เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะปรับเปลี่ยนได้ และจะสอดคล้องกับวัฒนธรรมของบ้านเราอีกต่างหาก โดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้าสมัย...ไม่เป็นสากล
เช้านี้ได้ยินเสียงผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายมาอย่างชัดเจนว่า ช่วงสายๆ หลังจากทานข้าวเช้าแล้ว ขอให้พ่อแม่พี่น้องไปร่วมทำบุญตักบาตรเทโวกันที่วัด ซึ่งประกาศในลักษณะนี้จะมีอยู่ทุกครั้งเมื่อมีกิจกรรมของชุมชน
พอได้ยินเสียงประกาศ ใจก็นึกถึงภาพของชาวบ้านที่ไปร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ผมก็อยากที่จะไปร่วมกิจกรรมกับชุมชนเหมือนกัน....แต่วันนี้เป็นวันทำงาน และประมาณ 7 โมงเช้าผมก็ต้องขับรถออกไปส่งลูกชายไปโรงเรียน แม้ว่าจากบ้านสวนถึงในเมืองใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที แต่หากจะย้อนกลับมาร่วมตักบาตรฯ ผมก็ต้องเบียดบังเวลาทำงาน ซึ่งก็ไม่สมควรอีกนั่นแหละ เลยคิดว่าใจอยากร่วมก็พอแล้วล่ะ เพราะเวลาทำงานกับกิจกรรมของชุมชน / วัฒนธรรมของชุมชนนั้น ไม่ไปด้วยกันเอาเสียเลย
ทำให้นึกถึง บันทึกของลุงเปลี่ยน ที่อยู่ฝั่งลาว ได้บันทึกวิถีชีวิตต่างๆ ของคนในฝั่งโน้นมาแบ่งปันเสมอ จำได้ว่ามีอยู่บันทึกหนึ่งที่อ่านเจอ ลุงเปลี่ยนเล่าว่าวันพระทางฝั่งลาวเขาจะเริ่มทำงานตอน 10 โมงเช้า เพื่อให้เวลากับคนทำงาน/เด็กนักเรียนได้ไปทำบุญ/ร่วมกิจกรรมทางศาสนากันที่วัดก่อน
วันนี้ก็เลยคิดต่อและพลอยนึกถึงคำของนักพัฒนาที่ว่า "การพัฒนาต้องใช้วัฒนธรรม/ชุมชนเป็นตัวตั้ง" ที่บ้านเรานั้นได้ยินบ่อยๆ แต่มักไม่ค่อยเห็นการปฏิบัติที่เป็นชิ้นเป็นอัน หรือว่าเป็นแต่เพียงหลักการเฉยๆ เพราะจากประสบการณ์ได้พบเจอหลายๆ ครั้งที่อยากให้วันที่ชุมชนมีกิจกรรมแล้วเป็นวันหยุดเพื่อที่เด็กๆ จะได้ไม่ต้องไปเรียนหนังสือ และจะได้ใช้โอกาสดีๆ เหล่านี้ปลูกฝังและถ่ายทอดวัฒนธรรมของชุมชนให้ได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ไม่ใช่การท่องหรืออ่านกันแต่ในตำราเรียน แต่บางกิจกรรมก็ทำไม่ได้เพราะไม่ใช่วันหยุดของทางราชการ
หลายท่านอาจจะถามว่า แล้ววันหยุดที่ทางราชการหยุดให้ไม่พอหรืออย่างไร ประเด็นนั้นอาจจะต้องคิดกันยาวๆ และอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะวันหยุดของทางราชการนั้นเป็นวันหยุดสากล เสาร์-อาทิตย์ ที่ตรงกับธรรมเนียมของฝรั่งที่เข้าโบสถ์วันอาทิตย์ แต่ของเราส่วนใหญ่นับถือต่างกันหากลองหยุดวันโกน-วันพระบ้างก็น่าจะดี และวันหยุดเทศกาลตามประเพณีของแต่ละจังหวัด/ท้องถิ่น (เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ) เพราะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะปรับเปลี่ยนได้ และจะสอดคล้องกับวัฒนธรรมของบ้านเราอีกต่างหาก โดยไม่ต้องกังวลว่าจะล้าสมัย...ไม่เป็นสากล
