รายงานการวิจัย
ชื่อเรื่อง การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษาและพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเอกพลศึกษาและนันทนาการ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมที่ได้รับการสอนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน กับการสอนแบบรรยาย
ผู้วิจัย ว่าที่ร้อยตรีปิยะปทีป แสงอุไร
ทุนม.ราชภัฏจันทรเกษม
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน
จากการที่ผู้วิจัยเป็นอาจารย์ประจำที่ได้ทำการสอนวิชานี้มาในปีที่ผ่านและจากการสังเกตของผู้วิจัยพบว่า นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชานี้ต่ำและเมื่อให้ฝึกทักษะในการทำงานกลุ่ม นักศึกษาจะไม่สามารถแสดงพฤติกรรมการทำงานกลุ่มได้อย่างเหมาะสม คือ มีการเกี่ยงกันทำงาน โดยบางคนก็จะทำงานตามที่มอบหมายให้ แต่บางคนก็ไม่ทำ โดยผลักภาระให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนในกลุ่ม ดังนั้นในภาคเรียนที่ 2/2551 นี้ ผู้วิจัยได้มีโอกาสทำการสอนวิชานี้ จำนวน 2 หมู่เรียน จึงได้ทำการสำรวจปัญหาเบื้อต้นจากนักศึกษาที่ลงเรียนในวิชานี้ จำนวน คน พบว่า ปัญหาที่พบมากที่สุดคือ นักศึกษาจำนวน 47 คน ร้อยละ 58.75 เรียนในวิชานี้ไม่ค่อยรู้เรื่อง เนื่องจากเป็นวิชาที่มีเนื้อหามาก นั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถตอบคำถามที่อาจารย์ให้ทำในชั่วโมงเรียนได้ รองลงมา คือ นักศึกษาจำนวน 25 คน ร้อยละ 31.25 มีปัญหาในการทำงานกลุ่ม เมื่ออาจารย์ให้แบ่งกลุ่มกันทำงานในชั่วโมงเรียนและเป็นปัญหาอื่น ๆ จำนวน 8 คน ร้อยละ 10
นวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหา
1. โปรแกรมการเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน ได้แก่ วิธีการจัดการเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน ใบความรู้ ใบงาน และเกมเชิงวิชาการ
2. โปรแกรมการเรียนรู้แบบบรรยาย ได้แก่ วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบรรยาย ใบความรู้ และใบงาน
ผลการแก้ปัญหา
1. นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษามากขึ้น หลังจากได้รับการเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
2. นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษามากขึ้น หลังจากได้รับการเรียนรู้แบบบรรยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
3. นักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบทีมแข่งขันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษามากขึ้นกว่านักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบบรรยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
4. นักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบทีมแข่งขันมีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มมากขึ้นกว่านักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบบรรยาย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย
1. ผลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ จะได้เป็นแนวทางสำหรับอาจารย์ผู้สอนในการสร้างแผนการจัดกิจกรรมโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน สามารถนำรูปแบบ การจัดการเรียนการสอนดังกล่าว มาใช้พัฒนาปรับปรุงกาเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
2. ผู้สอนจะได้มีแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และพฤติกรรมในการทำงานกลุ่มในการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษา.
3. จะได้เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษา
ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะทั่วไป
จากการวิจัยในครั้งนี้พบว่า นักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบทีมแข่งขันมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติและหลักการพลศึกษาและพฤติกรรมการทำงานกลุ่มมากขึ้นกว่านักศึกษาที่ได้รับการเรียนรู้แบบบรรยาย ดังนั้นควรมีการอบรมอาจารย์ ครูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาให้มีความรู้และความชำนาญในการฝึกการใช้การเรียนรู้แบบทีมแข่งขัน
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
ควรนำวิธีการเรียนรู้แบบทีมแข่งขันไปใช้กับผู้เรียนในระดับอื่น หรือสถานศึกษาอื่น ๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางกาเรียน หรือพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และควรพัฒนาตัวแปรอื่นๆ เช่น พฤติกรรมการเรียน เป็นต้น