"ที่หมอทำอยู่ก็เป็นปัญญารูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการทำงาน...พัฒนางานเพื่อความอยู่รอด....แต่ว่าที่ว่า คนไม่สำคัญเกิดเรียกร้องสิทธิ ...คุณหมอก็โกรธ....อันนี้น่าจะเป็นความยึดมั่นถือมั่นในความคิดหรือหลักการของเรามากไป..ทำให้เวลาที่เกิดอะไรที่ไม่เป็นไปตามที่เราคิด...ทำให้เราไม่สบายใจและแสดงออกไปอย่างนั้น"

ระหว่างช่วงเช้าวันที่ 2 ของการอบรม ผมได้มีโอกาสนั่งสนทนาธรรมกับท่านไพศาลในช่วงเช้าครับ......ผมรู้สึกว่าเรื่องที่หนักอกหนักใจผมมานานได้ถูกทำให้กระจ่างใจได้ในช่วงเวลาเพียง 20 นาที

ผม "เวลาผมไปตรวจคนไข้ตอนเช้ารู้สึกเครียด...บางครั้งมีความรู้สึกอึดอัดก่อนเริ่มงาน โดยเฉพาะเวลามีคนไข้เยอะๆ...ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นเกิดจากอะไร? แต่มันทำให้ไม่แจ่งใสเวลาตรวจคนไข้และบางครั้งหงุดหงิดง่าย"

"ส่วนตัวผมคิดว่าอาจเกิดจากความคาดหวังว่า..จะตรวจคนไข้ให้ได้หมด และ ได้คุณภาพดีตามสมควร....พอใกล้เที่ยงก็เริ่มหงุดหงิด รู้สึกว่าจะไม่ทัน...ถ้าคนไข้มาใกล้เที่ยงก็จะหงุดหงิดมาก ทำไมคนอื่นมารอได้..คุณทำไมมาตอนจะเลิก"

"ผมเลยใช้วิธีเอาตัวรอดโดยการจัดแบ่งคนไข้เป็น 2 ประเภท คือ สำคัญ กับ ไม่สำคัญ"

ใครที่ผมเห็นว่าสำคัญก็จะให้เวลามากหน่อย ใช้ได้ดีครับ...คนไข้เป็นร้อยก็ตรวจเสร็จภายในเวลาเที่ยง..โดยที่ก็ไม่ได้ผ่านเร็วๆ ทั้งหมด ยังมีคนที่เราตรวจละเอียดและพูดคุยตามความจำเป็น/เวลาจะอำนวย-นัดคนที่คิดว่าสำคัญและต้องดูต่อเนื่อง...case ผิดพลาดทางการแพทย์น้อยลง

จนมาวันหนึ่ง เกิดมีคนไข้รายหนึ่งประท้วงครับ!

ผมกำลังคุยกับคนไข้ที่ทุกข์มากเรื่องลูกร้องไห้ตลอด (case นี้ผมเห็นว่าสำคัญ) ทันใดนั้น..มีคุณยายคนที่รอคิวต่อไปทนไม่ไหว..เดินเข้ามาในห้องแล้วบอกว่า

"มัวแต่ร้องไห้อยู่นั่นแหละ....คนอื่นเขารออยู่" แล้วแกก็เดินออกไป!

ผมกับคุณป้าคนนั้น(คนสำคัญ) อึ้งแล้วก็เลิกคุยผม เลยนัดกัน 1 สัปดาห์...ผมเคืองในใจ

 พอแก(คนไม่สำคัญ)เข้ามาตรวจ...ผมเลยเขียนใบสั่งยาแล้วบอกแกว่า "ความดันปกติ...เสร็จแล้วครับ" แกทำหน้างง ๆ แล้วก็เดินออกห้องตรวจไป

ในใจผมคิดว่า "เมื่อความทุกข์ของตัวเองใหญ่...ความทุกข์ของคนอื่นมันก็ดูเล็กน้อยน่ารำคาญไปหมด"

ถึงตอนนี้ท่านไพศาลบอกกับผมว่า "ที่หมอทำอยู่ก็เป็นปัญญารูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการทำงาน...พัฒนางานเพื่อความอยู่รอด....แต่ว่าที่ว่า คนไม่สำคัญเกิดเรียกร้องสิทธิ ...คุณหมอก็โกรธ....อันนี้น่าจะเป็น ความยึดมั่นถือมั่นในความคิดหรือหลักการของเรามากไป..ทำให้เวลาที่เกิดอะไรที่ไม่เป็นไปตามที่เราคิด...ทำให้เราไม่สบายใจและแสดงออกไปอย่างนั้น"

ผม" แล้วจะแก้ไขอย่างไรดีครับ?"

ท่านไพศาล " แค่หมอเห็นมันบ่อย ๆ...แล้วพิจารณามันตามจริง...เดี๋ยวก็จะค่อยดีขึ้นเอง"

ผมถึงบางอ้อครับคิดในใจ "สติสำคัญอย่างนี้นี่เอง...นี่เรายึดมั่นถือมั่นมากเกินไป...มองให้ดี คนทุกคนสำคัญเท่าเทียมกัน"

ความสำคัญ...ที่แท้มันคือสิ่งที่เราให้คุณค่าไปเอง คุณค่าของผู้คน..มันคงไม่ได้วัดกันด้วยว่าใครทุกข์มากกว่ากัน...ทุกข์ของทุกคนเป็นปัจเจก...ไม่มีมาตราวัดใดจะสามารถเทียบกันได้ ยกตัวอย่าง คุณป้าที่ทุกข์เรื่องลูก กับ คุณป้าที่มารับความดันเฉย ๆ ซึ่งจริง ๆ 2 คนนี้ร่วมทุกข์ด้วยในในห้องรอตรวจอันวุ่นวาย

ที่สำคัญ คงจะเป็นเรื่องความเข้าใจทุกข์ของตัวเองมากกว่าอย่างอื่น...ผมเริ่มเข้าใจทุกข์จากความ ยึดมั่นถือมั่นในหลักการของตัวเองมากเกินไป..ทุกข์จากกฏเกณฑ์ของตัวเอง "กับดักของใครขุดไว้คงต้องกลบมันเอง" สวัสดีครับ