พลังเสียงเปลี่ยนวิกฤติ

    การสอนเป็นหน้าที่หลักของครู  ซึ่งเป็นผู้ทำให้นักเรียนได้รับความรู้มากที่สุด และด้วยจรรยาบรรณและความมุ่งมั่นในอาชีพครูดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่า  “  ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด  ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน ” เปรียบเสมือนอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่  ทั้งนี้ต้องเลือกใช้เทคนิคอบรมพร่ำสอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดีของสังคมต่อไป

     บ่ายวันหนึ่งของการสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๕/๑  ซึ่งเป็นห้องรวมนักเรียนที่ดื้อรั้นที่สุด  ต้องคอยกระตุ้นเน้นย้ำซ้ำทวน  กระตุกเตือนขณะสอน  ห้องนี้มีนักเรียนจำนวน  ๑๙  คน  เป็นนักเรียนชาย ๘  คน  และเป็นนักเรียนหญิง  ๑๑  คน  ปกติแล้วนักเรียนหญิงจะไม่มีปัญหาอะไร  แต่บทหนักส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นนักเรียนชายนี่แหละ  พอตกบ่ายหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน  ประกอบกับวิชาภาษาไทยในวันนั้นที่ดิฉันสอนเป็นเรื่องการถอดคำประพันธ์ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก  ดิฉันเคยคิดว่าการเรียนวรรณคดีเป็นอะไรสนุกที่สุดในวิชาภาษาไทย  แต่นักเรียนกลับค่อยๆ ฟุบกับโต๊ะเรียนและแอบหลับหลายคนเลยทีเดียว  ต้องคอยเรียกคอยเตือนนักเรียนเป็นระยะ ทำให้ฉันรู้สึกว่าคงต้องเปลี่ยนแปลงและสร้างเทคนิคในการสอนให้เร้าใจมากกว่าที่เป็นอยู่นี้   ดิฉันจึงคิดว่าคนเรามักจะชอบฟังนิทานตั้งแต่เด็กๆ มาแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีนิทานเรื่องนั้น จะตื่นเต้นเร้าใจและน่าฟังก็เมื่อมีการใช้น้ำเสียงประกอบการเล่า ดิฉันจึงเปลี่ยนการเล่าเรื่องจากวรรณคดี โดยใช้น้ำเสียงเข้ามาสอดแทรก นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้นและไม่นอนหลับอีก  นอกจากนี้ดิฉันยังลองนำเทคนิคการใช้น้ำเสียงมาประกอบในการสอนอีกด้วย  นั่นคือเวลาสอนถ้ามีเด็กนักเรียนกำลังคุยกันดิฉันก็จะใช้น้ำเสียงสูงเพื่อให้นักเรียนตกใจและเบี่ยงเบนความสนใจมาที่ดิฉัน  ไม่ต่อว่าหรือตำหนินักเรียนแต่จะพูดเนื้อหาที่เรียนเป็นเสียงสูงบ้าง  ต่ำบ้าง  เด็ก ๆ มักบอกว่าแสบแก้วหูเวลาที่ดิฉันพูดเสียงสูง ๆ  แล้วก็ขอร้องให้ดิฉันสอนโดยใช้น้ำเสียงปกติ   เพราะถ้านักเรียนไม่ฟังขณะที่ดิฉันสอนก็ต้องนั่งเรียนแบบแสบแก้วหู  โชคดีมากที่ดิฉันเป็นคนเสียงดังและเสียงแหลม  นักเรียนจึงต้องยอมสยบไม่ฟุบหลับ  ไม่คุยขณะที่ดิฉันสอนอีกเลย  นอกจากนี้ยังส่งผลให้การเรียนของนักเรียนดีขึ้นอีกด้วย  

     หน้าที่ของครูที่นอกเหนือจากงานสอน  คือเป็นคุณแม่  เป็นคุณหมอ  เป็นตำรวจ   เป็นผู้พิพากษา  เป็นช่างผมมือสมัครเล่น  สารพัดที่จะเป็น  เหตุเพราะลูกศิษย์ของเรามีหลายแบบ  แต่ถึงพวกเขาจะร้ายไปบ้างแต่เขาก็ร้ายบริสุทธิ์  ถ้ารู้จักหาเทคนิคแปลกใหม่เปลี่ยนวิกฤติของการสอนให้เป็นโอกาสในการสร้างคนให้เป็นคนดี  ตระหนักในหน้าที่  นี่คงจะเป็นพลังพิเศษที่ยากจะบรรยาย  คุณเคยใช้พลังในตัวเองเปลี่ยนแปลงคนอื่นบ้างหรือยัง  ?