โครงการนี้มุ่งหมายเพื่อเปิดรับเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้บริหารและครูที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน เพื่อสรรค์สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแบบอย่างให้นำเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิตประจำวัน

 

 

 

 

โครงการประกวดเรื่องเล่า “บทเรียนความสำเร็จในการใช้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อจัดการการเรียนรู้” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กระทรวงศึกษาธิการ และ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เปิดตัว เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552 ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

 

    โครงการนี้มุ่งหมายเพื่อ..

    -- จุดประกาย และสร้างความต่อเนื่องในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา

    -- เปิดรับเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้บริหารและครูที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน เพื่อสรรค์สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแบบอย่างให้นำเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิตประจำวัน



โครงการจะเปิดรับผลงานจากโรงเรียนที่ได้รับป้ายสถานศึกษาพอเพียงปี 2550 จำนวน 135 โรงเรียน และโรงเรียนในเครือข่ายมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์
 

    รางวัลแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

    -- ผู้บริหารสถานศึกษา

    -- ครู

   ผู้ผ่านการคัดกรองเป็นแบบปฏิบัติที่ดีเลิศจะได้รับเข็มทองผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และเกียรติบัตรผลงานที่เป็นแบบปฏิบัติที่ดีเลิศ

  ส่วนสถานศึกษาจะได้รับโล่รางวัลในนามของโรงเรียน สำหรับเรื่องราวที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้น 40 ชิ้นจะได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไป

 

ในงานนี้มีผู้บริหารและครูจากโรงเรียนทั้งในและนอกเครือข่ายเข้าร่วมงานเกือบ 60 คน จาก 17 โรงเรียน ภายในงานมีนิทรรศการย่อย นำเสนอความคิดเห็นในที่ประชุมของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของ “โครงการเสริมศักยภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา” ของมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และทรรศนะต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสิ้น 16 ท่าน

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานว่า บทบาทของมูลนิธิที่เป็นผู้จุดประกาย และความคาดหวังของโครงการที่เน้นการพัฒนาตนเอง สร้างเครือข่าย และได้องค์ความรู้ “มูลนิธิมีบทบาทหาครูและผู้บริหารคนเก่งจำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติกันอยู่ แต่เรามองไม่เห็น เพื่อส่งเสริมให้ท่านผู้บริหารบอกเล่าเรื่องราวของท่านว่ามีวิธีการใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างไร ขณะเดียวกันคุณครูมีการใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการออกแบบการเรียนการสอนแล้วมีผลให้เด็กนักเรียน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือทำให้นักเรียนมีวิธีคิด วิธีปฎิบัติแบบพอเพียงอย่างไร เมื่อมูลนิธิได้เรื่องราวแล้วก็จะนำส่งโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียงและกระทรวงศึกษาธิการ

โครงการนี้จะจัดระยะยาวต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสำเร็จอย่างแท้จริง นอกจากโครงการนี้จะเป็นเวทีหนึ่งให้ท่านผู้บริหารและครูได้แสดงผลงาน และสำหรับคนทำงาน แม้ว่าท่านจะทำเก่งแล้ว แต่เราอยากเห็นท่านเก่งและยอดเยี่ยมขึ้นอีก กระบวนการคัดสรรเป็นกระบวนการสร้างเครือข่าย

เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนได้เรียนรู้จากเพื่อนจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อเอาไปปรับใช้และพัฒนาต่อ เก่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง หวังว่าท่านจะได้ทั้งกัลยาณมิตร เครือข่ายคนทำงาน และได้องค์ความรู้นำไปพัฒนาตนพัฒนางานของท่าน”

ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ หัวหน้าโครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ และรางวัลที่ผู้ส่งผลงานจะได้รับ “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักยึด หลักคิด หลักปฎิบัติในการตัดสินใจ ทำอย่างไรจึงจะให้เป็นนิสัย พฤติกรรม เป็นค่านิยมของเยาวชนไทย สิ่งนี้เป็นเป้าหมายสุดท้ายที่ภาคการศึกษากำลังทำอยู่ เช่น นักเรียนควรจะใช้เงินที่ได้มาอย่างไรให้ไม่เสี่ยง ก็ด้วยการออม ความเป็นเหตุเป็นผล อะไรควรซื้อ ไม่ควรซื้อ อะไรพอเหมาะพอดีกับแต่ละวัน แต่ละช่วงอายุ เด็กต้องมีหลักคิด ไม่เฉพาะเรื่องเงินทองเท่านั้น รวมไปถึงการคบเพื่อน เป็นต้น เราต้องมีความรู้ความเข้าใจ รอบคอบ มีคุณธรรมในการใช้ชีวิต คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เราจะมีส่วนร่วมอย่างไรในการแก้ปัญหาโลกร้อน เพื่อมีสภาพแวดล้อม โลกที่น่าอยู่น่าสวยงาม สำหรับตัวเราเองและลูกหลาน การคิดถึงความเป็นไทย ทำอย่างไรให้เขาคิดอย่างถูกต้อง เหมาะสม ดีงาม จึงต้องเอาหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข เข้าโรงเรียน

