ตำรายืดหดเส้นเอ็น ล้างพิษเพิ่มกระดูก

ตำรายืดหดเส้นเอ็น ล้างพิษเพิ่มไขกระดูก

 

ท่าที่ 1

เมื่อตั้งท่าเตรียมพร้อมดีแล้ว
             ค่อยๆยกแขนขึ้น คว่ำมือลงเหยียดนิ้วไปข้างหน้า อย่างช้าๆ จนถึงระดับสะดือ อย่าให้สูงถึงเอวจะทำให้ไม่ถนัด และไม่เป็นผลดี
             เคลื่อนมือเข้าใกล้ข้างตัว นิ่งอยู่สักอึดใจ ตั้งสติให้มั่น ค่อยๆแบมือ เหยียดนิ้วให้ตรง กางหัวมือมือออก อีก 4 นิ้วให้ชิดกันไว้ ห่างตัวประมาณ 2 นิ้ว
             งอปลายนิ้วทั้ง 8 ช้าๆอย่างสุดแรง แล้วค่อย คลายนิ้วพร้อมกับคว่ำมือลงช้าๆ ค่อยๆกดฝ่ามือลงจนสุดแขน น้ำหนักดุจดังใช้แรงกดโต๊ะแล้วกระโดดตัวลอย ฉะนั้น

***อย่าลืมหายใจลึกๆ เมื่อกระดกนิ้วขึ้น
หายใจแผ่วๆ เมื่อคลายนิ้วออก

ท่านี้ ไล่ลมในร่างกายและป้องกันลมปราณติดขัด

 

ท่าที่ 2

               กำมือหลวมๆ ไว้ข้างลำตัว เคลื่อนเท้าทั้งสองชิดกัน ค่อยๆกำมือให้แน่นเข้า พร้อมกับเคลื่อนมาแนบอยู่ที่หน้าขา
               หันมือออกไปทางข้างลำตัว เริ่มเชิดนิ้วหัวแม่มือจนสุดแรง กดหน้าขานิ่งไว้สักอึดใจ จึงผ่อนคลายอย่างช้าๆ พร้อมกับระบายลมหายใจออกอย่างแผ่วเบา

***ทุกครั้งที่จะกำมือให้แน่น ต้องสูดลมหายใจให้ลึกถึงสะดือ กลั้นลมหายใจนั้นไว้สักครู่ จึงค่อยๆระบายออก พร้อมการผ่อนคลายนิ้วมือ

ท่านี้บำรุงปอด

 

ท่าที่ 3

              กำมือหลวมๆไว้ข้างตัว ค่อยๆกำให้แน่น โดยมีนิ้วหัวแม่มืออยู่ภายในอุ้งมือ เหยียดแขนให้งอนิดหน่อยช้าๆ นิ่งสักอึดใจแล้วคลายกำมือออกอย่างช้าๆ แล้วเริ่มใหม่

***ท่าที่สามนี้ต่างกับท่าที่สองดังนี้
- เข่าตรง
- นิ้วหัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ และถูกกำแน่น
- เมือออกแรงที่แขน ศอกจะงอนิดๆ อกจะแอ่นเล็กน้อย
- เน้นที่กำมือ
- พลังคลื่นแห่งหัวใจทำการสูบฉีด
- คลื่นแห่งพลังนำอ๊อกซิเจนไปสู่หัวใจ จะรู้สึกหายใจสะดวก จังหวะการเต้นของหัวใจจะปกติ

ท่านี้ บำรุงลำใส้ใหญ่ลำใส้เล็ก หัวใจ เยื่อมหุ้มสมองและสร้างอุณภูมิให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น

 

 

ท่าที่ 4

                 ยืนตรง เท้าตรง กำมือหลวมๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ ค่อยๆยกแขนขึ้นระดับไหล่ ตั้งฉากกับลำตัว
                   หันมือที่กำแน่นเข้าหากัน แขนตรงขนานกันตลอดเวลา

*** ระวังอย่าให้ลำตัวเคลื่อนไหวไปมา
- ค่อยๆกำมือให้แน่นสุดแรง หายใจเข้า
- นิ่งอยู่สักอึดใจหนึ่ง คลายมือออกช้าๆ หายใจออก
- แขนเคลื่อนลงข้างลำตัว หายใจลึกๆ สัก 3 ครั้ง เริ่มใหม่ต่อไป

