ทีม มสส. เดินมาถูกทางแล้ว ได้ค้นพบวิธีการพัฒนาจิตที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันของคนทั่วๆ ไป คือใช้ KM เป็นเครื่องมือ ดึงเอาความรู้จากการปฏิบัติและได้ผลพัฒนาจิตวิญญาณ ตีความออกมาเป็นความรู้แจ้งชัด เพื่อยืนยันความสำเร็จในการยกระดับจิตใจของผู้ปฏิบัติเหล่านั้น ให้ผู้ปฏิบัติเห็นคุณค่า


          ผมเคยเขียนถึงเรื่องแผนพัฒนาจิตของ มสส. ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ไว้หลายครั้ง  รวมที่ผู้อื่นก็ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ใน G2K ด้วย   อ่านได้ที่ , , , , , , ,    
 

          วันที่ ๑๗ ก.ย. ๕๒ มีการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศ ของแผนพัฒนาจิต   ที่ทำให้ทุกคนสรุปได้ว่า ทีม มสส. เดินมาถูกทางแล้ว    ได้ค้นพบวิธีการพัฒนาจิตที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันของคนทั่วๆ ไป   คือใช้ KM เป็นเครื่องมือ  ดึงเอาความรู้จากการปฏิบัติและได้ผลพัฒนาจิตวิญญาณ ตีความออกมาเป็นความรู้แจ้งชัด   เพื่อยืนยันความสำเร็จในการยกระดับจิตใจของผู้ปฏิบัติเหล่านั้น   ให้ผู้ปฏิบัติเห็นคุณค่า

 

          ปฏิบัติการพัฒนาจิต เกิดได้จากการทำงานหลายแบบ   ได้แก่ ทำงานในสถานการณ์ยากลำบาก  ทำงานพัฒนาคุณภาพ  ทำงานในชุมชน  ช่วยเหลือผู้ยากลำบาก หรือผู้ใกล้ตาย   ซึ่งก็คือทำงานที่ตนเองและคนรอบข้างถือว่าเป็นงานที่มีคุณค่านั่นเอง

 

          ย้ำว่าการพัฒนาจิตวิญญาณต้องลงมือทำด้วยตนเอง   ไม่ใช่รอให้มีคนมาสอน

 

          การทำงาน หรือใช้ชีวิตที่มีคุณค่า    ทำอย่างมุ่งมั่น คือก้าวแรกของการพัฒนาจิตวิญญาณในชีวิตปรกติประจำวัน    ของคนทั่วไป

 

          การมี “เพื่อนร่วมทาง” หรือมีชุมชน   มีความอบอุ่นให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเดินทางเพื่อยกระดับจิตวิญญาณ 

 

          การที่มีคนมาช่วยตีความปรากฏการณ์ทางจิตใจที่เกิดขึ้น   ช่วยแนะนำการประคับประคองจิต ในระหว่างการปฏิบัติงาน ก็มีความสำคัญ

 

          สภาพแวดล้อมที่งดงาม เป็นธรรมชาติ สงบ ก็ช่วย

          การมีสติอยู่กับเนื้อกับตัว ก็ช่วยให้จิตสงบ   ปฏิบัติงาน และยกระดับจิตใจได้ง่าย   การฝึกฝนภาวนาจึงมีความสำคัญด้วย

          รวมแล้ว ต้องทำหลายๆ อย่าง เพื่อช่วยยกระดับจิตวิญญาณของตนเอง และของเพื่อนร่วมงาน    แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ให้ใช้ตัวกระบวนการทำงานนั้นเอง ช่วยการเพ่งด้านใน ทำความรู้จักจิตใจของตนเอง ฝึกฝนจิตใจของตนเอง   ให้เดินไปสู่สภาพที่ตัวตนเบาบางลงเรื่อยๆ

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ย. ๕๒