จากงานวิจัยชัดเจนว่าต้องเป็นวัฒนธรรมองค์กร ทั้งระบบ ไม่เฉพาะหลักสูตรเท่านั้น หลักสูตรปี ’51 เป็นหลักสูตรที่ดีมาก เป็นหลักสูตรแบบองค์รวม ที่กำหนดว่าเด็กที่จะจบแต่ละช่วงชั้น ต้องมี..

คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง ครูก็เริ่มตระหนก โครงการนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อหาตัวอย่างที่หลากหลาย การที่เราเปิดโอกาสให้เฉพาะ 139 แห่ง เพราะเชื่อว่าโรงเรียนที่ผ่านการประเมินเป็นสถานศึกษาพอเพียงจากกระทรวงศึกษาธิการมาแล้ว เราเชื่อว่าไม่ได้เริ่มจาก 0 เขาต้องมีการทำงานกันมานานแล้ว เป็นเรื่องเล่าที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษาทำไปแล้ว สอนไปแล้ว เกิดผลจริง...
คือประกายตาเด็กที่วิบวับ มีความสุข

ถ้าปีนี้ประสบความสำเร็จ ปีหน้าเราก็จะทำงานด้วยกันอีก เป็นการขยายผล และจะเผยแพร่ออกไปอย่างเป็นขั้นตอน จะมีประกาศนียบัตรสำหรับทุกคนที่ส่งมา และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกทุกชิ้นที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองเบื้องต้นจะได้รับเข็มและได้รับการจัดพิมพ์เผยแพร่ทั้งหมด สำหรับปีหน้าจะขยายโครงการไปสู่สถานศึกษาที่ผ่านการประเมินปีนี้ เป็นการกระตุ้นโรงเรียนที่ตั้งใจทำความดี ให้พัฒนาตัวเองไปด้วย”

นายศัจธร วัฒนะมงคล ผู้อำนวยการสำนักกิจการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคาดหวังว่าโครงการนี้จะเป็นการสนับสนุนนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ “เราได้โรงเรียนแกนนำใน 135 แห่งที่มาด้วยใจ มีรางวัลเพียงป้ายสถานศึกษาพอเพียง โครงการนี้เข้ามาต่อยอด เปิดโอกาสให้โรงเรียนเหล่านี้ที่ขับเคลื่อนอยู่แล้วได้เล่าเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง หวังว่าโครงการนี้จะสร้างเครื่องมือการเรียนรู้ เหมือน tutor channel ให้สถานศึกษาที่สนใจแต่เดินไม่เป็น ไม่รู้กระบวนการทำ หรือยังตัดสินใจไม่ถูก มาร่วมทางเดียวกับเราได้ หวังว่าท่าน ผอ.โรงเรียนน่าจะเปิดโอกาสให้ครูหลายคน หลายวิชาที่นำเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไปใช้ปฎิบัติแล้วเข้ามาร่วมโครงการนี้ เพื่อให้ผู้อื่นเห็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า และเป็นต้นแบบหลากหลายในการถ่ายทอดให้โรงเรียนต่างๆ เพื่อให้ครูท่านอื่นๆ ได้ประยุกต์ใช้ และเห็นว่าได้ผลอย่างไร จะเป็นการช่วยเด็กๆ ของเราให้ได้ประโยชน์มากขึ้น เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เนื้อหาที่ส่งมาคงมีคุณภาพมาก”

