เรื่องของ (นางสาว .......)
เด็กมีปัญหาการอ่านจากประสบการณ์ที่ได้มา ดิฉันเคยเจอปัญหาเด็กไม่สนใจเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นวิชาที่แสนยาก และน่าเบื่อเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ไม่สนใจเรียน ดื้อ ซน ทั้งหลาย ตอนแรกดิฉันเองก็มีการลงไม้ลงมือกันบ้าง แต่มันก็ไม่มีผลดีอะไรเลย ยิ่งทำให้เด็กไม่ชอบไปเป็นการใหญ่ ส่วนเด็กบางคนชอบที่จะให้มีการลงโทษ เพราะโดนลงโทษแล้วก็จบไม่ต้องทำงาน ปัญหาก็มีอยู่ว่า การท่องคำศัพท์ ภาษาอังกฤษ ซึ่งเด็กจะต้องท่องวันละ 3 คำ ตั้งแต่วันจันทร์ – วันศุกร์ ทั้งหมด 15 คำ เด็กส่วนใหญ่จะท่องครบ เพราะมีการตรวจดูสมุทรคำศัพท์ ทุกๆ วันจันทร์ แต่จะมีเด็กบางส่วนท่องไม่ครบ หรือไม่ท่องเลย ก็จะต้องโดนลงโทษ ซึ่งตัวดิฉันเองก็ลงโทษไปตามกติกาที่กำหนด ประมาณ2 – 3 สัปดาห์ ซึ่งเด็กที่โดนลงโทษ จะเป็นเด็กหน้าเดิมๆ ทางดิฉันก็ได้สืบสวนเด็กกลุ่มนั้น จึงได้หายสงสัยว่า เด็กกลุ่มนั้นขี้เกียจ ขาดความสนใจ คิดว่าวันนี้ไม้ต้องท่องก็ได้ เอาไว้พรุ่งนี้ ผลัดวันกันไปเรื่อยๆ จนถึงวันกำหนดที่จะต้องตรวจ ส่วนการแก้ไขปัญหานี้ ดิฉันจะไม่ลงโทษเด็กที่ไม่ท่องศัพท์ แต่จะใช้วิธีให้คัดคำศัพท์ คำละ 10 จบ ตามจำนวนของคำศัพท์ ใครเหลือมากก็คัดมาก ใครเหลือน้อยก็คัดน้อย คัดไปจนกว่าจะท่องถึงคำที่กำหนด ซึ่งวิธีนี้ได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะเด็กไม่ชอบที่จะคัดคำศัพท์ เพราะจะไม่ได้ออกไปเล่นเหมือนกับเพื่อนคนอื่น จนปัจจุบันนี้ มีเด็กที่ไม่ท่องคำศัพท์เหลือน้อยลง จากบทเรียนนี้ทำให้เด็กได้รู้ว่า “อย่าเป็นดินพอกหางหมู”
เรื่องของ (นางสาว .......)
วิธีการเป็นครูใหม่ของฉันเมื่อเราเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในแต่ละองค์กร ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราได้เริ่มต้นเรียนที่โรงเรียนใหม่สมัยที่เราเป็นนักเรียน เราก็ต้องอาศัยการปรับตัว เพื่อให้สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุขและสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข สำหรับการเป็นครูเราต้องสร้างความคุ้นเคยกับนักเรียนที่ใหม่สำหรับเรา และเราก็ใหม่สำหรับเขา ต้องอาศัยการเรียนรู้ซึ่งกันและกันเมื่อเวลาผ่านไปความคุ้นเคยกันก็จะทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของเด็กๆได้และต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องการเรียนการสอนอย่าเบื่อหน่ายถ้าเด็กไม่เข้าใจในสิ่งที่เราสอน เพราะเด็กไม่เคยเป็นผู้ใหญ่อย่างเรา แต่เราเคยเป็นเด็กมาแล้ว ครูต้องสร้างความศรัทธาให้เกิดกับนักเรียน วางแผนรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในแต่ละห้องที่อาจเกิดขึ้นได้อีก สำหรับความสุขในด้านต่างๆเกิดได้จากใจเราเองเราคิดให้สนุกมันก็สนุก ไม่ต้องมีเพื่อนมากมีพอดีจะได้มีปัญหาน้อยๆ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ อะไรไม่ทราบก็ถาม คนใจดีมีอยู่ทุกที่ในโลกนี้ไม่ต้องกลัว อะไรผิดก็แก้ไข เมื่อมีคนเตือนคนบอกก็น้อมรับไว้ เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าใจเราเองอีกแล้ว
ประสบการณ์การสอนเด็กอนุบาลที่มีพัฒนาการแตกต่างกัน "ไพลิน"
ข้าพเจ้าเริ่มสอนระดับอนุบาลมาแล้ว 3 ปี ปัจจุบันเป็นครูประจำชั้นอนุบาล 2
