ท้าทายเหรอ...?
ท้ายทายแล้วจะกล้าสู้หรือเปล่า...?
สู้ไปนาน ๆ เหนื่อยแล้วจะถอยหรือเปล่า...?
เมื่อเจออุปสรรค เจอ "โลกธรรม" แล้วจะง่อนแง่นคลอนแคลนหรือเปล่า...?
ทุกสิ่ง ทุกอย่างในคำถาม ถ้าใช้หัวคิดแล้วตอบ ก็ต้องตอบได้เลยว่า "ทุกคนจะต้องถอย...!!!"
แต่คนที่ยอมรับ "ความโง่" จะดีอยู่อย่างคือ "ไม่คิด" เลิกใช้หัวสมอง เลิกวุ่นวายกับความคิด
มี "หน้าที่" ทำก็ทำไป มีหน้าที่ "เสียสละ" ก็เสียสละไป
คนโง่นั้นจะไม่มัวมานั่งบวก ลบ คูณ หาร เฮ้ยว่า วันนี้ชั้นทำไปอะไรไปบ้าง "คุ้ม" ไหมที่ทำ
เพราะคนฉลาดคิดนั้นก็มักจะติดอยู่กับคำว่า "คุ้ม" หรือ "ไม่คุ้ม"
เมื่อลงทุน ลงแรงไปแล้ว ไหนล่ะ "ผลประโยชน์" ของฉัน
คนฉลาดนี้เชื่อวิทยาศาสตร์แบบงมงายด้วยนะ คือ ว่าถ้าลงทุนแล้วต้องได้ "ผลตอบแทน"
แต่คนโง่ไม่คิดอะไรมากมายอย่างนั้นหรอก
ให้เขาทำ เขาก็ทำ ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ก็ตั้งหน้า ตั้งตาทำ
เขาเชื่อใจตนเองมากกว่าเชื่อ "ขี้ปาก" คนอื่น
คนฉลาดนี่เขายังชอบ "แคร์" สังคมด้วยนะ
แคร์สังคมมากกว่าหัวใจของตนเอง...
ตั้งตา ตั้งหน้าให้ตรง แล้วมุ่งตรงไปที่ "ความดี"
ความเสียสละนั้นจะทำให้เรามี "แรง" มี "พลัง" ในการทำความดี
ความคิดทำให้เราท้อแท้
การเสียสละนั้นทำให้เรามี "กำลัง..."
เมื่อทำไป ทำไป แล้วเราค่อย ๆ เก็บ เกี่ยว สกัด "พลัง" ที่ได้ออกมานั้น
เพราะว่าการกระ "ธรรม" ทั้งหลาย เป็น "สิ่งที่รู้ได้เฉพาะตัว..."
(ที่มาจากบันทึก แบ่งปันและหมุนเกลียวความรู้จาก...บันทึกเปิดใจฯ)
คนเราโดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดนั้นมักติดอยู่กับ "ความคิด" จะทำอะไรก็ต้องคิดแล้ว คิดอีก คิดโน่น คิดนี่ การติดอยู่กับความคิดแบบนี้เขาเรียกว่า "เสียเวลาทำ..."
ไม่ได้ทำอะไรซักที มัวแต่นั่งคิดอยู่นั่นเอง
แต่ก็โทษเขาทั้งหมดไม่ได้ เพราะคนในปัจจุบันมีแต่ "คนหลอกลวง"
พระพุทธองค์ท่านถึงทรงตรัสไว้ว่า "กัลยาณมิตร" เป็นที่พึ่งอันประเสริฐ
คนในสังคมสมัยนี้หา "มิตรแท้" ยาก คนในสังคมนี้จึงต้องเกลื่อนกล่นด้วย "มิตรปลอม"
เมื่อเจอมิตรปลอม ความผิดหวัง ความเสียใจ จึงต้องคอยตามมาหลอก มาหลอนให้คิดมาก
ดังนั้น เรา "ปุถุชน" ทั้งหลาย จึงต้องขวนขวายหา "กัลยาณมิตร"
กัลยาณมิตรที่เที่ยงแท้ คือ บุคคลที่ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่การเป็น "ปุถุชน"
คนที่ไม่ยอมแพ้และแพ้ตนเองก้าวขึ้นถึงขั้น "อริยะบุคคล" แล้วนั้น คือ "กัลยาณมิตร" ที่เราควรมีไว้เป็นที่พึ่ง ที่พิง
การแนะนำอันใดที่มาจากหัวใจที่ไร้ซึ่ง "ผลประโยชน์" นั้นขอให้ตั้งใจกระทำให้มั่นคง ตรงที่
เมื่อใดได้ความรู้ ความคิดในสิ่งดี ก็ขอให้แน่วแน่ที่จะ "กระทำ..."