ท่านี้เพื่อให้อ๊อกซิเจนทำงานได้เต็มที่

 

ท่าที่ 5

                  ค่อยๆ เคลื่อนเท้าในท่าเตรียมพร้อมให้ชิดกัน กำมือหลวมๆ ยกแขนขึ้นสุดแขนอย่างช้าๆ หายใจเข้า

*** ระวังอย่าให้แขนแนบหู ขณะที่ยกขึ้น ให้เขย่งส้นเท้าขึ้นพร้อมกัน
- ส้นเท้าห่างพื้น 1 นิ้ว พร้อมกับกำมือให้แน่นสุดแรง
- ทั้งสามอิริยาบถนี้ ต้องทำในขณะเดียวกัยอย่างช้าๆ
- นิ่งอยู่สักอึดใจ ค่อยๆผ่อนคลายทั้งสามอิริยาบถพร้อมกัน
- หายใจออกช้าๆ แล้วเริ่มใหม่

ท่านี้ทำให้หัวใจแข็งแรง

 

ท่าที่ 6

                   ให้เท้าทั้งสองที่แยกกันในท่าเตรียมพร้อม ค่อยๆเคลื่อนเข้าหากัน ห่างกัน 1 ฟุต ขนานกันอยู่
                     กำมือหลวมๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ข้างนิ้วชี้ ค่อยๆยกแขนขึ้นจนสุด แล้วงอศอกช้าๆ ให้มือกำอยู่หลวมๆ หันหน้าออก อยู่ระดับหูพอดี ห่างห
                     ค่อยๆ กำมือให้แน่นสุดแรง พร้อมกับออกแรงบีบที่ศอกพับช้าๆ สักอึดใจหนึ่ง ก็ผ่อนคลาย

ท่านี้เป็นการยืดหดเส้นเอ็น บริเวณหัวไหล่ หลัง และหน้าอกถึงท้องทำให้ไม่อึดอัดหรือเมื่อย

 

ท่าที่ 7

                  กำมือหลวมๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ข้างนอก กางแขนทั้งสองตั้งฉากกับลำตัว ยื่นอกเล็กน้อย คว่ำมือที่กำอยู่ลงช้าๆ
                  ระวังแขนให้กางเสมอกัน ขณะที่กำมือแน่นสุดแรง ให้ยกปลายนิ้วเท้าทั้งหมดขึ้น ห่างพื้น 1 นิ้ว สักอึดใจหนึ่ง ค่อยๆผ่อนคลาย

*** ระวังถ้าไม่กำหนดสติให้ดี อาจหงายหลังได้ ท่านที่มีการทรงตัวไม่ปกติ โปรดหาที่วางมือ ที่กำลังคว่ำอยู่ขณะยกปลายนิ้วเท้า ก็จะปลอดภัย

ท่านี้เป็นการสูบฉีดพลังแห่งคลื่นชีวิต และเลือดที่มีอ๊อกซิเจนสูงกว่าปกติ เพราะหายใจลึกๆเข้าสู่อวัยวะภายใน

 

ท่าที่ 8

ท่านี้คล้ายท่าที่ 4
                   ค่อยๆ เคลื่อนเท้าให้ชิดกัน กำมือหลวมๆ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ ยกแขนไปข้างหน้าช้าๆ ตั้งฉากกับลำตัว
                  กำมือแน่นจนสุดแรง พร้อมกับเขย่งเท้าให้พ้นพื้น ประมาณ 2 นิ้วกว่าๆ สักอึดใจหนึ่ง ค่อยๆผ่อนคลาย

*** ระวังอย่าให้ตัวโงนเงน เอนไปข้างหน้า หรือหงายไปข้างหลัง จะไม่ได้ผล

ท่านี้พลังแห่งคลื่นชีวิต สามารถนำเลือดเดินไปทั่วตัว อ๊อกซิเจนที่หายใจลึกๆก็มีส่วนช่วยให้เลือดถูกฟอกสะอาดอย่างมาก

 

