ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บรรยากาศงานฯ
สวัสดี ผู้เข้ารับการอบรมและ ชาว Blog ทุกท่าน
วันที่ 5 -6 ตุลาคม 2552 ผมได้มีโอกาสไปทำ หลักสูตร การพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ให้กับ บริษัทไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด โดยมี ดร.สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการฯ ให้การสนับสนุน หลังจากที่ผมได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ ดร.สมพร ออกรายการคิดเป็น..ก้าวเป็น ครับ
ก่อนที่ผมจะเข้าไปนั้น เนื่องจากผมได้ไปสอนให้กับนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยสวนสุนันทา ซึ่งผมได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ครั้งนี้ มีคุณคุณฉัตรแก้ว ฮาตระวัง ผู้อำนวยการฝ่ายโรงงานฯของ ไทยซัมมิท เรียนในรุ่นดังกล่าวและได้แนะนำให้ผมเข้าไปที่ไทยซัมมิทครับ
ถือเป็นโอกาสเหมาะของผมครับ หลังจากได้สัมภาษณ์ดร.สมพร แล้ว ก็ได้มีการทำพัฒนาบุคลากรระดับผู้จัดการของที่นี่ ดีใจครับที่ ดร.สมพร เล็งเห็นว่าการพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญขององค์กร และให้โอกาสผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกอบรมครั้งนี้
และผมขอใช้ Blog นี้ เป็นคลังความรู้ของพวกเราและ Share ข้อมูลต่างๆ ในระหว่างที่สัมมนาและโอกาสต่อไปครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศในการเรียนรู้
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพ
หนูดีใจที่หนูมีอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดี ในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
Jiraporn
เรียน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพ
หนูดีใจที่หนูมีอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดี ในการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
Jiraporn
เรียน ท่าน ศ.ดร. จิระ หงส์ลดารมภ์
หัวข้อในการอบรมวันนี้ ช่วยขยายความหมายของ หัวใจ การบริหารของ TSG ได้อย่างชัดเจนที่สุด Before we build parts, we build people ซึ่งนั่นหมายถึง ท่านผู้บริหาร ของเรา เข้าใจและทราบดีว่า ทำไม ต้องสร้าง คน ( คนดี คนเก่ง และ รักองค์กร ) ทั้งนี้ ก็เพื่อความคงอยู่ขององค์การอย่างยั่งยืนนั่นเอง และ ไม่ว่า TSG จะขายออกไปใหญ่โตแค่ไหน ถ้าเราสร้างความเชื่อ ของคนในองค์กรได้ ก็ย่อมไม่มีปัญหา และ คนดี คนเก่ง และรักองค์กร เหล่านี้เท่านั้น ที่จะสร้างพลัง สร้างสรรค์ ให้แก่องค์กร ประเทศชาติ
และมนุษยชาติต่อไปอย่างไม่รู้จบค่ะ
หวังว่าพรุ่งนี้ เราจะได้เรียนรู้และแบ่งปัน Knowledge ใหม่ๆ ให้กันอีกนะค่ะ
ด้วยความเคารพ
นิภา อัครจันทโชติ
อาจารย์ มาเปิด ความคิดพวกเรา ใหม่ครับ ผมเชื่อว่า พวกเราชาว TSG ตอบรับการท้าทายที่จะกล้าคิด กล้าฝันเหมือนอาจารย์ครับ
ถึงทุก ๆ คน
