เยาวชนเหล่านี้มาเข้า“ค่ายสร้างสรรค์งานศิลป์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านศิลปะ” ซึ่งจัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยทั้งหมดจะพักที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา จ.สงขลา

   เมฆฝนมืดครึ้มบดบังดวงอาทิตย์ สายฝนเริ่มโปรยปราย ลดพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต้นสนไหวเอนตามแรงลม จนทำทีท่าจะทรงตัวไม่อยู่... 

   บรรดาเยาวชนหญิงชายที่ขะมักเขม้นอยู่กับการสร้างผลงานศิลปะ บริเวณริมทะเล ชายหาด สมิหรา อ.เมือง จ.สงขลา ต่างกุลีกุจอเก็บเครื่องมือศิลปะ ย้ายตัวเองจากชายหาด เข้าสู่ห้องประชุมโรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ ซึ่งได้ถูกประยุกต์เป็นสตูดิโอสำหรับผลิตงานศิลปะชั่วคราว 

   เยาวชนเหล่านี้มาเข้า“ค่ายสร้างสรรค์งานศิลป์สำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านศิลปะ” ซึ่งจัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพ และนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) และคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยทั้งหมดจะพักที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา จ.สงขลา 

 

 

   กลุ่มเป้าหมายการเข้าค่ายฯ คือเยาวชน ตั้งแต่ระดับชั้น ม.๑ – ม.๖ หรือเทียบเท่า ที่มีความสามารถทางด้านศิลปกรรม จากหลายจังหวัดในเขตภาคใต้ โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

   “มีเด็ก ๆ ที่น่าสนใจ มีความสามารถทางด้านศิลปะในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่มาก แต่เด็ก ๆ เหล่านี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับการพัฒนา ค่ายครั้งนี้จะให้น้ำหนักกับเด็กในพื้นที่นี้เป็นพิเศษ”

   ผศ.พิเชษฐ์  เปียกลิ่น คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มอ.ปัตตานี กล่าวถึง

   สำหรับการคัดเลือกเยาวชนเข้าค่าย จะพิจารณาจากผลงานศิลปะในขั้นต้น แล้วสอบวิชาวาดเส้นและวิชาองค์ประกอบศิลป์ คัดเหลือจำนวนทั้งสิ้น ๖๒ คน  การจัดค่ายครั้งนี้ เป็นการนำเยาวชนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ทางด้านศิลปกรรม ใช้ศิลปะเป็นกรอบในการสร้างพลัง เพื่อการดำรงชีวิตของบุคคลในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ รวมทั้งใช้ศิลปะเป็นสื่อในการจรรโลงสังคม ลดความรุนแรง และสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

   โดยจะเน้นฝึกปฏิบัติการสร้างผลงานทางศิลปกรรม เน้นทักษะกระบวนการคิด วิเคราะห์ ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้เสมือนศิลปินมืออาชีพ นอกจากจะได้เรียนรู้จากคณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มอ.ปัตตานี เกือบ ๑๐ ท่านแล้ว ยังจะมีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกประสบการณ์จากศิลปินชั้นเยี่ยมและศิลปินแห่งชาติ เช่น ศาสตราจารย์เดชา  วราชุน, ศาสตราจารย์อิทธิพล  ตั้งโฉลก และอาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน

   กระบวนการพัฒนาศักยภาพทางด้านศิลปกรรมของเยาวชน แบ่งเป็น ๓ ช่วง

   ช่วงแรกเป็นการเข้าค่ายรวม ๖๒ คน ระยะเวลา ๗ วัน  โดยคณาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มอ.ปัตตานี เยาวชนจะได้เรียนรู้และฝึกประสบการณ์ ใน ๓ สาขา คือ จิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ทั้งในแง่เทคนิควิธีการและการคิดสร้างสรรค์ ในแต่ละวันจะมีการนำเสนอและวิจารณ์ผลงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อยอดขึ้นไป ในวันสุดท้ายของช่วงแรกจะให้เยาวชนได้ผลิตงานศิลปะที่ตนเองถนัดและสนใจ แล้วคัดเลือกเหลือ ๑๕ คน เพื่อเข้าค่ายในช่วงถัดไป