ท่าที่ 9

- ค่อยๆ เคลื่อนเท้าประชิดกัน
- นิ้วหัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ กำไว้หลวมๆ
- ค่อยๆยกมือขึ้นจนถึงหน้าท้อง
- งอศอกช้าๆ ยกมือขึ้นถึงแก้ม
- ค่อยๆกำมือให้แน่นจนสุดแรง ประหนึ่งว่ายกของหนัก
                 แขนส่วนบนและล่าง ก็พลอยออกแรงไปด้วย เคลื่อนกำมือเข้าใกล้กันระหว่างจมูก ห่างกันประมาณ 3 นิ้ว สักอึดใจหนึ่ง ค่อยๆ ผ่อนคลายออก แล้วเริ่มใหม่

ท่านี้จะช่วยให้มีแรงมากขึ้น

 

ท่าที่ 10

- กำมือหลวมๆ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ
- หันหน้ามือออก ค่อยๆ ยกแขนขึ้นตั้งฉากกับลำตัวและต้นแขน
- ค่อยๆ กำมือแน่นจนสุดแรง
             ส่วนแขนออกแรงดุจกำลังเทินของหนักมากๆ อึดใจไว้สักครู่ ค่อยๆ ผ่อนคลาย

ท่านี้เป็นการเพาะกำลัง

 

ท่าที่ 11

- ค่อยๆ เคลื่อนเท้าทั้งสองให้ชิดกัน กำมือหลวมๆ นิ้วหัวแม่มืออยู่ข้างนิ้วชี้
- ยกมือที่กำอยู่ขึ้นช้าๆ จนถึงสะดือ
- มือกำไว้หลวมๆ หันเข้าท้องน้อย ห่างกัน 1 นิ้ว
- ค่อยๆยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นสุดแรงเช่นกัน
                 ในขณะที่เริ่มกำมือให้แน่น ให้หายใจเข้าลึกๆ จนถึงท้อง สักอึดใจหนึ่ง ค่อยๆผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน ก็ผ่อนคลายลมหายใจออกมาทางปากจนหมด ทำให้ได้เก้าครั้ง ลมหายใจ จะสะอาดหมดกลิ่นเหม็น

ท่านี้เพื่อระบายพิษออกมา เป็นการฝึกลมปราณให้ขึ้นลงตามที่จิตสั่งเป็นท่าเดียวที่เปิดปากได้

 

ท่าที่ 12

- ค่อยๆเคลื่อนเท้าประชิดกัน
- ยกแขนขึ้นไปข้างหน้าช้าๆ ตั้งฉากกับลำตัว
- แบมือ ให้แขนทั้งสองห่างกับเท่ากับไหล่
                  ขณะยกแขนขึ้น ให้เขย่งส้นเท้าไปด้วยพร้อมกัน ห่างพื้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สักอึดใจหนึ่ง ค่อยผ่อนคลาย จนส้นเท้าแตะพื้น ให้กระดกปลายนิ้วขึ้น ห่างพื้นสัก 1 นิ้ว แล้วค่อยๆ ให้ปลายนิ้วแตะพื้น ทำอย่างนี้ 12 ครั้ง ต่อไปจะเดินทนมือเท้าเชื่อฟังดี

***สุดท้ายให้แขนอยู่ในท่าเดิม เขย่งส้นเท้าอีกเมื่อส้นเท้าแตะพื้น ให้กระดกปลายนิ้วเท้าทันที แล้วค่อยๆ แตะพื้นอย่างช้าๆ ทำเช่นนี้ 12 ครั้ง

"รู้รักษาตัวเป็นยารักษาโรค เส้นเอ็นแข็งแรงกระดูกแข็งแกร่ง"

 

 

 

 

 

 

 

ล้างพิษเพิ่มไขกระดูก

 

ท่าที่ 1
           นั่งตัวตรงกับพื้น ไม่ควรใช้เบาะหรือสิ่งอื่นรองนั่ง จะทำให้ตัวเอียงไปมา ไม่เกิดดุลยภาพเป็นผลเสียต่อเส้นเอ็น ที่จะพลิกตามไป ทำให้เกิดอาการเคล็ดขัดยอกได้
            ตำรานี้ไม่นิยมการนั่งสมาธิราบ แต่ต้องขัดสมาธิเพชร คือหลังเท้าขวาทับขาซ้าย หลังเท้าซ้ายทับขาขวา สองมือวางบนเข่า ค่อยๆกำมือให้แน่นเข้า ให้หัวแม่มืออยู่ด้านนอกของนิ้วทั้งหมด
- การหายใจเข้าช้าๆ ต้องสัมพันธ์กับการกำมือให้แน่นเข้า ช้าๆพร้อมกัน
- การหายใจออกช้าๆ ต้องสัมพันธ์กับการคลายมือ ช้าๆพร้อมกัน
             ผู้ที่ยังฝึกขัดสมาธิเพชรไม่ได้ อนุโลมให้นั่งสมาธิราบไปพลาง แต่ต้องหัดทำสมาธิเพชรทุกวัน เมื่อทำได้แล้วอีก 11 ท่า ก็ทำได้เช่นกัน
              ท่านี้ เน้นการตั้งจิตให้เป็นสมาธิ
    