เมื่อวานนี้ ผมเห็นศักยภาพของ TSA มากมาย
ถ้าจะเสนอว่ามี 3 เรื่องใหญ่ที่ขาด
1) วัฒนธรรมการเรียนรู้ส่วนบุคคลยังไม่พอ แต่ถ้ามีโครงการต่อเนื่องทุกคนจะทำได้ดี
2) Happiness ในการทำงาน และ Balance ระหว่าง งาน/ครอบครัวไม่พอ
3) ยังค้นหาคุณค่าของตัวเองไม่เจอ
ซึ่งตลอดเวลาเมื่อวานนี้ก็มีเรื่องเหล่านี้ได้พูดกันมากขึ้น
4) สุดท้ายคือสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ให้ได้ มีผู้นำทาง LO เกิดขึ้นเป็น Role Model สัก 10 คนก็น่าจะพอ
5) ผู้นำที่ดีตั้งแต่ประธาน รองประธาน และ Top Management แต่ต้องกระจายให้ถึงทุกคนให้ได้
6) อย่าง 2 วัน ไม่ควรให้อยู่แค่ 40 คน ทุกคนควรจะได้รับและเรียนรู้ด้วย
จีระ หงส์ลดารมภ์
คุณนิภา
คุณเป็นลูกศิษย์คนแรกที่ส่ง Blog การสร้าง LO ต้องมี LC (Learning Culture) สิ่งที่คุณส่งมาคือข้อพิสูจน์ว่าคุณนิภามีการหาความรู้ด้วยตัวเอง มี Ideas ใหม่ ๆ เสมอ ความรู้สด คือ การวิเคราะห์ให้เป็นก็คือวิธีการที่ถูกต้องและมาแบ่งปันในองค์กรนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) คือ สิ่งที่ผมต้องการและเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่ง 2 วันนี้หวังว่าจะช่วยได้บ้าง และอยู่กับ TSG ต่อไป
จีระ หงส์ลดารมภ์
เรียน ท่านอาจารย์จีระ ที่เคารพ
น้อยใจค่ะที่ไม่มีรูปกลุ่มที่ 2 เลยไม่ได้โชว์หน้าตาตัวเองว่าได้รับเกียรติจากอาจารย์อย่างมากที่ให้ประสบการณ์ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสเช่นนี้อีกไหม คืนนี้จะอ่านหนังสือที่อาจารย์มอบให้ให้จบค่ะและจะอ่านซ้ำอีกหลายๆรอบเพื่อเป็นแนวทางในความคิดและการทำงาน
ด้วยความเคารพ
พิทยารัตน์
เรียน ท่านอาจารย์จีระ ที่เคารพ
น้อยใจค่ะที่ไม่มีรูปกลุ่มที่ 2 เลยไม่ได้โชว์หน้าตาตัวเองว่าได้รับเกียรติจากอาจารย์อย่างมากที่ให้ประสบการณ์ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสเช่นนี้อีกไหม คืนนี้จะอ่านหนังสือที่อาจารย์มอบให้ให้จบค่ะและจะอ่านซ้ำอีกหลายๆรอบเพื่อเป็นแนวทางในความคิดและการทำงาน
ด้วยความเคารพ
พิทยารัตน์
จากความรู้ (Knowledge) ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม
(Value Added) หลายองค์กรยังมองภาพไม่ออกจะ
วัดภาพนี้อย่างไร ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขอให้ท่าน
อาจารย์ช่วยแนะนำจุดนี้ให้ด้วยครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ยงยุทธ ธนอัญญาพร
ความคาดหวังของผู้เข้ารับการเรียนรู้ในครั้งนี้ (34 ความคิดเห็น)
อ.จีระ เสริมว่า
10. แนวคิดและวิธีการที่จะไปกระตุ้นประสิทธิภาพของบุคลากรในองค์กรและอยากได้แนวคิดในการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ Share ข้อมูลที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์
11. แนวคิดและมุมมองใหม่ ๆ จากอาจารย์ และอยากมีความสุขในการเรียนรู้ใน 2 วันนี้
