ผมเคยเขียนเรื่อง TQF ไว้ที่นี่ วันนี้ (๒๖ ก.ย. ๕๒) มีคนพูดกับผมเรื่อง TQF สองท่านในต่างกรรมต่างวาระ ด้วยความเห็นที่ตรงกันแบบที่ “เหมือนกันยังกะแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน” จึงนำมาบันทึกไว้
ท่านแรกคือ ศ. นพ. อาวุธ ศรีสุกรี อดีตอธิการบดี มช. และเวลานี้เป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเราคุยกันเรื่อง TQF ในวงอาหารเที่ยง ว่ามีอาจารย์จำนวนหนึ่งไม่สบายใจ ว่ามีการเอา TQF มาเป็นภาระเพิ่มขึ้น
ศ. นพ. อาวุธ ศรีสุกรี กล่าวทันที ว่า สมัยท่านกับผมสอน นศพ. ตอนร่างหลักสูตรหรือปรับปรุงหลักสูตร เราก็ทำตามนี้แหละ แต่ตอนนั้นไม่มี template ให้ทำงานง่ายอย่างนี้ เพราะฉนั้น TQF สำหรับท่าน ไม่ใช่ของใหม่อะไรเลย เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว ถ้าจะจัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ
กลับจากเชียงใหม่เมื่อลงเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบ รศ. ดร. สุนทร โสตถิพันธุ์ ทราบว่าท่านกลับจากไปบรรยายเรื่อง TQF ให้แก่สมาคมอุดมศึกษาเอกชน ที่มหาวิทยาลัยพายัพ และเมื่อท่านโดนถามว่าทำไมต้องมี TQF ให้เพิ่มภาระแก่อาจารย์ ท่านก็ตอบเช่นเดียวกันกับ ศ. นพ. อาวุธ ว่าถ้าใครมองว่า TQF เพิ่มภาระ แสดงว่าผู้นั้นหรือมหาวิทยาลัยนั้นไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรทำ คือวางระบบคุณภาพของหลักสูตรการเรียนการสอน แล้วมาทึกทักว่า TQF ซึ่งเป็นเครื่องมือวางระบบคุณภาพของหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นภาระเพิ่มขึ้น
เอามาเล่าไว้ เพื่อประกอบการทำความรู้จัก TQF ในเชิงหลักการ
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ย. ๕๒
อาจารย์และเป็นผู้ใหญ่ใจดีแห่งโกทูโนคะเอาบุญมาฝากด้วยความเคารพและนับถือค่ะ...