นิยามของคำว่า "โง่" ของคนเราต่างกันไปตามความโง่ของแต่ละคน
โอ้.....การก้าวข้ามผ่านความคิด
มันยากนะเจ้าค่ะ...........
กว่าจะผ่านมันได้ มันบีบคั้น จนแทบน้ำตาร่วง
น้ำตา อาบแก้ม เป็นทาง
เพราะความคิดมันชอบโจมตี ตรงจุดอ่อน
ใส่เสื้อแบบนี้แล้วไม่สวยนะ
มัดผมแบบนี้ แล้ว เส้นมันจะหักนะ เดี๋ยวผมก็ร่วงหรอก
อุ๊ย อาบน้ำวันละครั้ง จะสะอาดเหรอ เดี๋ยวสิวก็ขึ้น
กินข้าววันละ มื้อ โอ๊ย หน้ามือ ตาย แน่ ๆ
ล้างจานเหรอ อุ๊ย เดี๋ยวเล็บหัก น้ำยาล้างจานกัดมือ
สารพัดความคิดชั่ว ๆ
แต่ถ้ามีความตั้งใจและอดทน มากพอ
อาจหาญที่จะก้าวผ่านความคิดเหล่านี้
ทำให้ คนโง่ ยอมลงมือทำ ๆ ๆ ๆ ๆ ทำธรรม
อย่างไม่คิดชีวิต จะบีบคั้นก็ช่างมัน
จะตายก็ช่างมัน
เพราะมันดี เราจึงต้องทำ
ถึงจะได้สะสมแต้มบวกกันไป
หากเชื่อมั่นและ ศรัทธา อดทน และตั้งใจ
อย่างถึงพร้อม ก็จะก้าวข้ามความคิดได้
หากสิ่งเหล่านี้กระพร่อง กระแพร่ง ก็อาจจะคลอนแคลนได้ง่ายเจ้าค่ะ
มันยากแล้วจะไม่ก้าวรึ...?
ตอนก้าวมันไม่ยากหรอก แต่มันยากตอนที่ "คิด" ว่าจะก้าวหรือไม่ก้าว...!!!
เอาน่า ก้าวไปเถอะ ก้าวไปก่อนแล้วค่อยมาดูกันว่ามันยากไหม
มันก็เหมือนกับตอน "ล้วงคอห่าน" นั่นแหละ ลองดูน่า....
อย่าลืมคอนเซ็ป "โง่ไว้ก่อน"
ถ้าฉลาดก็คิดมากอย่างนี้แหละ
โง่ไว้ก่อน ทำไปก่อน
ถ้ามันต้องตายเพราะการประพฤติ ปฏิบัติ ก็ให้มันตายไป...
เสียดายชีวิต เสียดายร่างกาย เวลา "ตาย" ก็ต้องทิ้งมันไปอยู่ดี
ไม่ทำแล้วตายไหม "ตาย"
ทำแล้วตายไหม "ตาย
เอ้า ตาย ตาย ตาย
ทำก็ตาย ไม่ทำก็ตาย
ทำแล้วตายก็จะได้รู้ว่าตาย
ทำแล้วไม่ตายก็จะได้รู้ว่าไม่ตาย
จะเป็นหรือจะตายก็อย่าให้เสียชาติที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วพบพระพุทธศาสนานะ...
"ศรัทธาบารมี" เป็นสิ่งที่ต้องสร้าง ให้เกิด ให้มี
จงก้าวมั่นตามทางที่ศรัทธา
ศีล สมาธิ และปัญญา จะเดินคู่ความศรัทธาถึงปลายทาง...
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
หนูจะพยายามก้าวย่าง อย่างระมัดระวัง
ที่ผ่านมา เจ็บไหม ยอมรับว่าเจ็บ
ทุกข์ไหม ก็ยอมรับว่า ทุกข์
แต่เมื่อยอมแล้ว
ยอมสู้แล้ว ตั้งใจแล้ว
ล้ม ก็ล้ม เจ็บก็เจ็บ
คราหลังจะได้ระมัดระวังใหม่
อย่างเก่งก็แค่ ตาย
อย่างที่ท่านสูญญตาแนะนำ ทำก็ตาย
ไม่ทำก็ตาย แล้วจะกลัวมันทำไม หนูจะจำไว้เจ้าค่ะ