12. อยากได้แนวทางการปฏิบัติที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้จริง และสิ่งที่จะขัดขวางให้เกิดการเรียนรู้
13. การประยุกต์และนำไปใช้
14. รู้จักตัวเองว่ามีความรู้อะไร และจะนำความรู้ไปถ่ายทอดอย่างไร
15. LO ไปใช้ในองค์กร ถ่ายทอด และพัฒนางาน
16. แนวคิดและประสบการณ์ของวิทยากร และการนำไปใช้ในการทำงาน
17. LO มีวิธีการคิดและวิธีการดำเนินการอย่างไร
18. เปิดใจกว้างเพื่อค้นหาตนเอง และนำไปใช้อย่างไร
19. คิดอย่างเป็นระบบ และการบริหารคนทำอย่างไร อยากได้เรียนรู้สูตรสำเร็จในการพัฒนาคน
20. TSG เราเริ่มทำ KM มา 2 ปีแล้ว แต่วันนี้เราอยากเรียนรู้ว่า LO คืออะไร ควรจะเริ่มใช้อย่างไร ตอนนี้มีความรู้เยอะแต่เอาตัวไม่รอด ทำอย่างไร
21. ความเข้าใจ LO – Network – Reference เพื่อการศึกษา + Change Management เพื่อพัฒนาองค์กร
22. เริ่มเข้าสู่ตำแหน่งบริหารจึงอยากได้เทคนิคในการบริหารคน
23. ทำอย่างไร KM – LO จะมีประโยชน์ต่อการทำงานจริง ๆ อยากได้แนวคิดในการบริหารการเปลี่ยนแปลงซึ่งควรจะเริ่มต้นที่ตนเอง
24. การบริหารให้ LO เกิดขึ้นในองค์กรภายใต้ความสุขของทุกคนทำออย่างไร
25. การเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของโลกและการพัฒนาตนเอง
26. อาจารย์จะช่วยกระตุ้นให้มีความอยากรู้
27. เอาสิ่งที่เรียนไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
28. ความสุขจากการได้ความรู้ มีเพื่อน และทำ LO ได้สำเร็จ โดยใช้หลักของอาจารย์ คือ ตรงประเด็น และตรงความจริง
29. KM – LO กับการนำไปใช้กังตนเอง ครอบครัว และองค์กร
30. ระบบความคิด และการนำ LO ไปใช้ให้เหมาะกับงานและครอบครัว
31. จุดประกายความคิด การพัฒนาตนเองและองค์กร การทำงานอย่างมีความสุข
32. อยากเห็นหนทางไปสู่ KM – LO ให้สำเร็จ + 40 แรงใจของการร่วมทำ KM ให้สำเร็จ
33. Change Management และการทำงานอย่างมีความสุข
34. เราจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้เราไปสู่ LO ให้ได้ อะไร คือ weak point ของการพัฒนา LO ในองค์กร และการทำงานอย่างมีความสุข
เรียน อาจารย์ครับ
ผมได้อ่านหนังสือที่อาจารย์ให้อ่าน ในหนังสือบอกรายละเอียดในเรื่องของ KM, LO และจิตสำนึกต่อคนรอบข้าง
องค์กรได้ดีมาก และวันนี้ ทุกท่านก็ถามคำถาม เช่น แรงบันดาลใจ.แรงจูงใจ เป็นอย่างทำไมต้องมี แต่ผมสงสัยว่า จิตสำนึกคืออะไรและนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร
สวัสดีค่ะ ท่าน อ. ดร.จิระ
วันนี้ พวกเราไม่ผิดหวังเลย การทำ Panel ในช่วงเช้าดีมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะ คุณหมอ เฉลิมชัย กับ โพธิ วิชชาลัย สร้าง Inspiration ให้แหม่มมากค่ะ ได้คุยกับคุณหมอสั้นๆ ว่าอยากมีส่วนร่วมในโครงการจิตอาสา สอนสิ่งที่เราชำนาญแก่เด็กนักเรียน
บ้างค่ะ สำหรับ ตอนบ่าย ต้องขอบคุณท่าน อาจารย์ที่จัดให้มี Work Shop และได้มีโอกาสได้ Present ให้ท่านประธานได้รับฟัง
