการศึกษา    เชื่อในคุณภาพหลากหลายแบบ หรือต่างจุดเน้น   และเชื่อว่าการศึกษาของสังคมไทยในปัจจุบัน เน้นเพื่อการประกอบอาชีพมากเกินไป   เราขาดสถาบันการศึกษาที่เน้นความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจกว้างขวาง   ซึ่งก็คือ Liberal Arts Education (ศิลปศาสตร์ หรือการศึกษาทั่วไป)


          ผมเคยเขียนเรื่องศิลปศาตร์ไว้หลายบันทึก อ่านได้ที่นี่  


          เมื่อวันที่ ๓๐ มี.ค. ๕๒ สกศ. ได้จัดประชุมระดมความคิดเรื่อง รูปแบบและแนวทางการพัฒนา Liberal College/Education ในสถาบันอุดมศึกษาไทย   ผมพยายามค้นเอกสารประกอบการประชุมทาง อินเทอร์เน็ต ก็ไม่พบ   น่าเสียดายที่ผลงานวิจัยนี้ไม่ออกสู่สาธารณะ   พบแต่รายงานข่าวใน นสพ. ที่นี่  ที่นี่  และที่นี่ 


          ค้นไปค้นมา ไปพบบทความ ศิลปศาสตร์ที่ไม่เสรี ของ ศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ผมติดใจมาก   จึง link ไว้ให้ที่นี่


          เอกสารประกอบการประชุม ที่เป็นบทสรุปผลการวิจัยชื่อ “บทสรุป รายงานการวิจัยและพัฒนารูปแบบและแนวทางทางการพัฒนา Liberal College/Education ในสถาบันอุดมศึกษาไทย”   ระบุความพยายามจัดตั้งคณะวิชาที่สอนด้าน Liberal Arts Education แต่พ่ายแพ้ต่อกระแส “อรรถประโยชน์ทางวิชาชีพ”    คณะต่างๆ เหล่านี้ได้แก่

 คณะอักษรศาตร์และวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


 คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


 คณะอักษรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร


 คณะศิลปศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล


 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน


 คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

          คณะเหล่านี้วางรากฐานของปรัชญาการศึกษาอยู่ในแนวทางศิลปศาสตร์เมื่อแรกตั้งคณะ   แต่การจัดการเรียนการสอนไม่ได้เป็นไปตามนั้น


         คือคิดดี  แต่ไม่ได้ทำตามที่คิด


          คณะผู้วิจัยเสนอการจัดการเรียนการสอนศิลปศาสตร์ในประเทศไทย ให้เน้นกระบวนการเรียนรู้ทางภาษา    ซึ่งในความเห็นของผม เป็นการที่พระเอกตายตอนจบ ของงานวิจัยนี้


          เอกสารประกอบการประชุมที่ดีมากคือเรื่อง “การเรียนแนวศิลปศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอเมริกัน”   โดย ดร. ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์   เสียดายที่ไม่มีอยู่ใน อินเทอร์เน็ต   ท่านบอกว่า “ปรัชญาการเรียนแนวศิลปศาสตร์มีรากฐานมาจากยุคกลาง (Middle Ages)   คำว่า liberal arts มาจากคำภาษาละตินว่า artes liberalis  แปลว่า pertaining to a free man   ลักษณะการเรียนกำหนดว่า ผู้ใฝ่หาความรู้ต้องเรียนวิชาหลัก ๗ วิชา   คือ ไวยากรณ์ ตรรกะ เลขคณิต เรขาคณิต ดาราศาสตร์ ดนตรี และการพูด   ความรอบรู้ในวิชาการหลายด้านจะทำให้ผู้เรียนเป็นคนที่สมบูรณ์ขึ้นและเป็นนักคิด   แตกต่างจากคนที่หาความรู้ไปเป็นวิชาชีพโดยตรง”


          ผมคิดว่า ถ้าจะมีการเรียนแนวศิลปศาสตร์จริงๆ ในสังคมไทย   ต้องเอาสาระจากที่ ดร. ชัยวัฒน์ เขียนไว้มาตีความ   กำหนดวิชาที่จะเรียน  และที่สำคัญยิ่ง กำหนดวิธีเรียน หรือการออกแบบการเรียนรู้ และคุณสมบัติหรือความสามารถของอาจารย์ผู้สอน

 

วิจารณ์ พานิช
๒๗ ก.ย. ๕๒