"พอผมได้ยินป้าพูดอย่างนี้รู้สึกผิดทันที...แม่ผมก็เหมือนกันเลย...เวลาแกจะไปตรวจที่ รามา (สถาบันเก่าผมเอง) ผมถามแกว่าเป็นไงบ้าง...แม่ผมตอบว่า...ไม่เป็นไรลูก แค่ตื่นตี 4 นั่งรถเมล์จากอยุธยา...นั่งรถเมล์กรุงเทพ (สาย 8 สุดซึ่ง) แล้วก็ปีน บันไดหน้ารามาจนปวดขา...แค่นี้ก็ถึงแล้ว"

เช้าวันนี้ที่แม่สอดอากาศดีมากครับ....ฟ้าหลังฝน ถึงเมฆจะครึ้ม..แต่ก็เย็นสบาย ทำให้นึกถึงเรื่องราวดี ๆ ที่ได้พบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผมมีคนไข้รายหนึ่งที่ดูแลกันมา 2 ปี (serial number 54..ตอนนี้ถึง166 ครับ) เธอเป็นมะเร็งของรังไข่..เมื่อ 2 ปีก่อน เธอผ่าตัดแล้ววางแผนจะส่งไปเชียงใหม่เพื่อเคมีบำบัดแต่ปรากฏว่า เธอเกิด shock จาก pulmonary embolism (ลิ่มเลือดไปอุดที่ปอด) แต่โชคดีรอดมาได้....และโชคดีกว่านั้นครับ...เธอสูญเสียความทรงจำของการป่วยทั้งหมด...เธออยู่อย่างมีความสุขมาตลอดโดยลูกหลานเห็นตรงกันว่าไม่ต้องไปเคมีแล้ว

   

จากรูปคงเห็นนะครับว่ามีความสุขแค่ไหนกับเจ้าหมาตัวโปรด

(ถ่ายรูปนี้ 2 ปีก่อน)

พอช่วงนี้เริ่มป่วยมากขึ้น..มีน้ำในท้อง+ปวดหลัง...ผมช่วยประสานหมอ med admit เจาะน้ำในท้องระบายออกมา...อาการดีขึ้น..แต่หลังเจาะมีอาการอ่อนเพลีย

ผมช่วยปรับยาแก้ปวด อาการดีขึ้น...แต่สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มและมีความสุขหายไป

พี่ใจ(เสื้อฟ้า) พี่นิว เลขาโครงการคนใหม่ (เสื้อน้ำเงินกรมท่า)

 

เรื่องหนักอกทุกข์ใจของคุณป้าไม่ใช่เรื่องการป่วยอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องลูก ๆ

ลูกชายทำงานเช้า-ค่ำ...ลูกสาวอยู่ภาคใต้นาน ๆ ขึ้นมาที เธอรู้สึกว่า น้อยใจ

คุณยาย "เมื่อไหร่จะตายเสียที"

ทีนี้ psychosupport แบบบ้าน ๆ ก็เริ่มขึ้น

คุณป้า" ก็พี่เลี้ยงลูกดีมันเลยมีงานมีการทำกันหมด"

ผม "นี้ถ้ายายไม่ส่งลูกเรียนแล้วให้ลูกทำนา...เขาคงมีเวลาอยู่กับป้าเยอะ ๆ"

หัวเราะกันทั้งบ้าน

คุณป้า "ส่งเขาเล่าเรียนมีงานมีการทำ พ่อแม่ก็ดีใจ"

"ลูกฉันไม่มีเวลาไปส่งไป รพ. ฉันก็ไปเอง..ไปน้อยใจอะไรกับมัน"

ผม "พอผมได้ยินป้าพูดอย่างนี้รู้สึกผิดทันที...แม่ผมก็เหมือนกันเลย...เวลาแกจะไปตรวจที่ รามา (สถาบันเก่าผมเอง) ผมถามแกว่าเป็นไงบ้าง...แม่ผมตอบว่า...ไม่เป็นไรลูก แค่ตื่นตี 4 นั่งรถเมล์จากอยุธยา...นั่งรถเมล์กรุงเทพ (สาย 8 สุดซึ่ง) แล้วก็ ปีน บันไดหน้ารามาจนปวดขา...แค่นี้ก็ถึงแล้ว"

"บางทีผมก็เป็นหมอที่ดี...แต่ก็เป็นลูกที่แย่เหมือนกัน"

"ผมเคยคุยกับลูกชายคุณยายเรื่องนี้ครั้งหนึ่ง...พี่เขารักแม่มากนะครับ..แต่มีภาระงานมาก แล้วก็ทำใจไม่ค่อยได้เรื่องคุณยายเลยเครียดเวลากลับบ้าน (ลูกชายทำงานธนาคารที่ยุ่งมาก)"

ครั้งก่อนที่ผมมาเยี่ยมผมคุยกับลูกชายแกประเด็นนี้...ผลคือลูกชายกลับบ้านไวขึ้น (จาก 3 ทุ่ม เป็น 2 ทุ่ม) กลับบ้านกอด+หอมแก้มแม่บ่อย ๆขึ้น

หลังคุยกันจบ..คุณยายง่วงและหลับไป เราก็หันมาคุยกับญาติ และเล่าให้กันฟังว่า

เมื่อเสาร์ก่อน ตอนนั้น เด็กเปิดคอมดังในบ้าน...ยายเลยออกไปนอนที่นอกบ้าน (คงรำคาญเสียดัง) พอลูกชายกลับมาเขาก็บอกให้แม่เข้าบ้าน

 

คุณยายทำมือแบบที่เห็นครับ ยกมือเพื่อให้ลูกชายประคอง

(ดูไปก็คล้าย ๆเด็กน้อยที่อยากให้พ่ออุ้ม)

 

 

พอลูกชายมาพยุง แกก็ลุกเดินโดยลูกชายเดินถอยหลัง...แกเดินมาข้างหน้า ดู ๆ ไปคล้ายการเต้นรำ น่ารักดีครับ 

ในวันนี้ (วันอังคาร 6 ตุลา..) ผมจะไปเยี่ยมเธออีกครั้ง...ลูกสาวจะขึ้นมาจากใต้ (ขึ้นมาช้าเพราะรอลูกสาวสอบเสร็จ) จากสายตาผม คุณยายดูทรุดลงมาก กำลังใจจากลูกหลานสำคัญอย่างมากในช่วงเวลานี้

ผมได้สื่อให้ทุกคนทราบแล้วว่าใกล้ last hours of life เข้ามาทุกที (ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ไม่น่าเกิน 1 เดือนตามประสบการณ์ของผม)

บางครั้งคนเราก็หลงลืมคนใกล้ชิดที่สุดไปอย่างสนิท...รู้ตัวอีกทีก็อาจะสายเกินไป

เรามีแม่คนเดียว...ผมก็เช่นกัน...คงถึงเวลาเอาใจใส่แม่ให้มากขึ้น

พบกันใหม่ตอนหน้าครับ