ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของคนเรา คือการได้ลงมือทำอะไรสักอย่างด้วยตนเอง เพราะชีวิตเรายังต้องเรียนรู้ทุกๆวินาที คุณคิดว่าจะสนุกแค่ไหน ถ้าทุกคนต้องมาอยู่ค่ายร่วมกันถึง 3 วัน 2 คืน (ทั้งที่ต่างคนต่างมาจากคนละคณะกันแต่เมื่อต้องมาอยู่ กิน และทำงานด้วยกัน) มีกิจกรรมสนุกๆมากมายตั้งแต่ 05.30-21.00น.
ช่วงนั้นดิฉันกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ภาคเรียนที่ 1 ดิฉันมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นประธานชมรม วิทย์ – พัฒนาชนบท ประจำปีการศึกษา 2548 ทำให้ในช่วงปีนั้นเองที่ดิฉันและเพื่อนๆทุกคนในสาขา วิทยาศาสตร์ทั่วไป ต้องทำงานร่วมกันมากขึ้น ซึ่งจากการทำงานในครั้งนี้เองทำให้เราได้รู้จักนิสัยใจคอเพื่องของเราแต่ละคนมากขึ้นทั้งในทางที่ดี และไม่ดี แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราทุกคนก็ช่วยกันหารายได้และสิ่งของต่างๆไปออกค่ายของเราได้จนเป็นผลสำเร็จซึ่งค่ายที่ดิฉันและเพื่อนทุกคนตองไปออกค่ายในครั้งนั้น คือ โรงเรียนบ้านป่าวิลัย อ.สอยดาว จ.จันทบุรี (ประมาณช่วงเดือนธันวาคม) เราทุกคนต่างร่วมมือกันทำงาน อย่างสุดความสามารถ ถึงแม้ว่า จะเหนื่อยบ้าง ร้อนบ้าง แต่เราก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ตกเย็นพวกเราทุกคนก็ได้สนุกกันเต็มที่กับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แข่งกีฬาสี กินวิบาก ตบท้ายด้วยกิจกรรมรอบกองไฟ กิจกรรมในเย็นวันนั้นทำให้พวกเราหายเหนื่อนจากการทำงานมาตลอดทั้งวันและมีแรงที่จะทำงานต่อในวันต่อไปจนสุดท้ายการออกค่ายของพวกเราก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
สุดท้ายเมื่อเราหันกลับมากมองที่ผลงานและความสำเร็จของพวกเรา มันทำให้พวกเราทุกคนต่างก็ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆที่โรงเรียนบ้านป่าวิลัย ซึ่งมันแสดงออกว่าเค้าดีใจและมีความสุขมากที่พวกเรามาช่วยกันพัฒนาโรงเรียนของพวกเค้า ทำให้พวกเค้าดมีห้องสมุดใหม่ขึ้น และได้สนุกเต็มที่กับกิจกรรมที่พวกเราทุกคนมอบให้เด็กๆ วันนั้นเป็นวันที่ดิฉันมีความสุขมากที่ทำให้เด็กๆมีความสุขและหัวเราะได้ทั้งๆ ที่ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ด้วยเรื่องเล็กๆ เพียงแค่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จะทำให้ดิฉันและเพื่อนทุกคนเพลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว และภาคภูมิใจได้มากขนาดนี้ …
สุดท้ายนี้ดิฉันอยากฝากบทความสั้นๆ ไว้ให้ทุกคนได้ลอกกลับไปถามตัวเองบ้างว่า
“ วันนี้คุณได้ทำอะไรดี ดีเพื่อบ้านของคุณบ้างแล้วหรือยัง ”