จักหาญกล้าทาทายทุรยุค จักป่าวปลุกปวงประชาผู้กล้าหาญ จักเสริมส่งคุณค่าเอกตระการ ให้เนาวนานวีรชนคนตุลาฯ (6 ตุลาคม 2519) สามสิบสี่ปีผ่านใปใช่ผ่านเปล่า ความปวดร้าวบาดแผลลึกฝากเอาไว้ ยังจดจำจารึกอยู่ในใจ กรรมของใครก่อไว้ต้องกลับคืน ขอสดุดีทุกดวงวิญญาณของวีรชนคนเดือนตุลาฯ ที่มีจิตใจอันวีรอาจหาญกล้าต่อสู้กล้าเสียสละ ขอสดุดีสหายนักรบปฏิวัติทุกเขตงาน ขอสดุดีนักศึกษาที่เข้าร่วมต่อสู้ในนามศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยในสถานการณ์สู้รบที่ปฏิวัติทุกท่าน ทุกเขตงาน ขอสดุดีสหายทุกหน่วยจรยุทธ ทุกหน่วยพยาบาลและทุกเขตงานมวลชนทั่วประเทศ ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสังคมไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อนในการสู้รบด้วยกำลังอาวุธกับรัฐบาลปฏิกิริยาในสมันนั้น จนบ้านเมืองกับสู้สภาวปกติ แต่ก็ยังต้องเจอกับรัฐบาลที่ประกอบไปด้วยนักการเมืองเลว ชั่ว ทุจริต คอร์รัปชั่น ซื้อศาลและไม่สนใจการต่อสู้ของประชาชน ในฐานะนักต่อสู้เพื่อบ้านเพื่อเมือง และหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมและถูกทำร้ายอย่างป่าเถื่อน สมัยเป็นนักศึกษา ปี 1 ที่นี่ ขอเรียกร้องรัฐบาลนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ว่า 1. ให้เร่งชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 โดยเร็ว 2.บรรจุเหตุการณ์นี้เป็น 1 ในประวัติศาสตร์ที่จัดทำเป็นหลักสูตรการต่อสู้ของประชาชนให้คนรุ่นลูกหลานได้ศึกษาเล่าเรียน รวมทั้งเหตุการณื(14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535) 3 . ให้ประกาศให้สังคมทราบความจริง ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ให้สังคมได้รับรู้รับทราบเป็นการลงโทษทางสังคม 4. ให้ขอขมาพี่น้องประชาชน นักเรียน นักศึกษาที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมทั้งครอบครัว 5.ให้ทุกวันที่ 6 ตุลาคมเป็นวันรำลึกประวัติศาสตร์ความโหดร้ายป่าเถื่อนที่ผู้มีอำนาจรัฐกดขี่ ข่มเหงและฆ่าพี่น้องประชาชนอย่างเลือดเย็น ว่าผู้มีอำนาจรัฐจะไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนอีกไม่ว่าจะกรณีใดใด สู่สุขคติเถิดวีรชน สรวงสวรรค์เบื้องบนเชิญสุขสม บันดาลพลังให้ผู้โศกตรม หยัดยืนไม่ลื่นล้มโค่นภัยพาล
34 ปี เหตุการณ์เข่นฆ่านักศึกษา ประชาชน 6 ตุลาคม 2519
เหตุการณ์สังหารเข่นฆ่าประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษาอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 ยังคงเป็นตราบาปอยู่ในใจของผู้สร้างความเลวร้ายให้เกิดขึ้นในวันนั้น หลายคนพบจุดจบที่เจ็บแสบกับชีวิต ทั้ง ตาบอด เป็นมะเร็ง ตายโหง สติฝั่นเฝือน และอีกหลายคนที่ต้องตกระกำลำบากจากการกระทำในเหตุการณ์ วันนั้น แ ละจนถึงวันนี้วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2552 มาถึง 34 ปี ไม่ได้ทำให้ผู้ปกครองบ้านเมืองไทยทุกยุคทุกสมัยตระหนักถึงเรื่องนี้ ท งนี้เพราะจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนกล้าที่จะชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 19 ได้เลย คนเหล่านั้นถูกกล่าวหาใส่ร้าย ป้ายสีแยะ ทั้งเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นพวกเวียดกง สะสมคลังอาวุธไว้ใต้ตึกโดมเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ข้อหาที่สำคัญกล่าวหาว่าคนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่รักชาติและต้องการทำลายสถาบันฯ ถึงวันนี้ก็ได้เห็นชัดแจ้งแล้วว่าใคร กลุ่มไหน ที่จาบ จ้วง ล่วงเกิน สถาบัน คนที่รักชาติ รักประชาธิปไตยจอมปลอมใช่ไหมที่เป็นผู้ก่อกวนบั่นทอนสถาบันฯ พวก สส สว รมต.อาจารย์ นักวิชาการ นักธุรกิจชั่วใช่ไหม ที่รับเงินเมืองนอกและก่อความวุ่นวาย รวมทั้งพร้อมที่จะจัดการกับสถาบันฯ สังคมไทยได้เห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร ตื่นได้แล้วและประกาศให้คนทั้งประเทศทราบว่าพวกมันคือใครและอยู่ที่ไหน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ประภัสสร · 7 ต.ค. 2552
สามสัก(samsuk) · 7 ต.ค. 2552
Anocha · 7 ต.ค. 2552
รศ. พงศ์วัชร สิริจันทรวงศ์ · 7 ต.ค. 2552
KSU · 7 ต.ค. 2552
มืด · 7 ต.ค. 2552
ก็เห็นว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำอย่างหนึ่ง รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น
แสดงให้พวกเราได้รู้ว่ากฎหมายใรบ้านเมืองเรานั้นยังไม่มีความเป็นปึกแผ่น กฎหมายยังหย่อนยาน
และยังสงสัยที่ว่า ยังไม่มีการเรียกร้องสิทธิคืนแต่อย่างใด
ไม่เห๋นว่าจะมีรัฐบาลออกมาจัดการกับเหตุการณ์เข่นข่าประชาชน นักศึกษา เลย
ต่างมุมมองคะ
ท่านอยู่ในเหตุการณ์หรือคะ
เรื่องนี้อืมครึมนะคะ ไม่มีใครรู้จริง
ต้องไปถามนักการเมืองคนปัจจุบันที่เกี่ยวข้องอยู่ในเหตุการณ์ เขายังอยู่เฉยๆเลยคะ
เขายังยอมรับคุณสมัคร สุนทรเวช ยกมือให้เป็นนายกรัฐมนตรีเลยคะ
เรื่องนี้ขนมจีนผสมน้ำยาคะ
นึกถึงภาพเก่าๆด้วยความเศร้าใจนะคะ
บ้านเราไม่เคยเรียนรู้จากอดีต
บทเรียนหลายบท ที่ผ่านพ้นถูกเพิกเฉย
เรายกย่องคนมีอำนาจค่ะ หากมีอำนาจอยู่ในมือก็สามารถชี้เป็นชี้ตายใครก็ได้
ภาวะ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้น่าห่วงค่ะ