...เท่าไรดี...
วัยอันควร
อะไร คือ มาตรฐานวัดวัยอันควร
เขา หรือ เธอ ไม่น่าจากไปก่อนวัยอันควร
วัยอันควรควรจะเป็นเท่าไร 60 70 80 90 หรือ 100 ปี
ไม่มีนิยามที่แน่นอน เพราะมีหลายปัจจัยที่จะทำให้จากไป
ถ้าอยู่ในวัยเด็กแล้วจากไปน่าจะนิยามได้ชัดเจนที่สุดว่ายังไม่ถึงวัยอันควร
แต่ก็อีกที่ว่า เราเป็นคนกำหนดกันเองว่าวัยอันควร คือ อายุเยอะๆ มากๆ
มองในแง่ปริมาณแต่ไม่มองในแง่คุณภาพ
คนที่จากไปแล้วอายุยังน้อยแต่มุ่งมั่นทำความดี ปฏิบัติธรรม คนทั่วไปอาจจะเสียใจกับการจากไปของเขา แต่เขาอาจจะไม่เสียใจเลย และ อยากให้ทุกคนเรียนรู้จากการจากไปครั้งนี้ว่า วัยอันควร ไม่สำคัญเท่า ปฏิบัติอันควร และ ทุกชีวิตส่วนมากไม่มีใครรู้ว่านาฬิกาจะหยุดเดินเมื่อไหร่
มีอยู่ช่วงหนึ่งผมไม่สนใจดูข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์เพราะไม่มีวันไหนที่ไม่มีข่าว คนไม่เสียชีวิต
ดูมาก อ่านมากใจมันเศร้า
เดี๋ยวนี้ดูบ่อยขึ้น ถือเป็นการเจริญมรณานุสติไปในตัว ว่าความตายเกิดขึ้นไม่เลือกใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร
เราอาจจะมองว่า เขา หรือ เธอจากไปก่อนวัยอันควร ก็ไม่ผิด แต่อย่าลืมเตือนตนว่า เขา หรือ เธอแสดงสัจธรรมของชีวิตให้เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ในสมัยพุทธกาล มีหญิงนางหนึ่งร่ำไห้เสียใจไปหาพระพุทธเจ้า บอกว่า ลูกของนางตายก่อนวัยอันควร พระองค์กล่าวว่าให้นางไปหาดินจากบ้านที่ไม่มีคนในครอบครัว หรือ ญาติเสียชีวิตมาให้ได้ ถ้าหาได้พระองค์จะชุบชีวิตลูกของนางให้ นางก็หาไปจนทั่วเมืองก็ไม่พบบ้านไหนไม่เคยมีคนในครอบครัว หรือ ญาติไม่เสียชีวิต นางจึงเข้าใจคำสอนของพระองค์ที่ว่า ความตายเป็นเรื่องสามัญเกิดขึ้นกับทุกๆคนแล้วแต่ใครจะถึงเวลา
คนที่ไม่เคยฝึกเจริญสติตอนจะตายจะพะวงหน้า พะวงหลัง เป็นห่วงครอบครัว คิดถึงอดีต กังวลไปถึงอนาคตว่าจะไปไหน จะได้เกิดเป็นมนุษย์อีกไหม
ถ้าคนที่เคยฝึกเจริญสติมาอย่างดีจะไม่มีกังวล รู้ลงปัจจุบันไป ใช้เวลาที่สำคัญที่สุดอย่างมีสติ
มีสติกับปัจจุบัน เฉพาะหน้า เป็นเวลาอันควรอย่างยิ่งนะครับ
คุณPhornphonครับ
( รบกวนลบบันทึกบนด้วยครับ ผิดพลาดทางเทคนิค)
จากวัยอันควร มาถึง เวลาอันควร
มีสติกับปัจจุบัน เฉพาะหน้า เป็นเวลาอันควรอย่างยิ่ง
เป็นข้อธรรมะที่ตรงกับผมตอนนี้ นำมาใช้ได้พอดีครับ (กำลังฟุ้งซ่านอยู่พอดี)
ขอบคุณสำหรับธรรมะดีๆครับ
สวัสดีค่ะคุณPhornphon
มาน้อมรับวัยอันควรค่ะ
ขอบคุณที่ย้ำเตือนให้เหล่ากัลยาณมิตรไม่หลงลืม
ต่อการเจริญมรณานุสติในทุกขณะที่พึงระลึกได้ มิให้เผลอ
และใช้เวลาที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันขณะอย่างมีสติ
ขอบคุณ.....