วัย 5 ขวบ เด็กนักเรียนที่ห้องของข้าพเจ้าแต่ละคนจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน บางคนเป็นเด็กช่างพูด ซุกซน กล้าแสดงออก บางคนจะเรียบร้อยไม่ค่อยพูด และบางคนก็จะมีพัฒนาการดีครบทั้ง 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งข้าพเจ้าจะคอยสังเกตพัฒนาการเด็กแต่ละคนอยู่อย่างสม่ำเสมอแต่จะมีเด็กที่ข้าพเจ้าจะคอยสังเกตมากเป็นพิเศษ คือ น้องเน็ต และน้องพู่กัน ซึ่ง 2 คน นี้จะมีพัฒนาการที่ต่างกันมาก น้องเน็ตจะพัฒนาการทางด้าน IQ และ EQ ดีมาก ส่วนน้องพู่กัน IQ ค่อนข้างจะช้า แต่ EQ ดีมาก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเด็ก LD หรือเปล่า เวลาพูดคุยน้องจะมีทักษะในการพูดดีมากรู้จักการโต้ตอบโดยใช้คำพูดเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่ แต่ด้านวิชาการ น้องจะไม่สนใจเลย ไม่สามารถอ่าน ก-ฮ, A-Z ,จำนวนตัวเลข 1-10 การเขียนก็ไมสามารถเขียนได้ ซึ่งแตกต่างกับน้องเน็ตที่อ่านออก เขียนได้ กล้าที่จะแสดงออก มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ กล้าโต้ตอบ เช่น มีอยู่วันหนึ่งเป็นเวลาที่เด็ก ๆ ต้องนอนพักผ่อนแต่วันนี้มีเด็กที่อยู่ในห้องนั้นไม่ยอมนอนรวมทั้งน้องเน้ตด้วย ข้าพเจ้าเลยพูดว่า “นอนหลับนะค่ะรู้ไหมว่า สวย ๆ แบบนี้ก็ดุเป็นเหมือนกันนะ” พอพูดจบ น้องเน็ตก็ลุกขึ้นจากที่นอนและพูดว่า “ ว๊าว สวย ๆๆ แบบนี้ก็ดุเป็นเหมือนกันเหรอ !! แล้วก็นอนลงไปกับที่นอนพร้อมกับแอบ หัวเราะเบา ๆ
นี้เป็นแค่หนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น 1 ปีที่ได้สอนน้องทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเด็ก แต่ที่สำคัญพัฒนาการของเด็กแต่ละคนนั้นสำคัญมากข้าพเจ้าจะไม่กีดกันการเรียนรู้ของเด็กเลย จะคอยส่งเสริมพัฒนาของเด็กให้ดีขึ้นไป
ประสบการณ์การสอนเด็กอนุบาลที่มีพัฒนาการแตกต่างกัน "ครูไพลิน"
ข้าพเจ้าเริ่มสอนระดับอนุบาลมาแล้ว 3 ปี ปัจจุบันเป็นครูประจำชั้นอนุบาล 2
วัย 5 ขวบ เด็กนักเรียนที่ห้องของข้าพเจ้าแต่ละคนจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน บางคนเป็นเด็กช่างพูด ซุกซน กล้าแสดงออก บางคนจะเรียบร้อยไม่ค่อยพูด และบางคนก็จะมีพัฒนาการดีครบทั้ง 4 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญา ซึ่งข้าพเจ้าจะคอยสังเกตพัฒนาการเด็กแต่ละคนอยู่อย่างสม่ำเสมอแต่จะมีเด็กที่ข้าพเจ้าจะคอยสังเกตมากเป็นพิเศษ คือ น้องเน็ต และน้องพู่กัน ซึ่ง 2 คน นี้จะมีพัฒนาการที่ต่างกันมาก น้องเน็ตจะพัฒนาการทางด้าน IQ และ EQ ดีมาก ส่วนน้องพู่กัน IQ ค่อนข้างจะช้า แต่ EQ ดีมาก ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเด็ก LD หรือเปล่า เวลาพูดคุยน้องจะมีทักษะในการพูดดีมากรู้จักการโต้ตอบโดยใช้คำพูดเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่ แต่ด้านวิชาการ น้องจะไม่สนใจเลย ไม่สามารถอ่าน ก-ฮ, A-Z ,จำนวนตัวเลข 1-10 การเขียนก็ไมสามารถเขียนได้ ซึ่งแตกต่างกับน้องเน็ตที่อ่านออก เขียนได้ กล้าที่จะแสดงออก มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ กล้าโต้ตอบ เช่น มีอยู่วันหนึ่งเป็นเวลาที่เด็ก ๆ ต้องนอนพักผ่อนแต่วันนี้มีเด็กที่อยู่ในห้องนั้นไม่ยอมนอนรวมทั้งน้องเน้ตด้วย ข้าพเจ้าเลยพูดว่า “นอนหลับนะค่ะรู้ไหมว่า สวย ๆ แบบนี้ก็ดุเป็นเหมือนกันนะ” พอพูดจบ น้องเน็ตก็ลุกขึ้นจากที่นอนและพูดว่า “ ว๊าว สวย ๆๆ แบบนี้ก็ดุเป็นเหมือนกันเหรอ !! แล้วก็นอนลงไปกับที่นอนพร้อมกับแอบ หัวเราะเบา ๆ
นี้เป็นแค่หนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น 1 ปีที่ได้สอนน้องทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวเด็ก แต่ที่สำคัญพัฒนาการของเด็กแต่ละคนนั้นสำคัญมากข้าพเจ้าจะไม่กีดกันการเรียนรู้ของเด็กเลย จะคอยส่งเสริมพัฒนาของเด็กให้ดีขึ้นไป