ดูจุดแป๊ะหวย คลิกที่นี่

ท่านี้ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตคล่องตัว หลุดพ้นอาการปวดเมื่อย ปวดหัว ตามัว เวียนหัวเป็นไข้บ่อยๆ

 

ท่าที่ 2
             นั่งอย่างสงบนิ่งตรงอย่างสมดุล เริ่มคลายมือที่กำอยู่ในท่าที่ 1 ออก ยกแขนขึ้นช้าๆ ทำมุมฉากกับลำตัว หงายมือไว้แล้วเคลื่อนแขนไปด้านหลัง ประสานมือทั้งสองไว้ที่ท้ายทอยแบนใบหู เชิดคางนิดหน่อย หน้าอกก็จะยึดได้เต็มที่ แขนทั้งสองอยู่ในลักษณะสามเหลี่ยม
              เริ่มใช้จินตนาการเดินลมปราณ ตั้งต้นจากจุดตันเถียนกลาง แล่ยตรงผ่านในกลางสะดือไปถึงเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่านลูกกระเดือก แล่นตรงไป กลางกระหม่อม หยุดไว้อึดใจหนึ่ง
              แล่นต่อไปตรงๆ ผ่านจุดแป๊ะหวย ไปทางท้ายทอย ผ่านกระดูกสันหลังลงไปก้นกบ แล้วผ่านระหว่างจุดทวารหนัก ไปทวารเบา (ตันเถียนล่าง) จนถึงใต้สะดือซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น ครบหนึ่งวงจรของพลังชีวิต หยุดสักอึดใจ เริ่มทำใหม่ให้ครบ 3 ครั้ง ก็หยุดพักได้
              จินตนาการนี้ ฝึกไปทุกวันๆ นานไป ก็จะกลายเป็นจริงได้ สังเกตจากเส้นทางที่คลื่นพลังชีวิต แล่นเป็นกระแสไปตามจิตสั่งนั้น จะมีความร้อนน้อยๆ เกิดขึ้นก่อน เวลาเดินลมปราณ พลังชีวิตจะพาโลหิต ไหลไปตามทิศทางที่กำหนดให้ ผู้ฝึกจะรู้สึกได้เองว่า เป็นความร้อนที่สบายๆ ยิ่งนัก เกิดความสดชื่นกระปี้กระเปร่า หลังฝึกเสร็จแล้ว ต่อไปต้องการให้พลังชีวิตนำโลหิตไปเลี้ยงอวัยวะใดหรือเส้นเอ็นใดก็ได้ดังใจ
   

 

ท่าที่ 3

ทุกครั้งที่ฝึกหมดไปท่าหนึ่ง ก็ให้ขัดสมาธิเพชร กำมือไว้บนหัวเข่าทุกครั้งไป
              เริ่มเหยียดขาให้ตรงเท้าตั้งตรงชิดกัน
- ค่อยๆ ขยับแขนทั้งสองยืดตรงไปข้างหน้าขนานกับเท้า โน้มตัวไปข้างหน้า โอบเท้าทั้งสองไว้อย่างช้าๆ และอย่าให้เอียง
- เริ่มใช้มือที่โอบอยู่ดึงเท้าเข้าหาตัว เท้าทั้งสองก็ต้านมือไว้ อย่างสุดแรง นิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ค่อยๆหายใจออกพร้อมทั้งคลายทั้งมือออก แล้วหยุดพัก
*** อย่าเผลองอเข่า หรือเอียงไปมา
ท่านี้ จะทำให้เอวอ่อน หลังไม้แข็งทำให้ไตแข็งแรง

 

 

