...ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา...อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างเปี่ยมล้นในหทัย

วันนี้ไปทำธุระที่กรุงเทพฯแต่เช้ากลับมาถึงบ่ายสองโมง

ได้ทำสิ่งหนึ่งที่เป็นธุระเสร็จไป  แต่ได้เห็นหลายๆสิ่งในสองข้างทาง

ที่สายตามองเห็นแล้วให้กระบวนการของจิตตีความออกมา 

เพื่อนำมาเรียนรู้ดูใจดวงน้อยที่ยังหนาเตอะไปด้วย

โลภบางครา โกรธบางครั้ง  หลงบางเวลา

อย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนซึ่งไม่ต้องตีความให้มากนักนั่นคือ

การอยู่ร่วมกันในสังคม สำคัญยิ่งนักที่จะต้องมีน้ำใจไมตรีกันและกัน

 เราทุกคนจึงสามารถอยู่กันได้อย่างสันติสุข

และความมีน้ำใจไมตรีนี้เป็นสภาวะที่ใครๆที่ได้ชื่อว่ามนุษย์นั้น

สามารถที่จะทำได้อย่างแน่แท้ โดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินเงินทองภายนอกก็ได้

ขอเพียงแต่แสดงออกซึ่งความเมตตากรุณาต่อผู้คนรอบข้างของเรา

โดยการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ อาทิ พาเด็กหรือ

ผู้สูงอายุข้ามถนน เป็นต้นหรือขับรถอย่างมีระเบียบวินัยตามกฎจราจร

ก็ได้ชื่อว่าป็นการแสดงน้ำใจไมตรีได้อย่างงดงาม

เพราะความมีน้ำใจไมตรีนี้นั้นไม่ได้วัดกันด้วยเงินๆๆทองๆๆ  

และจะอยู่คนละฟากฝั่งกับความเห็นแก่ตัว

เพราะคนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อนเป็นอันดับแรก

แต่บางครั้งคราวคนเห็นแก่ตัวอาจจะเสแสร้งแกล้งมีน้ำใจไมตรีต่อคนอื่น 

เพื่อหวังผลในอนาคตหรือทำเอาหน้า  ซึ่งในสังคมปัจจุบันคนจำพวกนี้มีเยอะมากทุกวงการเลยก็ไม่น่าจะพูดเกินไป

หรือถ้าจะพูดให้ไพเราะก็คงเรียกว่า..จอมโจรในคราบนักบุญ..ก็สมควร

คนมีน้ำใจไมตรีนั้น  หากเห็นคนอื่นได้ดีกว่า

จะมีมุทิตาพลอยยินดีด้วยอย่างน้ำใสใจจริง  

และจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจไมตรีที่บริสุทธิ์จึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่วไป และ เป็นคนมีคุณและค่าต่อสังคม นั้นๆอย่างแท้จริง  ..และสิ่งที่ทุกคนพึงตระหนักใส่ไว้ในใจเสมอคือ

...ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา...อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างเปี่ยมล้นในหทัย

ธรรมะสวัสดีขอรับ