โรงเรียนของครูอิง เป็นโรงเรียนในโครงการ "โรงเรียนวิถีพุทธ" และ โรงเรียนต้นแบบขอบศูนย์เครือข่าย ในด้าน "เศรษฐกิจพอเพียง"ซึ่งมีการปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมหนึ่งของโรงเรียนวิถีพุทธ คือ กิจกรรม "อิ่มบุญ" ทุก ๆ วันพระ คุณครูประจำชั้นจะหมุนเวียนกัน พานักเรียนไปทำบุญที่วัดในชุมชน 

        ครูอิงเป็นครูประจำชั้นคนหนึ่ง จึงพานักเรียนจำนวน ๒๓ คนไปทำบุญที่วัด ที่บอกว่า "อิ่มบุญ อิ่มใจ แบบไร้กรอบ"  ก็เพราะว่า ครูอิงไม่ได้ไปวัดตามสถานที่ที่โรงเรียนกำหนด  นอกจากนี้ ไม่ได้ไปในวันพระด้วยค่ะ

          ไปวัดแบบสบาย ๆ ค่ะ  ออกเดินทางก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง เพราะไม่ได้ประสานกับทางวัดมาก่อน  ไปถึงวัดแรกปรากฏว่า  ไม่มีพระที่วัด เนื่องจากติดภารกิจงานขึ้นบ้านใหม่  จึงเดินทางต่อไปอีกวัดหนึ่ง  ตอนแรกไม่เจอเจ้าอาวาส เนื่องจากท่านเป็น ครูสอนศีลธรรม จึงออกไปสอนนักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  แต่ก็รอจนท่านกลับมา เพราะท่านต้องกลับมาฉันเพลที่วัดค่ะ

           เด็ก ๆ ตื่นเต้น  นำจานชามมาเรียงและถ่ายอาหารจากปิ่นโต เพื่อถวายพระ เสร็จแล้วก็นั่งสมาธิรออย่างสงบ

           เมื่อเจ้าอาวาสมาถึง ทำพิธีทางศาสนาเสร็จ  เด็ก ๆ ก็ช่วยกันนำอาหารถวายพระ ทั้งคุณครู ทั้งเด็กรู้สึกอิ่มเอิบใจและมีความสุขมากค่ะ  ครูอิงไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมากนัก เพระพะวงเรื่องการไหว้พระ การกรวดน้ำ

           เมื่อเสร็จพิธีก็ลาเจ้าอาวาสกลับ  ไม่ได้อยู่รอให้ท่านฉันภัตตาหารเสร็จ ก่อนเดินจากมา หูครูอิงได้ยินเสียง พระภิกษุ เสียสละ ยกข้าวมันไก่ ที่ครูอิงนำไปถวายให้กับสามเณร  คือที่วัดแห่งนี้มี พระภิกษุ ๕ รูป  และสามเณรอีก ๓ รูป  ครูอิงไม่ทราบจึงซื้อข้าวมันไก่เจ้าอร่อยไปถวายแค่ ๕ ห่อ

           เป็นที่น่าสังเกตว่า ในวันธรรมดา ที่ไม่ใช่วันพระนั้น ไม่มีญาติโยมมาทำบุญทำให้พระภิกษุไม่ค่อยมีอาหารมากนัก  ครูอิงจึงรู้สึกอิ่มใจ เมื่อคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่พาเด็ก ๆ มาทำบุญในวันนี้ เพราะโดยปกติแล้วก็ไม่ค่อยชอบทำบุญในวันเทศกาลมากนัก มีความรู้สึกว่าทุกอย่างล้นเหลือในวันนั้น  แต่วันอื่น ๆ กลับขาดแคลน

          เพื่อนของครูอิงท่านหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนกับครูอิงว่า

         "ครูอิงครับ เมื่อก่อนนี้ ผมก็มีความคิดและเป็นเช่นครูอิงครับ ที่ไม่ชอบไปทำบุญที่วัดในงานเทศกาลต่างๆ คนเยอะไปหมด ดูวุ่นวายอย่างไรก็บอกไม่ถูก ชอบไปวัดในวันธรรมดาที่คนไม่ค่อยไปกัน สงบ สบาย และมีสมาธิกับการทำบุญ อิ่มบุญมากกว่า แต่ก็คิดว่าคนทั่วไปไม่ค่อยไปวัด ไปวัดเฉพาะวันสำคัญๆ แต่ก็จังดีกว่าที่ไม่ไปวัดเลย แม้จะทำบุยด้วยความคิดใดก็ตามก็ยังได้ชื่อว่า ทำบุญ ส่วนจะได้รับผลบุญเพียงใดนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากส่วนตัวครูอิงชอบทำบุญแบบไหนก็ทำไปเถอะ ทำดี  ดีทั้งนั้น บางครั้งตัวตนของเราก็ยากที่จะมีใครเข้าใจ

                               หนึ่งวินาที ในใจคนเรานั้น ไม่เท่ากันหรอกครับ