ท่าที่ 4
- ขัดสมาธิเพชร กำมือบนเข่าตามเดิม
- ค่อยๆยกแขนขึ้น หงานมือประสานกันเหนือศีรษะ
- เริ่มเดินลมปราณจากจุดเริ่มต้น คือจุดตันเถียนกลาง แล่นตรงผ่านสะดือ แล้วแยกซ้ายขวา ไปสู่แขนทั้งสอง แล่นไปจนสุดปลายนิ้วแต่ละนิ้ว
             นิ่งอยู่สักอึดใจหนึ่ง จึงค่อยๆ ปล่อยแขนลงสู่ท่าเดิม

ท่านี้ทำให้เส้นเอ็นตามลำแขนแข็งแรง
รักษาอาการเจ็บปวดเคล็ดขัดยอก

 

ท่าที่ 5

- ค่อยๆ เหยียดขาตรงไปข้างหน้า ห่างกันพอสมควร
- แขนทั้งสองไปด้านหลัง ประสานมือไว้ที่ก้นกบ หันฝ่ามือแนบเนื้อ
             เริ่มใช้สองมือประสานกัน ถูขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ ถูขึ้นหายใจเข้า ถูลงหายใจออก ถูแรงๆ ช้าๆ ให้แขนและไหล่ยกขึ้นลงตามจังหวะของมือ แล้วเดินลมปราณ ไปตามมือและเส้นเอ็นบริเวณหลัง จะเกิดความร้อนผ่าวไปด้วย จะรูสึกสบาย

ท่านี้ ป้องกันไข้หวัดแรกเป็นจะหายได้เองไม่ต้องพึ่งยา และทำให้กล้ามเนื้อหลังทั้งหมดแข็งแรงมีภูมิต้านทานความเย็นที่จะจู่โจม

 

ท่าที่ 6

นั่งในท่าเดิม
- ค่อยๆเคลื่อนแขนมาที่หน้าท้อง สองมือประสานใต้สะดือ
- เริ่มเดินลมปราณจากจุดตันเถียนกลาง แล่นสู่อวัยวะเพศ

                    หยุดนิ่งสักอึดใจ เริ่มเดินลมปราณกลับสู่จุดเดิม พร้อมกับออกแรงดึงมือที่ประสานกันอยู่ โดยมิให้หลุดออกจากกัน แล้วนิ่งสักอึดใจหนึ่ง ค่อยๆผ่นคลายอย่างช้าๆ

ท่านี้ ทำ 12 ครั้งหากเป็นชายสามารถควบคุมอารมณ์เพศได้ อย่างฉับพลันป้องกันการกระทำทางเพศชั่ววูบได้   หากเป็นหญิงจะไม่มีโรคอันเกิดจากบริเวณช่องคลอด มดลูก รังไข่ และทางเดินปัสสาวะรักษาครรภ์ด้วย
     

 

ท่าที่ 7

นั่งท่าเดิมไม่ไหวติง
- ค่อยๆเคลื่อนมือไปที่ข้างลำตัว หัวแม่มืออยู่ในอุ้งมือ ปลายนิ้วทั้ง 4 อยู่ด้านหน้า เหยียดตรง
- เริ่มหายใจแผ่วๆ ช้าๆ กดมือลงแนบพื้น ให้แขนออกแรงมากกว่าแรงกดของมือ ทำท่าว่าจะยกลำตัวท่อนบนขึ้นจากพื้น แต่เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น
            เพื่อให้ลมปราณเดินไปตามบริเวณหน้าอก อึดใจสักครู่ ก็ค่อยๆผ่อนคลายแรงทั้งหมด พร้อมทั้งหายใจออกช้าๆ จิตไปอยู่ที่เดิม หยุดพักสักอึดใจ เริ่มต้นใหม่ 12 ครั้ง
             การกำหนดให้พลังชีวิตแล้นไปพร้อมกับโลหิต หยุดนิ่งบริเวณหน้าอก ก็เพื่อให้โอกาสอ๊อกซิเจนทำงานในบริเวณนี้นานกว่าธรรมดา

ท่านี้ทำให้ไม่มีความอึดอัดหลงเหลืออยู่
ป้องกันโรคบริเวณทรวงอกปอดและหัวใจ
    

 