สำหรับทางกลุ่มได้ทำเรื่อง Management Innovation และ ทราบดีว่า ท่านประธาน และ ท่านรองฯประธาน ต้องเดินทางไปประชุมและตรวจงานที่ Oversea Operation ของเราบ่อยๆ ไปทีละหลายวัน ซึ่งเข้าใจดีว่าท่านเหนื่อย และ เสียเวลา และค่าใช้จ่ายมากเพราะต้องมีทีมทำงานเดินทางไปด้วยอีก และเวลาพวกท่านไม่อยู่ งานที่ต้องรออนุมัติบางครั้งก็ลำบาก ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านๆ
ลดเรื่องการเดินทาง ทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกนี้ และ อยากให้ท่านๆมีความสุข พวกเราจะได้รับ Happiness sharing จากท่านไปด้วยค่ะ
เรื่องของ Thai Summit มีมายาวนาน และสนุกๆ ประทับใจ ไม่แพ้ Series เกาหลีเลยค่ะ อาจารย์ลองหาเวลาดูนะค่ะ แนะนำเรื่อง
Love Story in Harvard ค่ะ ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจ และอยากเรียนหนังสือให้เก่ง และ Harvard ก็สร้างคนที่มีคุณภาพ และเป็นคนดีอย่างที่ พูดกันบ่อยๆ คือ ความรู้ คู่ คุณธรรม ค่ะ
วันนี้ เป็นอีกวันที่รู้สึกภูมิใจค่ะ เพราะเป็นวันที่เราทำได้ดี และผ่านไปอีกวัน เป็นบันทึก ( KM ) ของตัวเองค่ะ เพื่อ Sharing ให้คนอื่น
ต่อไปวันข้างหน้าค่ะ
สุดท้าย ทางกลุ่ม ขอส่งงาน Work Shop " Case no. 3 : Management Innovation มาด้วยตามด้านท้ายค่ะ
ขอให้อาจารย์รักษาสุขภาพด้วย และ หากพรหมลิขิตมีจริง เราต้องได้พบกันอีกแน่นอนค่ะ
ด้วยรักและเคารพค่ะ
นิภา อัครจันทโชติ
Work Shop & Methodologies
Thai Summit Group Dated Oct 6, 2009
Team Member : 1) คุณทวี กิจคุณาเสถียร 2) คุณพันธุ์ ช. พหลโยธิน 3) คุณวรพงษ์ เอี้ยวฉาย
4) คุณประดิษฐ์ จันทร์ประทุม 5) คุณวรรณนิภา เพ็ชรวิทูร 6) คุณนิภา อัครจันทโชติ
Case no. 3 : Management Innovation
1) LO ช่วยในการทำ Management Innovation คือ LO ช่วยสร้างให้คนในองค์กรมีความใฝ่รู้ และ ศึกษาอย่างต่อเนื่อง และนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงการบริหารงานให้มีความทันสมัย และ เกิดเป็นนวตกรรม
2) จุดแข็งของ LO คือการสร้างความต่อเนื่องในการสะสมและค้นคว้าความรู้ เพื่อสร้างความรู้ใหม่ๆ ซึ่งทำให้รองรับในการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และเหนือกว่าคุ่แข่ง
3) จุดอ่อนของ LO คือ การที่องค์กรจะรักษา LO ไว้ให้ยั่งยืนและต่อเนื่องในองค์กร
4) การดำเนินการโครงการ LO
4.1 ผู้บริหารกำหนดเป็นนโยบายเรื่องการสร้าง LO ในองค์กรอย่างชัดเจน และ มุ่งมั่น
4.2 สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในทุกระดับของคนในองค์กร
4.3 ให้ความรู้แก่คนในองค์การ ด้วยการ Train & Test
4.4 สร้าง Motivation & Inspiration ให้เกิดในคนทุกระดับ กระต้นให้เกิด LO
4.5 กำหนดระบบการวัดผล และ ตัวชี้วัดที่ชัดเจน และวัดได้ในการทำ LO
5) Project Name : Global Management Conference System
5.1 Objective :
- Any Time & Any Where Management Conference enable.