   ช่วงที่สอง จัดสำหรับเยาวชนจำนวน ๑๕ คน ที่ผ่านการคัดเลือก เข้าเรียนรู้และฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้น กับศิลปินชั้นเยี่ยมและศิลปินแห่งชาติ ต่ออีก ๗ วัน 

   ช่วงที่สาม จะคัดเลือกเยาวชนเหลือ ๓ คน ส่งไปเรียนรู้และฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การดูแลของ ดร.กมล  ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติประจำปี ๒๕๔๐

   สำหรับภาพผลงานของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จะนำไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการตามหอศิลป์ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกได้เปิดโลกทัศน์และศึกษาวัฒนธรรมในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นการเสริมสร้างแรงบันดาลใจต่อการสร้างสรรค์ผลงาน โดยการเดินทางในแต่ละครั้งจะมีการ Work shop ร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงในแต่ละภูมิภาคนั้น ๆ ด้วย

   น้องเยาะห์ - คอรีเยาะห์  เจ๊ะซีตี ร.ร.ทุ่งยางแดงวิทยาคม จ.ปัตตานี

   “ดีใจมาก ไม่เคยไปเข้าค่ายที่ไหนเลย มาเข้าค่ายที่นี่ครั้งแรก มาแล้วก็ประทับใจมาก..."

   เช่นเดียวกับ น้องหญิง - สุจิตรา  โปรยมา เรียนอยู่ชั้น ม.๕ โรงเรียนสายบุรีแจ้งประภาคาร เมื่อถามว่าเรียนเก่งหรือเปล่า เจ้าตัวตอบแบบอาย ๆ ว่าไม่รู้ แต่เมื่อถามว่าเกรดเฉลี่ยเท่าไร ๓.๗๗ เป็นคำตอบจากปากเธอ น้องหญิง เล่าถึงค่ายนี้ว่า

   “สนใจศิลปะมาก แต่ก็ไม่เคยไปเข้าค่ายที่ไหน มีโอกาสมาเข้าค่ายที่นี่ดีใจมาก ประทับใจอาจารย์ที่สอนเก่งมาก ๆ พี่เลี้ยงก็เป็นกันเอง ดูแลเราอย่างดี อยากให้มีการจัดค่ายแบบนี้ทุกปี...” 

   และ น้องปอ – ปิยธิดา แก้วนิตย์ ชั้น ม.๓ จาก ร.ร.เตชะปัตนยานุกูล จ.ปัตตานี พูดถึงตนเองและความประทับใจในการเข้าค่ายว่า

   “สนใจศิลปะมานานแล้ว อยากเรียนศิลปะกับครูสังคม  ทองมี ไม่เคยไปเข้าค่ายที่ไหนเลย ครูมาถามว่าอยากไปเข้าค่ายไหม ก็รีบตอบตกลงทันที มาแล้วก็ไม่ผิดหวัง อาจารย์ที่สอนเก่งมาก สอนรู้เรื่อง ทำให้เราเก่งขึ้น พี่ ๆ ก็ดูแลเอาใจใส่เราดี ประทับใจมากค่ะ...”

   กมลวรรณ  อวนศรี ผู้ประสานงานจาก สสอน. กล่าวว่า

   “...ค่ายฯ นี้เป็นภารกิจหนึ่งของ สสอน. ในการส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานที่มีความชำนาญ ให้จัดกิจกรรมเรียนรู้เพื่อจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศักยภาพหรือความสามารถในด้านนั้นแก่เยาวชน ปีนี้เป็นปีแรกที่มีค่ายศิลปะในลักษณะนี้ และคาดว่าน่าจะมีการจัดค่ายในลักษณะนี้ในปีต่อ ๆ ไปอีก...”

   ค่ายสิ้นสุดลงแล้ว แววตาแห่งความสุขของเยาวชนเปล่งประกาย มีความสุขกับการเรียนรู้และผลิตผลงานศิลปะ ได้รับการกระตุ้นและจุดประกาย และหากมีกิจกรรมดี ๆ อย่างนี้อย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่มีความสามารถทางด้านศิลปะก็มีแนวโน้มที่จะถูกค้นพบมากขึ้น การส่งเสริมต่อยอดความสามารถก็จะทำถูกฝาถูกตัวมากขึ้น สังคมไทยก็จะมีคนที่เก่ง แบบเก่งจริง ๆ มากขึ้น...