บทความเรื่อง “ทางรอดของครูขาดแคลน”
การที่สังคมไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และขาดภาวะสมดุล ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยเกิดวิกฤตในหลายๆด้าน เช่นความเหลื่อมล้ำทางสังคม ภาวะเศรษฐกิจ ภาระหนี้สิน การว่างงาน ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม วัฒนธรรมเสื่อมถอย เป็นต้น แต่ปัญหาหลักที่เกิดก็คือปัญหาในด้านของการศึกษา ซึ่งจะพบว่า คุณภาพของประชากรไทยที่ต่ำลง และมีมาตรฐานต่ำกว่าประเทศในระดับเดียวกัน การศึกษาของไทยขาดเอกภาพด้านนโยบาย สถานศึกษาขาดอิสระและความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ชุมชน สถาบันทางสังคม และที่สำคัญก็คือ ในด้านของบุคลากรทางการศึกษา พบว่ายังขาดแคลนบุคคลากรทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูผู้สอน ซึ่งปัญหาที่ส่งผลต่อการศึกษาไทยมากที่สุด
จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ทำให้รัฐบาล นักวิชาการ รวมถึงกลุ่มคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าว เข้าร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาและได้ข้อสรุปโดยรวมว่าปัญหาของคุณภาพการศึกษาตกต่ำมาจากการที่ ขาดแคลนบุคลากรครูที่จะมาช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาดังกล่าวขึ้นดังนั้นสิ่งแรกควรจะได้รับการแก้ไขก็คือการเพิ่มจำนวนบุคลากรครูให้มีความเพียงพอและมีคุณภาพเพื่อที่จะรองรับและสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ซึ่งนักวิชาการหลายท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาครูขาดแคลนไว้ดังนี้
นายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กล่าวว่า การขาดแคลนครู ก็คือ การที่โรงเรียนมีครูไม่ครบอัตรา และครูที่ไม่ตรงกับวุฒิปฏิบัติการสอน เช่น วิชาเคมี ชีวะ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ เพราะหากครูผู้สอนไม่ตรงกับวุฒิแล้วคุณภาพของการสอนก็จะตกลง หากเปรียบเทียบกันแล้ว หากครูดีมีประสิทธิภาพ เด็กที่มี Percentile ที่ 50 จะมีโอกาสสูงมากที่จะขยับไปที่ Percentile ที่ 85-87 ซึ่งหากได้ครูที่ไม่มีประสิทธิภาพ Percentile ที่ 50 อาจจะตกไปที่ระดับ 30-20 เลยก็ได้ และจากการเรียนการเสริมแรง หากเสริมแรงทางบวกผู้เรียนอยากให้ครูชม เช่นเดียวกัน เพื่อให้ครูมีคุณภาพดีแล้ว ก็ควรมีการปรับโครงสร้าง ให้ทุนการศึกษา และจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและการวัดประเมินผล
รศ.ดร.ขนิตา รักษ์พลเมืองและคณะ ได้กล่าวถึงแนวทางในการแก้ปัญหาการขาดแคลนครูโดยสรุป
1) โครงการคุรุทายาท กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการคุรุทายาทมาตั้งแต่ปี 2530 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูทั้งในระดับการศึกษาเฉพาะพื้นที่ และเฉพาะสาขาวิชา โดยเลือกคนเก่ง คนดี เข้าเรียนครู
2) โครงการพิเศษเพื่อบริหารจัดการการปฏิรูปการฝึกหัดครู พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา(สปค.) เช่นโครงการสำหรับครูประจำการ การผลิตครูใหม่ และโครงการสำหรับผู้ใช้ครู โดยจัดคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐและเอกชน ใน 4 สาขาวิชาหลักคือวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทยและอังกฤษ
3) นโยบายและมาตรการผลิตและพัฒนาครูไทยในศตวรรษที่ 21 ฯ โดยการสร้างความเชื่อมั่นในวิชาชีพครู ประกันคุณภาพครูและมาตรการสร้างความยั่งยืนในการปฏิรูปวิชาชีพครู
4) แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา (2547-2556) ของ ศธ. ครอบคลุมตั้งแต่การฟื้นฟูศรัทธาต่อวิชาชีพครู พัฒนาศักยภาพครู และการผลิตครูแนวใหม่
5) การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูของสพฐ. โดยการเรียกบรรจุครูจากบัญชีการสอบที่มีอยู่ บรรจุครูอัตราจ้างที่ทำงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป และบรรจุครูที่มีคุณวุฒิอื่นและให้เรียนวิชาทางการศึกษาเพิ่มเติม
ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน นอกเหนือจากการกำหนดอัตราเพิ่มเติม คือ
1) จัดทำโครงการครูสหกิจโดยนำนักศึกษาครู หลักสูตร 5 ปี มาช่วยสอนในวิชาที่ขาดแคลน โดยได้รับเงินตอบแทน และมีการนิเทศการสอนเป็นระยะ
2) จัดให้ครูที่สอนไม่ตรงกับคุณวุฒิได้รับการอบรมในเนื้อหาวิชาเพิ่มเติม โดยเพิ่มแรงจูงใจเป็นค่าวิชา หรือวิทยพัฒน์
3) ขนาดปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ โดยพัฒนาการสอนชั้นเรียนขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก โดยบางชั้นเรียนอาจมีนักเรียนถึง 200 คน เพื่อลดจำนวนครูที่ใช้สอนลง
4) ผลิตชุดการศึกษาและเรียนรู้ในกลุ่มสาระที่ขาดแคลนครู โดยให้นักเรียนศึกษาบางวิชาด้วยตนเองด้วยชุดวิชาการศึกษา และเรียนบางวิชากับครู ทั้งนี้อาจจัดทำในลักษณะ e-learning หรือ multi-media
5) จัดทำโครงการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนทั้งรูปของ สื่ออิเล็กทรอนิค สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์และสื่อเสียง ให้ครบทุกสาระวิชาและทุกระดับชั้น เพื่อนำสื่อการเรียนการสอนดังกล่าวมาช่วยครูสอน หรือให้นักเรียนใช้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหา ปัญหาขาดแคลนครู “คณะครุศาสตร์จุฬาฯ เสนอแผนผลิตครูในท้องถิ่น โดยแผนดังกล่าวเริ่มจากการสำรวจความต้องการครูสาขาต่างๆ ของแต่ละพื้นที่ และให้ดึงเด็กที่มีผลการเรียนดี มีความภาคภูมิใจอยากเป็นครู ให้ทุนเพื่อเรียนต่อในสาขาที่ขาดแคลน โดยมีข้อกำหนดเมื่อเรียนจบต้องเป็นครูในภูมิลำเนาของตนเอง ซึ่งหากผ่านการเห็นชอบกับแผนดังกล่าวคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ จะรับเด็กเหล่านี้เข้าเรียนหลักสูตรครู 5 ปี อีกทั้งยังเป็นการการันตี สำหรับเด็กด้วยว่า เมื่อเรียนจบจะมีงานทำทันที ถือเป็นการแก้ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกล ครูขอย้ายไปโรงเรียนขนาดใหญ่หรือโรงเรียนประจำจังหวัดได้ดี”
ทั้งนี้ ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องทำหน้าที่ผลิตครู ควรทำหน้าที่เป็นแกนนำเครือข่ายภูมิภาคในการอบรมครู จัดหลักสูตรในการผลิตครู รูปแบบการเรียนการสอน การจัดทำสื่อ ฯลฯ เพื่อพัฒนาครูในทุกด้าน เชื่อว่าหากมีการอบรมครูที่มีอยู่ ไปพร้อมๆ กับการผลิตครูที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นก็จะสามารถแก้ปัญหาการศึกษาได้
รศ.ดร.สุวัฒนา กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องดำเนินการทำฐานข้อมูลครูอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดนโยบายการผลิตครูทั้งจำนวนและสาขาวิชาต่างๆ ให้แต่ละโรงเรียนทำแผนยุทธศาสตร์ว่าโรงเรียนพบปัญหาเกี่ยวกับครูวิชาใดและโรงเรียนได้มีการพัฒนาครูในโรงเรียนหรือไม่ มีนโยบายระดับประเทศหรือระดับจังหวัดที่อาจต้องทำเป็นเครือข่ายเพื่อให้นโยบายนั้นประสพผลสำเร็จอย่างแท้จริง เมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุให้เป็นครู, รัฐควรมีการจัดอัตราพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานต่างๆ ของโรงเรียน, รัฐควรกำหนดสาขาวิชาและจำนวนให้กับมหาวิทยาลัยของรัฐในการผลิตบัณฑิต เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง
รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร ได้กล่าวถึง แนวทางการแก้ไขปัญหา ไว้ดังนี้
1) ระยะยาวคือการปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ให้มีเงินเดือนสูงขึ้นจากเดิม โดยให้ทุกวิชาชีพยอมรับในวิชาชีพครู ซึ่งจะเป็นมิติใหม่ของประเทศไทย
2) ระยะสั้น คือ การสร้างแรงจูงใจ มีการรับประกันการมีงานทำ มีทุนการศึกษาให้ ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนสองภาษา อบต. อบจ. หรือเทศบาล ซึ่งสามารถดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องรอรัฐบาล ซึ่งสามารถส่งเด็กไปเรียนแล้วกลับมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนของตนหรือในสังกัด
3) ควรมีสถาบันเข้ามาประสานงานระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ เพื่อที่จะได้พูดคุย ร่วมมือกันวางแผน
4) การออกเกณฑ์การผลิตครูใหม่ คือ จะได้รับ 2 ปริญญาคือ คือได้ปริญญาวิทยาศาสตร์และศึกษาศาสตร์ แต่ก็ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เก่งเทียบเท่านักวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะมีการเพิ่มเงินเดือน
5) นำครูที่สอนไม่ตรงสายมาพัฒนาความรู้เพิ่มเติม เช่น นำครูเหล่านี้ไปเรียนเพิ่มเติมในสาขาที่ตนสอนหรือขาดแคลน ซึ่งครูจะได้รับการพัฒนาทักษะความรู้เพิ่มมากขึ้นและที่สำคัญครูจะต้องปรับปรุงตัว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
6) ต้องนำคนเก่ง ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาเรียน เพราะการเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ต้องเรียนถึง 5 ปี ผู้เรียนจึงต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก
จากคำกล่าวของนักวิชาการหลายท่าน จะเห็นได้ว่า การที่จะสามารถแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษานั้นจะต้องแก้ ปัญหาบุคลากรครูเสียก่อน สำหรับปัญหาบุคลากรครูที่ขาดแคลนนั้น สามารถที่จะทำการแก้ไขได้โดย การปรับโครงสร้างของเงินเดือนเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน และดึงคนเก่งมีความสามารถเข้ามาทำงาน เนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ค่าตอบแทนจึงเป็นเสมือนสิ่งแรกที่คนในสังคมคำนึงถึง และอีกส่วนหนึ่งก็คือการส่งเสริมให้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถของครูอยู่สม่ำเสมอเพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญก็คือ การเข้ามามีส่วนร่วมของทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อที่จะผลิตครูให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้
บรรณานุกรม
โรงเรียนยังขาดแคลนครูที่มีความรู้เฉพาะ. วันที่ค้นข้อมูล 22 กันยายน 2552, เข้าถึงได้จาก http://blog.eduzones.com/clip/26387
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2548). สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย. วันที่ค้นข้อมูล 22 กันยายน 2552, เข้าถึงได้จาก http://somjaiswu.multiply.com/Jurnal/item/8/8
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2548). สภาวะการขาดแคลนครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย. วันที่ค้นข้อมูล 22 กันยายน 2552, เข้าถึงได้ จาก http://somjaiswu.multiply.com/Jurnal/item/2/2
นายสุรพันธ์ สืบฟัก. (2552). การแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน . วันที่ค้นข้อมูล 22กันยายน 2552, เข้าถึงได้จาก http://km.mhs1.go.th/modules.php?name=News&file=article&sid=316
มนตรี แย้มกสิกร. คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. สัมภาษณ์