อย่างนิทานกระต่ายว่ากูต้องชนะเต่าอยู่วันยังค่ำเพราะกูไวกว่า

 

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศสดใสใจกายเป็นสุขความสุขเหล่านี้หาได้ไม่ใกล้ไม่ไกลหายใจก็ได้ยิน  ไม่ใช่เราหนีปัญหาอะไรนะครับแต่เป็นเพราะเราจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้เป็นไปในทิศทางที่เราพอใจคือเราบังคับได้ไม่ใช่ให้ปัญหามาบังคับเรา...

ปัญหาของคนอื่นเราศึกษาเป็นครูโดยอยู่บนพรหมวิหารธรรมถ้าช่วยได้ก็ช่วยถ้าช่วยไม่ได้ก็ใช้อุเบกขาธรรม...

คนเราควรเสียใจไปกับการที่ตนเองไม่ได้ทำความดีในแต่ละวันมากกว่าจะไปเสียใจในเรื่องอื่นที่ขี้ประติ๋วทั้งนั้น...จงมองให้เห็นเป็นธรรมะแล้วตัวเราเบาสบาย ๆ คลายการยึดติดตัวกูของกูก็อยู่สบาย ๆ

...อย่างนิทานกระต่ายว่ากูต้องชนะเต่าอยู่วันยังค่ำเพราะกูไวกว่า...

ส่วนเต่าก็มองเห็นจุดด้อยจุดเด่นตนเองหาทางเอาชนะกระต่ายอยู่ตลอดไปอะไรทำให้กระต่ายแพ้การวิ่งคราวนั้น...เพราะประมาท...บริหารเวลาผิดพลาดเอาเวลาการแข่งขันไปนอน...

เมื่อท้าแข่งใหม่แบบไม่ยอมแพ้...เต่าว่าได้แต่เปลี่ยนเส้นทางวิ่งโดยมีหลักชัยอยู่ฟากคลองด้านนั้นเมื่อกระต่ายตกลงมันก็ต้องวิ่งด้วยความเร็วไปโค้งข้ามสะพานแล้วจึงวกกลับมาส่วนเจ้าเต่าเดินไปริมคลองแล้วจ๋อม ๆลอยน้ำไปขึ้นอีกฟากถึงหลักชัยก่อน...

 การมีชัยขึ้นอยู่กับใครกำหนดเส้นทาง...การจะให้กระต่ายกับเต่าไม่มีใครแพ้ต้องจับมือกันรักกันสร้างทีมเพราะสามัคคีคือพลัง 

 ช่วงใดเหตุการณ์ใดจะให้เต่านำช่วงใดเหตุการณ์ใดจะให้กระต่ายนำต้องแบ่งหน้าที่กันชัดเจนอย่างการสร้างทีมอยู่บนบกกระต่ายต้องแบกเต่าก้าวไปจะไวกว่าที่ให้เต่าเดินเอง

  พอลงน้ำกระต่ายต้องขี่หลังเต่าข้ามไปยังฝั่งฟากก็ทั้งเต่าและกระต่ายไปถึงหลักชัยพร้อมกันนั้นคือ...เราชนะนั้นแล.