ผมเคยเขียนถึงเรื่องแผนพัฒนาจิตของ มสส. ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ไว้หลายครั้ง รวมที่ผู้อื่นก็ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ใน G2K ด้วย อ่านได้ที่ ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘
วันที่ ๑๗ ก.ย. ๕๒ มีการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศ ของแผนพัฒนาจิต ที่ทำให้ทุกคนสรุปได้ว่า ทีม มสส. เดินมาถูกทางแล้ว ได้ค้นพบวิธีการพัฒนาจิตที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันของคนทั่วๆ ไป คือใช้ KM เป็นเครื่องมือ ดึงเอาความรู้จากการปฏิบัติและได้ผลพัฒนาจิตวิญญาณ ตีความออกมาเป็นความรู้แจ้งชัด เพื่อยืนยันความสำเร็จในการยกระดับจิตใจของผู้ปฏิบัติเหล่านั้น ให้ผู้ปฏิบัติเห็นคุณค่า
ปฏิบัติการพัฒนาจิต เกิดได้จากการทำงานหลายแบบ ได้แก่ ทำงานในสถานการณ์ยากลำบาก ทำงานพัฒนาคุณภาพ ทำงานในชุมชน ช่วยเหลือผู้ยากลำบาก หรือผู้ใกล้ตาย ซึ่งก็คือทำงานที่ตนเองและคนรอบข้างถือว่าเป็นงานที่มีคุณค่านั่นเอง
ย้ำว่าการพัฒนาจิตวิญญาณต้องลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ใช่รอให้มีคนมาสอน
การทำงาน หรือใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ทำอย่างมุ่งมั่น คือก้าวแรกของการพัฒนาจิตวิญญาณในชีวิตปรกติประจำวัน ของคนทั่วไป
การมี “เพื่อนร่วมทาง” หรือมีชุมชน มีความอบอุ่นให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเดินทางเพื่อยกระดับจิตวิญญาณ
การที่มีคนมาช่วยตีความปรากฏการณ์ทางจิตใจที่เกิดขึ้น ช่วยแนะนำการประคับประคองจิต ในระหว่างการปฏิบัติงาน ก็มีความสำคัญ
สภาพแวดล้อมที่งดงาม เป็นธรรมชาติ สงบ ก็ช่วย
การมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว ก็ช่วยให้จิตสงบ ปฏิบัติงาน และยกระดับจิตใจได้ง่าย การฝึกฝนภาวนาจึงมีความสำคัญด้วย
รวมแล้ว ต้องทำหลายๆ อย่าง เพื่อช่วยยกระดับจิตวิญญาณของตนเอง และของเพื่อนร่วมงาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ให้ใช้ตัวกระบวนการทำงานนั้นเอง ช่วยการเพ่งด้านใน ทำความรู้จักจิตใจของตนเอง ฝึกฝนจิตใจของตนเอง ให้เดินไปสู่สภาพที่ตัวตนเบาบางลงเรื่อยๆ
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ย. ๕๒
สาธุครับ ท่านอาจารย์