ท่าที่ 8

- นั่งนิ่งๆ ในท่าเดิม หายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆเคลื่อนแขนข้างหน้าแนบมือทั้งสองลงบนฝ่ามือ ปลายนิ้วชิดกัน ค่อยๆ หายใจออก
- เริ่มเดินลมปราณ พร้อมทั้งออกแรงที่แขน เพื่อให้ฝ่ามือกดฝ่าเท้าได้แนบสนิท ลมปราณเดินจากตันเถียนกลาง แล่นผ่านหัวเหน่า แล้วเวียนกลับสู่ที่เดิม หยุดพักหนึ่งอึดใจ
- ขั้นที่สาม เริ่มจากจุดเดิม ตันเถียนกลาง ชายเลี้ยวซ้ายลงเอว หญิงเลี้ยวขาวลงเอว วนรอบเอวหนึ่งรอบ กลับสู่จุดเดิม หยุดพักอึดใจหนึ่ง เริ่มต้นใหม่ ให้ได้ 9 ครั้ง
*** ผู้หญิง ให้วบขวาทุกกรณี ห้ามย้อนศรเป็นอันขาด
ท่านี้ จะทำให้ท้องแข็งแรง ถูกชกไม่เจ็บหัวเข่าใช้งานได้ดี
    

 

ท่าที่ 9

นั่งในท่าเดิม
- ค่อยๆ  ยกแขนขึ้น มือจับบ่าไว้
- เริ่มออกแรงบีบบ่า พร้อมกับเดินลมปราณจากจุด ตันเถียนกลาง ไปสู่บริเวณหลังและไหล่ที่มือบีบอยู่ สักอึดใจหนึ่ง ก็ผ่อนคลายเอาแขนลงได้
- เหยียดขาไปด้านหน้า หยุดพักสักครู่

ท่านี้ทำให้บริเวณไหล่ไม่ปวดเมื่อย ไม่เคล็ดขัดยอก
ไม่มีสิ่งตกค้างที่จะทำให้เกิดปัญหาในภายหน้า

 

ท่าที่ 10

- คุกเข่า นั่งบนหลังเท้าที่แนบกับพื้น
- ค่อยๆ ยกแขนขึ้น มือจับราวนม
- เดินลมปราณจากจุดเดิมให้ไปบริเวณราวนม
- จินตนาการให้พลังชีวิตนำโลหิตเข้าสู่นมทั้งสองข้าง อย่างหนาแน่น
                 อึดใจสักครู่ แล้วจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย ปล่อยจิตกลับสู่ที่ ตุนเถียนกลาง ทำดังนี้ 9 ครั้ง

ท่านี้ป้องกันโรคมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นกันมากในเวลานี้

 

ท่าที่ 11

- คุกเข่าในท่านั่ง
- มือทั้งสองข้างเคลื่อนไปวางไว้ที่หัวเข่า
- เริ่มหงายหลังให้ศีรษะแหงนตามจนต่ำสุดเท่าที่ทำได้
- เดินลมปราณจากจุด ตันเถียนกลาง ผ่านสะดือ แล่นสู่หัวใจ แล่นต่อถึงลูกกระเดือก
                      แล้วสงบนิ่ง สักอึดใจหนึ่ง จึงค่อยๆผ่อนคลาย ตั้งตัวตรง จิตจับอยู่จุดเดิม ทำเช่นนี้ 9 ครั้ง

ท่านี้เป็นประโยชน์มากสำหรับ ผู้ที่เจ็บคอบ่อยๆ
เป็นการป้องกันโรคที่เกิดกับคอ
   

 

ท่าที่ 12

- นั่งในท่าสมาธิเพชร
- สองมือประกบกัน ถู 72 ครั้ง จนร้อนจัด
- เคลื่อนแขนมาแนบหลัง ยกชายเสื้อขึ้น สองมือแนบบั้นเอว
- หมุนมือ จากซ้ายไปขวา ถูจากบั้นเอวลงสู่ก้นกบ จากก้นกบสู่บั้นเอว 72 ครั้ง
             แล้วเปลี่ยนหมุนมือจากขวาไปซ้ายถูอีก 72 ครั้ง

จบกระบวนท่า

ท่านี้ทำให้บริเวณบั้นเอวถึงก้นกบไม่เย็นไม่เป็นโรคขัดหนัก
ฝึกทุกวันทำให้เส้นเอ็นบริเวณนี้แข็งแรงลุกเดินเหินคล่อง