ดูเหมือนว่าความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อของสังคมไทยกำลังพัฒนาไปไกล ลุกลามกลายเป็นความแปลกแยก ขัดแย้ง ความร้าวฉานทางสังคมที่กำลังคุกคามสังคมไทย ที่กำลังต้องการได้รับการเยียวยาก่อนสายเกินไป

แม้ว่าสถาบันพระปกเกล้าจะเปิดสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลมาแล้ว ๑๐ ปี แต่ความขัดแย้งในประเทศกลับเพิ่มสูงเป็นทวีคูณ ซึ่งหลักสูตรที่ผ่านมาสอนแต่แก้ปัญหาขัดแย้งระยะสั้น  โดยสอนแต่การไกล่เกลี่ยที่เป็นเรื่องเล็กๆ แต่ปัจจุบันนั้นความขัดแย้งมันบานปลายขยายวงกว้างไปในระดับประเทศ และขัดแย้งกันอย่างไม่มีเหตุผล

ความขัดแย้งทางความคิดที่นับวันจะกลายเป็นรอยร้าวลึกทางสังคม แบ่งแยกคนไทยเป็นก๊ก เป็นเหล่า พวกฉัน พวกเธอ พวกเขา จะดีกว่าไหมถ้าสังคมไทยมีแต่ “พวกเรา” แม้เธอกับเขา เราคิดไม่เหมือนกัน แต่พวกเราอยู่ “ร่วมกัน” ได้ภายใต้สังคม(เดียวกัน)สันติสุข 

สังคมไทยเดินมาถึงจุดที่เรียกว่าเป็น “อัตลักษณ์ทางความคิด” คิดว่าตัวกู ของกู เอาตัวเองเป็นใหญ่ ทุกคนมีแต่ไม่ ไม่รับ ไม่ใช่ ไม่ฟังเหตุผล ไม่เห็นด้วย

เราเควรมาสร้างสังคมแห่งความสันติสุขกัน  จะทำอย่างไรที่จะให้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ภายใต้ความแตกต่างทางความคิด วัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา

แม้จะแตกต่างทางความคิด แต่ไม่แปลกแยก ภายใต้สังคมสันติสุขเดียวกัน

 

 

อีกเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง ลุงเอกว่าสังคมไทยวันนี้ผิดเพี๊ยนไปมาก แม้แต่สังคมอีสานปะไร  ที่ทุกวันนี้โครงสร้างทางสังคมผิดเพี้ยนไปอย่างมาก  ที่ว่าผิดเพี๊ยนเพราะคนอีสานกว่า ๒ แสนคนโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กได้ ย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากอยู่ในยุโรป แต่กลับมีคนต่างชาติชอบที่จะเข้ามาแทนที่ในประเทศไทย

กลับตาลปัตรไปหมด คนยุโรปไปอยู่อีสาน คนอิสานไปอยู่ยุโรป  เป็นอะไรที่แปลกประหลาด ต่อไปเราจะหาควายในอีสานไม่ได้จะหายไปหมดเพราะทิ้งนาทิ้งไร่แถมไปเอาใจแทร็กเตอร์มาทำนา มีแต่ฝรั่งที่หันมาใช้ควายไถนาแทน เพราะเขาชอบวิถีนี้ ต้องมาศึกษากันว่าทำไมสังคมมันถึงผิดเพี้ยนอย่างนี้