ช่วงนี้ได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อ  มีเด็กรายหนึ่งพ่อแม่พาไปหาหมอทุกที่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหมอเด็กดัง ๆ ในโคราช 

 

          เด็กมีไข้ ถ่ายเหลว  บางท่านคิดว่าธรรมดา เดี๋ยวก็หาย ไปหาหลายท่าน สุดท้ายมาที่โรงพยาบาล หมอตรวจหาเชื้อโรคตั้งแต่อุจจาระ ปัสสาวะ เลือด แต่ไม่พบอาการว่ามีผลใดผิดปกติ   หมอรักษาตามอาหารคือ ถ่าย และกินได้น้อย ก็ให้น้ำเกลือทดแทน แต่เด็กยังมีไข้สูง 

  

          ปัญหานี้ทำให้พ่อแม่เครียดมาก ตรวจไม่เจอแต่ทำไมต้องไข้ด้วย   พ่อแม่ดูใส่ใจเรื่องโรคมาก  โรคที่เขาสงสัยคือ ปากเท้าเปื่อย ( Hand, foot and mouth disease : HFMD  ) ชื่อคล้าย ๆ โรคพบในอะไรเอ่ย ? 

 

         อาการ เริ่มแรกจะมีไข้ มีตุ่มใสขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในช่องปากมีแผลพุพอง เด็กจะรับประทานอาหารไม่ได้และร้องโยเย เบื่ออาหาร เจ็บคอ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อ

        การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนและยาชนิดใดที่ใช้ป้องกันและรักษาโรคมือ เท้า และปากได้ นอกจากการรักษาโรคตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด เช็ดตัวเพื่อลดไข้เป็นระยะ ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด ดื่มน้ำและน้ำผลไม้ และนอนพักผ่อนให้มากๆ ส่วนใหญ่จะหายภายใน 1 สัปดาห์

       แต่ถ้าเชื้อรุนแรงจะมีอาการชัก ไข้สูง ซึม ไม่ยอมรับประทานอาหารและน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ให้นำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้
     

       โรคมือ เท้า และปากเป็นโรคติดต่อกันได้ง่ายโดยการรับเชื้อเข้าทางปาก จมูก การไอ จาม หรือติดมากับมือที่สัมผัสสิ่งของ และการใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มร่วมกัน จึงต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง

                    

                    

 

 

        แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่  เพราะอาการแตกต่าง  เจ้าหน้าที่ต้องอธิบายตามหลักสิทธิผู้ป่วย พึงจะได้รับ 10 ข้อค่ะ

         สุดท้าย น้องอายุ 1 ปี 11 เดือน ป่วยเหงือกอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส และได้รับยาจนอาการไข้หาย แต่ที่สำคัญ คือ พ่อแม่ไม่เข้าใจว่าเป็นได้อย่างไรทั้ง ๆ ที่ดูแลสุขภาพปากและฟันน้องเป็นอย่างดี  ( เขาคิดว่าดีแล้ว แฮะ ๆๆ )

  

      แล้วเราจะดูแลอย่างไรดี พ่อแม่บอกว่าแปรงฟันให้เด็กทุกวัน 

      เราจะแปรงฟันเด็กเมื่อไหร่ดี ?

 

                                  

 

      ***สร้างนิสัยการดูแลฟันตั้งแต่แรกเกิด 

 

       นี้คือประเด็น เพราะน้องโบวี่ดูแลตั้งแต่ตอนนี้เลย แต่พ่อแม่รายนี้ดูแลเมื่อน้องมีฟันเกิดหลายเล่มแล้ว ถามว่าช้าหรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าต้องขึ้นกับปัจจัยหลาย ๆ อย่างอีกเช่นกันค่ะ

 

        การทำความสะอาดช่องปากของลูก ควรทำตั้งแต่แรกเกิด บางท่านชักสงสัย  ลูกยังไม่มีฟันก็จริง แต่คราบน้ำนมที่ติดค้างอยู่ในช่องปากจะเป็นแหล่งอาหารให้เชื้อโรคต่างๆมาสะสมได้ ถ้าเราไม่สนใจที่จะทำความสะอาดช่องปากให้ลูกเลย เมื่อคราบนมหมักหมมในช่องปากนานๆ บางรายเกิดเชื้อราในช่องปากและลิ้น สังเกตง่ายๆ คือ ลิ้นเด็กมีฝ้าขาวเกาะติด บางรายมีฝ้าขาวตามสันเหงือก, กระพุ้งแก้มด้วย ถ้าเกิดจากเชื้อรา เด็กจะเจ็บมาก ดูดนมก็เจ็บ ร้องโยเย

 

        ดังเช่นเด็กรายนี้ฝ้าบนลิ้นขาว กระพุ้งแก้มก็มีด้วย  ฟ้องด้วยภาพ นี้คือผลที่ตามจากการที่เราดูแลไม่ทั่วถึง 

 