เราจะได้ชื่อว่าเป็นสังคมที่ใช้วัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการพัฒนา ไม่ได้ใช้ความร่ำรวยหรือเงินตราเป็นตัวกำหนดแนวทางพัฒนา หรือพัฒนาตนเองโดยใช้วัฒนธรรมของคนอื่นมาปนเป(บางครั้งไม่เหมาะสม)เหมือนเช่นทุกวันนี้ หลักการและนโยบายนั้นมีอยู่ไม่ขอแย้ง แต่สิ่งที่ปฏิบัตินั้นมันคนละทางกับสิ่งที่อยากจะให้เป็นกัน มันเป็นคนละเรื่อง พูดอย่าง-ทำอย่าง ตัวอย่างก็มีให้เห็น ดังกรณีหวยบนดินก็เห็นๆ กันอยู่ว่าผิดทาง ไม่ใช่แนวทางแห่งวัฒนธรรม-ศีลธรรม และคงจะมีอีกหลายๆ ตัวอย่างที่กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ไม่สมควร แต่สิ่งดีๆ มองข้ามกันไปเสียหมด
หากเราไม่หันกลับ-กลับตัว ปรับแนวทางและลงมือปฏิบัติ-พัฒนากันอย่างจริงจัง รอบด้านและเชื่อมโยงกันให้มากกว่านี้ ทำนายได้เลยว่าสังคมบ้านเราจะแย่ลง มีปัญหาสารพัด สารพัน สลับซับซ้อน ที่รอให้พวกเราได้พบเจอ ให้ได้ปวดหัวกันมากว่านี้ อีกไม่นานในอนาคตอันใกล้นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ
สิงห์ป่าสัก 5 ตุลาคม 2552
- สังคมที่ใช้วัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการพัฒนา ไม่ได้ใช้ความร่ำรวยหรือเงินตราเป็นตัวกำหนดแนวทางพัฒนา
- สิ่งที่ปฏิบัตินั้นมันคนละทางกับสิ่งที่อยากจะให้เป็นกัน มันเป็นคนละเรื่อง
- พูดอย่าง-ทำอย่าง
เห็นด้วยครับ และ สภาพการพัฒนาจริงๆ ก็เป็นแบบใช้เงินเป็นตัวตั้งครับ ที่เรียกว่าพัฒนาแบบ "ทุนนิยม"
เห็นด้วยกับท่านสิงห์สุดเท่ห์ค่ะ
นั่นรวมไปถึง การเคารพในความแตกต่างของแต่ละวัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น หลักสูตรการศึกษาบางอย่างก็ควรปรับเปลี่ยนเพิ่มในบริบทค่ะ
การพัฒนาจะยั่งยืนหากยึดชุมชนเป็นหลัก (จริงๆ) และสิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างให้ทุกคนเกิดความภาคภูมิในเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน สังคมตน โดยไม่ไปเปรียบเทียบกับภายนอก (นามธรรมไปไหมคะ ) แล้วปัญหาวัฒนธรรมเลียนแบบจะค่อยๆ ลดลง ขอบคุณค่ะ
คุณครูสิงห์ป่าสัก
ที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือกับหลวงพ่อ/เจ้าอาวาส
เห็นด้วยกับวันหยุดราชการให้ตรงกับวันโกน วันพระค่ะ
เคยไปสัมนาเกี่ยวกับกระบวนการคิด วิทยากรท่านว่า คนเราจะคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันหนึ่งแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น คือช่วงเช้าเวลาประมาณ 9 .00 - 10 .30 น. เพราะก่อนหน้านั้นมักใช้เวลากับการสะสางงานเก่าของวันที่ผ่านมา หลังจากนั้น ก็มักคิดถึงอาหารกลางวัน
ตอนบ่าย ยิ่งน้อยไปใหญ่ค่ะ แค่ประมาณ 14.00 - 15.00 น. เท่านั้นเอง เพราะก่อนหน้านั้นยังอิ่มอยู่ หลังจากนั้น ก็คิดถึงเวลาหลังเลิกงาน การกลับบ้านแล้ว
ท่านบอกว่า เวลาทองของการคิด คือช่วง 9 - 10 น.ค่ะ เพราะสมองยังแจ่มใสอยู่
วันนี้เป็นวันเปิดเรียนเห็นชัดที่สุด บางโรงเรียนไม่สนใจแม้แต่น้อย นี่คือความอ่อนแอ ตอนเป็นเด็กวันตักบาตรเทโวฯ ถือว่างานใหญ่
ถ้าจำไม่ผิดงานเดือนสิบปักษ์ใต้ ชาวไทยพุทธไปวัดกันหมด โรงเรียนทำไง คนไปทำบุญกันหมด ก็ต้องปิดเรียน
ขออภัยนะ การศึกษาไร้สาระ ไม่รู้แม้แต่ตัวเองมีอะไรดี ควรทำอะไร ควรสร้างเสริมอย่างไร น่าเส่ยดาย