คุณสุกัญญา งามบรรจง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวถึงความคาดหวังที่โครงการนี้จะเป็นกลไกนำไปสู่การพัฒนาภาคการศึกษาและสังคม “สพฐ.กำหนดไว้ในหลักสูตรที่โรงเรียนที่ต้องน้อมนำหลักปรัชญาใช้ในการเรียนการสอน เป็นรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และในหน่วยการเรียนรู้ เชื่อว่าการเขียนเรื่องเล่าภายใน 7 หน้านี้ยาก เพราะโรงเรียนทำมาก แต่ไม่น่ายากที่จะเล่าให้ใครฟังถึงความสำเร็จว่าเมื่อนำหลักปรัชญานี้ไปใช้แล้วจะมีความสุขในการดำเนินชีวิตที่แท้จริง และโรงเรียนน่าจะยินดีที่จะถ่ายทอด เชื่อว่าโครงการนี้น่าจะอยากมีคนอยากเข้าร่วมมากกว่า 139 โรงเรียน เพราะจะได้รับโอกาสการเรียนรู้ความสำเร็จซึ่งกันและกัน ทั้งเรียนรู้ความแตกต่างในบริบท และการประยุกต์ใช้ของแต่ละโรงเรียน มีความคาดหวังว่าทุกโรงเรียนจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และความร่วมมือกันเป็นเครือข่าย

การที่โครงการนี้เปิดโอกาสให้ทั้งผู้บริหารและครูเขียนเล่าความสำเร็จ หวังว่าจะเป็นการช่วยให้โรงเรียนได้ทำงานร่วมกัน...

   ผู้บริหารจะได้ใกล้ชิดทีมงานและร่วมกันพัฒนางาน เป้าหมายสูงสุดคือนักเรียนที่จะพึ่งพาตัวเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร และการพัฒนาประเทศ ที่ต้องการให้คนเป็นคนที่มีความสุขร่วมกัน หวังว่าบทเรียนที่ได้จะมีช่องทางในการเผยแพร่ ทั้งเว็บของสพฐ และสื่ออื่นๆ ที่จะทำร่วมกันต่อไป”

ผู้บริหารและคุณครูจากโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมงาน ต่างแสดงความสนใจส่งผลงานเรื่องเล่าเข้าประกวด อาทิ นายแสน แหวนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย จ.สุรินทร์ กล่าวว่า “โรงเรียนเดินหน้าบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษามาตั้งแต่ปี 2549 โครงการนี้จึงถือเป็นการต่อยอดการขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถกระตุ้นและสร้างความต่อเนื่องให้คนทำงานได้ตกผลึกความคิดว่าการทำงานที่ผ่านมามีปัญหาอุปสรรคอะไร มีสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นอย่างไรบ้างจากการปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในเรื่องการเรียนการสอนและการดำรงชีวิตของตนเอง สะท้อนให้ผู้ทำงานเห็นด้วยตนเองว่า นักเรียน ครู โรงเรียน หรือแม้แต่ครอบครัวและชุมชนได้รับคุณประโยชน์จากความพอเพียงอย่างไร แล้วมีส่วนช่วยส่งเสริมประเทศชาติให้พัฒนาขึ้นได้อย่างไร”

 โครงการได้รับเกียรติจากคุณศุ บุญเลี้ยง นักเขียนที่มีผลงานหนังสือขายดีหลายเล่ม มาร่วมชวนคุย “เทคนิคการเขียนเรื่องเล่าให้น่าสนใจ” เพื่อให้ผู้บริหารและครูที่จะส่งผลงานได้แนวทางการเขียนเรื่องเล่าให้ สนุก น่าติดตาม ด้วยเทคนิค 7 ข้อ ผู้สนใจสามารถ download ได้ที่

 http://www.scbfoundation.com/knowledge_th.php?kid=24.

 

ดร. ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “โรงเรียนมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่เน้นด้านคุณธรรม จริยธรรม และความพอเพียง เพื่อพัฒนานักเรียนที่ดี มีคุณภาพ พร้อมที่จะพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้า ตามปรัชญาของโรงเรียน ที่มาร่วมงานในวันนี้จะมาฟังรายละเอียดของโครงการ เพราะตั้งใจจะส่งเรื่องเล่ามาเช่นกัน การส่งผลงานไม่ได้หวังรางวัลหรือสิ่งตอบแทนอะไร แต่ถ้ามีโอกาสได้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จะเป็นประโยชน์มากที่จะได้เรียนรู้การทำงานของคนอื่นเพื่อเติมเต็มและพัฒนาโรงเรียนต่อไป”

สนใจอ่านรายละเอียดโครงการประกวดเรื่องเล่าเพิ่มเติม ได้ที่ www.scbfoundation.com , www.okkid.net , www.sufficiencyeconomy.org

 ดาวน์โหลด