                                 

 

        เมื่อลูกนอนหลับไม่ควรให้อมขวดนม  พ่อแม่มักจะตามใจลูกเพราะความสงสารเมื่อเห็นลูกติดขวดนม หรือถ้าลูกอารมณ์หงุดหงิด ร้องไห้ไม่ยอมนอนหลับ เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุ

  

           การทำความสะอาดช่องปากทารก

  

      - เตรียมน้ำต้มสุกอุ่น หรือน้ำดื่มของลูกใส่ถ้วยเล็กๆ ไว้

      - ใช้ผ้ากอซหรือผ้าอ้อมสะอาด พันที่นิ้วชี้ ถนัดมือในก็พันมือนั้น

      - เอาลูกนอนที่ตัก ให้ศีรษะลูกอยู่ที่แขนของเรา

      - เอานิ้วชี้ที่พันผ้าไว้ จุ่มลงในน้ำ เช็ดให้ทั่วช่องปากลูก

      - เริ่มจากสันเหงือกบน-ล่าง, กระพุ้งแก้มซ้าย-ขวา แล้วจบด้วยที่ลิ้นของลูก ผ้าจะช่วยกวาดเอาคราบนมออกมา  

         

                               

 

     ** เด็กส่วนใหญ่จะร้องทันทีที่เริ่มทำ เราก็ต้องยอมให้ร้อง แต่ไม่แข็งขืน หรือบังคับมาก ใหม่ๆ จะร้องแต่ถ้าเราทำประจำด้วยอารมณ์ดี ไม่ดุดัน เด็กจะรู้ว่าสิ่งนี้ไม่น่ากลัวอีกต่อไป  

     ** บางครั้งลูกอาจดูดผ้า ก็ไม่เป็นไรเพราะเราใช้ผ้าสะอาด และน้ำดื่มของลูก ให้เช็ดวันละ 2 ครั้ง ช่วงเช้ากับก่อนนอน 

  

                     อาการคันเหงือก  

      ขณะที่ฟันกำลังขึ้นมาในช่องปาก ลูกจะมีอาการคันเหงือก มักจะดูดอม และกัดนิ้วมือตัวเอง  ในขวบปีแรก การดูดอมนิ้วมือหรือมือตัวเอง จะยังไม่มีผลเสียต่อฟัน  แต่ไม่ควรปล่อยให้ทำไปเรื่อย ๆ เพราะจะติดเป็นนิสัย และจะมีผลเสียติดตามมา คือฟันเก และยื่นเขยิน เกิดการสบฟันผิดปกติ

 

    ** การแก้ไข คือ คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลูกกัดยางกัด (teething ring) เพื่อช่วยลดอาการคันเหงือก และไม่ควรปล่อยให้ลูกกล่อมตัวเองให้หลับโดยการดูดนิ้วมือ

 

        การดูดนิ้ว ผ้า หรือของเล่น เป็นเรื่องปกติของเด็ก ซึ่งจะค่อยๆ ลดพฤติกรรมลงเมื่อเด็กเริ่มโตขึ้นอายุประมาณ 6 ขวบ หากพฤติกรรมการดูดนิ้วยังไม่เลิก เป็นผลให้ฟันหน้าบนและล่าง สบกันไม่ถึง  ทันตแพทย์สามารถให้การช่วยเหลือป้องกันผลเสีย ที่จะเกิดตามมาหากพ่อแม่ของเด็กมาปรึกษาทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ

 

        พาไปหาหมอฟัน เมื่อฟันซี่แรกเริ่มขึ้น  เร็วไปหรือเปล่าค่ะ แต่ที่แน่ ๆ ได้ตรวจสุขภาพปากและฟันแถมได้แปรงสีฟันฟรีอีกต่างหาก ( คุณแม่ขี้งก )  แฮะ ๆๆ

 

                               

 

 

       *** การทานฟลูออไรด์เสริม ควรได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์ก่อนค่ะ

 

       ** ควรฝึกให้ลูกดื่มนมจากแก้วเมื่อครบอายุประมาณ 1 ปี และไม่ควรเติมน้ำตาลในนมนะค่ะ  อย่าลืมดื่มน้ำตามหลังดื่มนมด้วยค่ะ เพื่อล้างคราบน้ำนมอีกที

 

        คุณยายเคยบอกว่า "เด็กสุขภาพดีไม่ดี ต้องสังเกตลิ้นของเด็ก หากลิ้นสีแดง สุขภาพดี หากลิ้นสีขาวเป็นฝ้าสุขภาพไม่ดี "

 

        ตอนนี้เข้าใจความหมายแล้วค่ะ ภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อสมัยก่อนในการเลี้ยงลูก

   

                                

 

           ฟันซี่แรกของเด็กเกิดซี่ไหนก่อนกันค่ะ จำได้ไหมเอ่ย ?

 

 

 

****** ขอบคุณข้อมูลดี จาก dentaland ค่ะ