เดือนที่แล้ว (กันยายน 2552) ประธานาธิบดีซาโกซี ฝรั่งเศสได้เสนอที่จะใช้ตัวชี้วัดความสุขควบคู่กับค่าทางเศรษฐศาสตร์ในการชี้วัดความก้าวหน้าของฝรั่งเศส เรื่องนี้ตรงกับผลการวิจัยที่พบว่า ความสุขมีผลต่อโรคภัยไข้เจ็บ เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ [ Telegraph ] 

ศาสตราจารย์เอด ดีเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ สหรัฐฯ กล่าวว่า คนที่มีความสุขมีแนวโน้มจะมีภูมิต้านทานโรคดีกว่า อายุยืนกว่า

...

การศึกษาทำโดย รศ.ซาราห์ (คนละคนกับชื่อยาแก้ปวด) เพรสส์แมน และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยแคนซัส และอาจารย์เชลดอน โคเฮน ทำการศึกษาพบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีป่วยเป็นหวัดน้อยกว่า

การศึกษาใหม่ของทั้งสองท่านพบว่า คนที่มีความสุขฟื้นจากแผลถลอกที่ผิวหนังเร็วกว่าเช่นกัน

...

รศ.พญ.ฮิลารี ทินเดิล ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม มหาวิทยาลัยพิทซ์เบิร์ก ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิงเกือบ 100,000 คน ติดตามไปนานกว่า 8 ปี

ผลการศึกษาพบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้าย  90% และมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในช่วงเวลา 8 ปีลดลงกว่า 14%

...

การวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน UK พบว่า คนที่มีความสุขมีระดับฮอร์โมนเครียด (cortisol) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับเบาหวานน้อยกว่า และมีสารไฟบริโนเจน (fibrinogen) ที่บอกความเสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่าด้วย

กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนที่มองโลกในแง่ดีทำให้มีความสุขมากกว่า ใช้ชีวิตแบบที่ดีกับสุขภาพมากกว่า เช่น กินอาหารสุขภาพพอประมาณ ออกแรง-ออกกำลังมากกว่า มีเพื่อนหรือสังคมดีกว่า เสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือดหรือโคเลสเตอรอลสูงน้อยกว่า อ้วนน้อยกว่า

...

ศาสตราจารย์ฮัพเพิร์ทกล่าวว่า การมองโลกในแง่ดีและการมีความสุขเป็นเรื่องที่เรียนรู้กันได้ นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาโปรแกรมที่เรียกว่า "การเจริญสติเพื่อลดความเครียด (mindfulness-based stress reduction / MBSR)"

โปรแกรมนี้พัฒนาตามวิธีการเจริญสติในพระพุทธศาสนา (อังกฤษใช้วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคซึมเศร้ามานานแล้ว) และใช้ในการบำบัดรักษาคนไข้มาแล้วหลายพันคน

...

เรื่องที่สำคัญที่ควรรู้คือ การมองโลกในแง่ดีและการมีความสุขนั้น... ฝึกฝนหรือเรียนรู้ได้ และความสุขเป็นเรื่องที่ติดต่อ (contagious) กันได้

ตัวอย่างของการฝึกมองโลกในแง่ดีง่ายๆ คือ หัดกล่าวคำว่า "ขอบคุณ, ขอบใจ, และขอโทษ" ให้ได้ทุกวัน โดยเริ่มจากการกล่าวขอบคุณคนใกล้ๆ ตัวเราให้ได้อย่างน้อยวันละครั้ง และเพิ่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหาร

...

คนที่กล่าวคำขอบคุณหรือขอบใจได้ คือ คนที่มีความกตัญญู ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการมีสติปัญญา หรือเมตตา (หรือทั้งสองอย่างรวมกัน)

ส่วนคนที่กล่าวคำขอโทษได้เป็นคนที่กล้าหาญ คือ กล้าทำลายความอหังการ ความหยิ่ง ความลำพองของตัวเอง และช่วยป้องกันอันตรายจากธาตุไฟ (โทสะ) จากภายในกำเริบ

...

คนที่มีความสุขน้อยมักจะคาดหวังกับตัวเองหรือสังคมสูง (เกินจริง) ทำให้เกิดความคับแค้นภายใน คนที่มีความสุขมากเป็นผลจากการฝึก เพื่อลดความคาดหวังทั้งจากตัวเอง หรือสังคมให้น้อยลง และคาดหวังเฉพาะเรื่องที่เป็นไปได้ในชีวิตจริง

คนที่มีความสุขน้อยอาจจะมีเพื่อนมากหรือน้อยก็ได้ แต่มักจะมีเพื่อนดีๆ น้อย คนที่มีความสุขมากมักจะเลือกคบคนที่ดี หรือเลือกคบคน ทำให้มีโอกาส "ติดเชื้อความสุข" สูง

... 

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 5 ตุลาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.