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อคิด
มาช้าหน่อยครับ แต่เป็นเวลาที่น่าจะควรกับผม ขอบพระคุณเวลากับชีวิตที่ทำให้ผมยังมีลมหายใจอยู่ ได้รับฟังธรรมดีดีจากพี่พี่ น้องน้อง "อ่านหนังสือหมื่นเล่ม กับ เดินทางหมื่นลี้"
สวัสดีครับท่านรอง
เวลาอันควร คือ ปัจจุบันครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ giant bird อนุโมทนาสาธุเช่นกันครับ
สวัสดีครับ คุณ ณัฐรดา ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ
สวัสดีครับ คุณไกรษร
ขอบพระคุณเวลากับชีวิตที่ทำให้ผมยังมีลมหายใจอยู่ เช่นกันครับ
แวะมาเยี่ยมครับ...
สวัสดีค่ะ
ใช่แล้วค่ะ...
มีสติกับปัจจุบัน เฉพาะหน้า เป็นเวลาอันควรอย่างยิ่ง...
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ วันเวลาที่ใช้จ่ายด้วยกัน ... เวลานั้นสำคัญเสมอ
ภาพภูชี้ฟ้า ในบรรยากาศครึ้มๆ อย่างนี้ดูเหงา แต่งามไปอีกแบบค่ะ ...
ขอบคุณ คุณหนานเกียรติที่มาเยี่ยมครับ
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
สติมา ปัญญาเกิดครับ
มีสติปัญญา ทั้งทางโลกและทางธรรมนะครับ
ขอบคุณ คุณ poo ที่มาเยี่ยมครับ ถ่ายไว้เมื่อครั้งไปเที่ยวครับ
แวะมารับข้อคิดดีๆ ค่ะ
ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดูข่าวเหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกสลดหดหู่กับข่าว ไม่ใช่เฉพาะข่าวที่มีคนตาย แต่ข่าวทั่วๆ ไปบางครั้งก็ทำให้รู้สึกแย่ ข่าวดีๆ ส่วนมากไม่ค่อยมี เพราะเรื่องดีๆ ขายไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยอยู่ในความสนใจของคนทั่วไป...
แต่ว่าอ่านบันทึกแล้ว คงจะหันกลับมาดูข่าว เอาไว้พิจารณาและปลงกับความเป็นไปของโลก...
สวัสดีค่ะ
มาเชิญไปชมดอกกุหลาบ และการสร้างปัญญาแบบเร่งรัดค่ะ
เห็นชื่อบันทึกนี้ของน้อง แล้วก็คิดถึงเรื่องความตาย เลยแวะเข้ามาอ่าน
คิดเรื่องมรณานุสติ ตั้งแต่อายุยังน้อย..เดาเอา
แสดงว่าเป็นผู้ไม่ประมาทนะครับ
สวัสดีค่ะ...เข้ามาอ่านข้อคิดดี ๆ ค่ะ..."มีสติกับปัจจุบัน เฉพาะหน้า เป็นเวลาอันควรอย่างยิ่ง"...ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ คุณ blue star ที่มาเยี่ยม
ดูข่าว แล้วดูใจ
ฝึกสติไปอีกแบบครับ
สวัสดีครับ คุณ ณัฐรดา
จะตามไปเยี่ยมครับ