- Time & Cost Saving
- Happiness Boost Up
5.2 Planning :
- Cross Function Team Setting Up and Kick Off Project by Top Management.
- Tender of Reference ( TOR )
- Qualify & Vendors Selection
- Gap Analysis & Implementation
-Monitoring & Control System
5.3 Time Frame : Jan – Dec 2010
5.4 Budgeting : Est. 2-3 Million Baht
5.5 Cross Function Team : IT, BEX-PUR, Head of BU, Organization Devel., Overseas Dept.
5.6 Break Even Point : 1 Year + Extra Bonus Un-valuable Happiness sharing to Top Management.
เรียน ศ.ดร.จีระ ที่เคารพยิ่ง
ในวันนี้ซึ่งเป็นวันที่สองของการสร้างไทยซัมมิทสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ นอกจากความรู้และประสบการณ์ต่างๆที่อาจารย์ถ่ายทอดให้แล้ว วันนี้ยังเป็นเวทีที่รวมบุคคลระดับประเทศเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับระดับบริหารในองค์กรไทยซัมมิท (Knowledge Sharing)
ดิฉันดีใจยิ่งขึ้นไปอีกที่มีโอกาสจะได้พบอาจารย์รวมถึง ดร.สุเมท แย้มนุ่น, ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ที่จะให้ความรู้เพิ่มอีกในหัวข้อสัมนา "ยุทธศาสตร์ประเทศไทย : เพื่อก้าวไปสู่ Creative Economy" ถึงแม้จะได้ร่วมสัมนาแค่ครึ่งวันก็ตาม
ด้วยความเคารพ
พิทยารัตน์
เรียน ศงดร จีร หงส์รดารมภ์
อยากให้อาจารย์พูดถึงองค์กรอัจฉริยะครับ ติดตามอ่านงานเขียนอาจารย์มานานแล้วครับ
จุดสรุปของ LO (Learning Organization) ระดับองค์รที่มองไปดึงองค์กรข้างหน้าที่วัดกันด้วยเรื่องนี้ไม่ใช้วัดที่
- การเงินขององค์กร
- เครื่องจักรหรืออื่น ๆ
ทำให้มีความตระหนักถึงเรื่องการมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้และการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
การสร้างวัฒนธรรมเรียนรู้ไปยังผู้ใต้บังคังบัญชาหรือผู้ร่วมงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้ตามแผนงานหรือนโยบาย
สิ่งที่ได้รับรู้ LC เป็นความรู้ที่มีอยู่กับบุคคลแต่ละบุคคลนำออกมาเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และนำสิ่งที่ดี ที่ควรศึกษานำมาเป็นประโยชน์ต่อองค์กร
วันนี้ได้ทราบว่า LO กับ LO มีความเกี่ยวข้องกันโดย ทุกองค์กรที่ต้องการเป็นองค์แห่งความรู้ (LO) ควรมี Learning Culture (LC) ในองค์กรก่อนโดยวัฒนธรรมการเรียนรู้ (LC) ก็มาจากความรู้ที่ทุกคนมีทั้งเป็นแบบ Explicit Knowledge และ Tacit knowledge
วันนี้ได้ทราบว่า LO กับ LO มีความเกี่ยวข้องกันโดย ทุกองค์กรที่ต้องการเป็นองค์แห่งความรู้ (LO) ควรมี Learning Culture (LC) ในองค์กรก่อนโดยวัฒนธรรมการเรียนรู้ (LC) ก็มาจากความรู้ที่ทุกคนมีทั้งเป็นแบบ Explicit Knowledge และ Tacit knowledge