ความแตกต่างระหว่างการเป็นข้าราชการแบบเก่ากับข้าราชการแบบใหม่
ผู้เขียน จำได้ว่า เมื่อตอนที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก
ลุงของผู้เขียนเคยบอกว่า เป็นลูกผู้หญิงให้เรียนสูง ๆ (หมายความว่า
เรียนให้ได้วุฒิ ป.ตรี/โท/เอก)
จะได้ไม่ลำบากและก็ไม่ต้องไปพึ่งพาผู้ชาย (สามี)
ถ้าเรียนสูงแล้วสอบเข้ารับราชการ แล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน
คำว่าเป็นเจ้าคนนายคนฝังหัวผู้เขียนว่า จะได้ทำงานดี ๆ ทำงานใน Office
ไม่ต้องไปลำบากอยู่กลางทุ่งนา ซึ่งพ่อ - แม่
ของผู้เขียนมีอาชีพเป็นชาวนา (มีที่นาประมาณ 100 กว่าไร่)
ท่านไม่เคยให้ลูก ๆ ไปทำนา เรียกว่าจนบัดนี้ ผู้เขียนยังดำนา
หรือสานภารกิจของบรรพบุรุษไม่ได้เลย (นับว่าเป็นความคิดที่ผิด
ถ้าผู้เขียนได้ทดลองทำนาอาจจะได้ประสบการณ์อีกด้านหนึ่งก็ได้
ซึ่งผู้เขียนได้แต่ให้คนอื่นเช่าที่นา โดยไม่ได้ลองทำเองสักที
แต่ไม่แน่อีก 13 ปี เกษียณอายุ
อาจจะคิดลองไปทำดูไม่รู้ว่าจะไหวหรือเปล่า)
ท่านไม่ต้องการให้ลูกสาวไปลำบากเหมือนกับท่าน (ท่านบอกว่าให้ พ่อ -
แม่ ลำบากเพียงผู้เดียว) ท่านพยายามส่งผู้เขียนและน้องสาวเรียนจนจบ
และมีงานทำจนถึงปัจจุบันสมดังเจตนารมณ์ของท่าน
สำหรับน้องของผู้เขียนก็ได้งานทำที่บริษัทมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง
ส่วนผู้เขียนได้สอบเข้ารับราชการตามที่ลุง, พ่อ - แม่
ของผู้เขียนตั้งใจ ความตั้งใจของท่าน
ท่านเข้าใจว่ารับราชการแล้วจะได้เป็นเจ้าคน - นายคน
ซึ่งสมัยก่อนเวลาพ่อ - แม่
ไปทำธุระที่อำเภอหรือติดต่อราชการที่ส่วนราชการในอำเภอแทบจะต้องกราบกรานเข้าไปหา
ยกมือไหว้ปะหลก ๆ ท่านคงฝังใจว่าผู้ที่ท่านไหว้นั้น เป็นเจ้าเป็นนาย
เมื่อผู้เขียนได้รับราชการ บิดาของผู้เขียนยิ้มแก้มแทบปริ ท่านคงดีใจ
สมใจ "ที่ลูกของข้าก็ได้เป็นเจ้าคน -
นายคน กับเขาบ้างเหมือนกัน"
แต่อนิจจา...การรับราชการสมัยใหม่มิใช่เป็นเหมือนเช่นแต่ก่อน
รัฐได้ปรับเปลี่ยนการปฏิรูประบบราชการ ล้างคำว่า "เจ้าคน - นายคน"
โดยใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีสมรรถนะหลัก 5 สมรรถนะ
ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน การบริการที่ดี
ความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ จริยธรรมและการทำงานเป็นทีม
สำหรับสมรรถนะประจำกลุ่มงานมีอีกหลากหลายสมรรถนะ
ซึ่งแต่ละสมรรถนะก็เป็นไปตามตำแหน่งของแต่ละบุคคล
จึงทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างการทำงานในสมัยก่อนกับสมัยปัจจุบันมากขึ้น
ในสมัยก่อนการวัดผลงานยังไม่ชัดเจน
(ความจริงแล้วผู้เขียนคิดว่าผู้ที่รับราชการในสมัยก่อนเขาก็ทำงาน
เพียงแต่วัดผลงานยังไม่เป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง ผู้เขียนขอ
comment ว่าเป็นบางคนน่ะบางคนก็เป็นแบบที่เขาว่า
ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามเลยพลอยทำให้ภาพของข้าราชการคนที่ดี ๆ
เขาติดลบไปด้วย) แต่สมัยใหม่ผลงานและหลักฐาน ฯ
จะชัดกว่าสมัยก่อน แต่ทั้งนี้ ผลงานก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่จะมีความยุติธรรมมากน้อยแค่ไหนต้องด้วยจิตสำนึกและการยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
หรือหลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
ที่ผู้บริหารต้องยึดถือปฏิบัติแล้วล่ะ...
ทำให้เห็นว่าการรับราชการสมัยก่อนกับสมัยใหม่แตกต่างกันมาก
โดยที่รัฐมุ่งเน้นว่าระบบราชการไทยในอนาคตต้องสู่สากล...ข้อนี้สิ...ดูมันยิ่งใหญ่มาก
ผู้เขียนขอฝากไว้กับเยาวชนหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐรุ่นใหม่ก็แล้วกันว่า...ฝันให้ไกล
ไปให้ถึง...ก็แล้วกัน เรียนรู้เสริมทักษะ ด้านภาษา คอมพิวเตอร์
ให้มาก ๆ เพื่อเป็นการพัฒนาต่อตนเอง และประเทศชาติค่ะ...
ตอนนี้หน่วยงานผมมี PMQA ด้วยนะครับ
ขอบคุณค่ะ คุณ small man...
ใช่ค่ะ เพราะเป็นการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ไงค่ะ
ดิฉันว่าดีนะค่ะ วัดผลงานกันจะ จะ... แต่อยู่ที่ผู้บริหารด้วยนะค่ะ
ต้องเร่งฝีมือเต็มที่เลยค่ะ ถ้าผู้บริหารไม่เล่นด้วย องค์กรไปได้ยากค่ะ
หมวดแรก ผู้นำ ไงค่ะ
เรียนท่าน ผอ.บุษ
ใช่แล้วครับท่าน ผอ.บุษ ข้าราชการยุคใหม่ต้องทันสมัย หูตากว้างไกล การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานและการReportถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น และการบริการที่ดีถือว่าเป็นเสน่ห์ของการทำงาน ความเชี่ยวชาญในงานอาชีพเป็นสิ่งจำเป็นมีหน้าที่อะไรต้องเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ รวมทั้งความมีจริยธรรมและคุณธรรมถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งประเทศเราที่มีความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้เพราะคนขาดคุณธรรม เห็นแก่ตัวและพวกพ้อง ตลอดจนการทำงานเป็นทีมก็มีความจำเป็นงานถ้าประสบผลสำเร็จแต่ทำคนเดียวแล้วมันจะสู้ "'งานนี้สำเร็จได้เพราะพวกเราโว้ย" ใช่ไหมครับ ขอขอบคุณท่าน ผอ.มากครับที่ขยันเขียนผลงานวิชาการมาให้อ่านป็นประจำ.............
จาก nayniranam
สวัสดีค่ะ...คุณ nayniranam...
ขอบคุณค่ะ...เป็นสมรรถนะหลักในการทำงานของข้าราชการไทยไงค่ะ...