ส่วนบทเรียน/ความรู้ นี้เกี่ยวข้องกับโจทย์ที่ผมถาม ดร.บัญชาไว้อย่างไรนั้น ตอนแรกคิดว่าคิดออกแล้ว ย้อนมาดู “เห่ย !!!! มาก” ขอคิดอีกตลบ แล้วจะนำมาแบ่งปันครับ

อันเนื่องมากจากการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจในศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์ ของ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่เป็นมากกว่านักวิทยาศาสตร์ ในการ

ผมได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.บัญชา รวมถึงกัลยาณมิตรใน GotoKnow (ดูรายละเอียดที่นี่ครับ) หลังจากกัลยาณมิตรเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนหนึ่งแล้ว ดร.บัญชา ได้กรุณาเขียนบันทึกตอบจดหมายผมเป็นตอนที่ ๑ (ดูรายละเอียดที่นี่ครับ)

และคาดว่าจะมีต่ออีกหลายตอน ในจดหมายนั้น ดร.บัญชา มิได้ตอบคำถามผมโดยตรง แต่ตอบผ่านแบบฝึกหัดข้อนึง ซึ่งบรรดาสมาชิกเข้าไปทำแบบฝึกหัดข้อนั้นอย่างอุ่นหนาฝาคั่งรวมทั้งผม ที่สุดแล้ว ดร.บัญชา มีคำถามให้ไปทำการบ้าน

(๑) ข้อคิดจากปัญหานี้คือ...(เติมเองตามที่เข้าใจ & รู้สึก)...

(๒) ข้อคิดข้างบนเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ดังนี้...(เติมเองตามที่เข้าใจ & คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น)...

แม้ว่าผมจะได้รับการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจในศาสตร์แห่งวิทยาศาสตร์ มาจาก ดร.บัญชา ดังที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น แต่ก่อนหน้านั้นผมกับวิทศาสตร์เป็นไม้เบื่อไม้เมามายาวนาน ตอนเรียน ม.๔ ติดศูนย์ ทั้ง เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา

จึงจนด้วยเกล้าที่จะตอบข้อ (๒) ได้ จึงขอทำการบ้านส่งโดยการตอบข้อ (๑) เพียงข้อเดียว

ส่วนว่าจะได้คะแนนเท่าใด ตกหรือผ่านก็สุดแท้แต่ ดร.บัญชา

สำหรับคำตอบต่อคำถามข้อ (๑)

ผมถามตัวเองว่า ผมได้เรียนรู้อะไรจากคำถามข้อนี้

(๑)   ผมคิดว่าคำถามแบบนี้ใช้อ่านความคิด วิธีคิด วิธีมองโลก ของผู้ตอบจากความคิดแว๊ปแรกได้ หากให้ผู้ตอบตอบทันที ผมเชื่อว่าการใช้หรือสร้างเกณฑ์ของคน ๆ หนึ่ง สัมพันธ์เชื่อมโยงกับความคิด วิธีคิด วิธีมองโลก อันเนื่องมาจากประสบการณ์ ความคุ้นเคยในชีวิต

(๒)   คิดไปคิดมายังอาจใช้อ่านและทำความเข้าใจผู้ตอบคำถามกรณีให้ใช้เวลาโดยไม่ใช้ความคิดแว๊ปแรกได้เหมือนกัน คือ อาจประเมินความสามารถทางการคิดของผู้ตอบได้

(๓)   คำตอบจากความวิดแว๊ปแรกของผม ผมเลือกรถยนต์ เนื่องจากทุกอย่างเป็นสัตว์ มาจากการสร้างของธรรมชาติ แต่เมื่อคิดต่อพบว่าคำตอบไม่ถูก... ความวิดแว๊ปแรกของผม ผมได้บทเรียนว่า ความคิดแว๊ปแรกไม่ถูกต้องเสมอไป (นั่นหมายถึงความรู้และประสบการณ์ของเราไม่อาจใช้ในบางสถานการณ์ แม้ว่าจะมั่นใจอย่างแรง)

(๔)  ในการหาความต่างจากพวก ดังเช่นโจทย์คำถามนั้น เราต้องหาเกณฑ์ที่แบ่งออกเป็นสองพวก สิ่งใดที่มีคุณสมบัติตรงกันจับไว้ด้วยกัน ส่วนใครมีสมบัติไม่เข้าพวกสิ่งนั้นคือคำตอบ

(๕)  แท้ที่จริงแล้ว มนุษย์สร้างเกณฑ์ขึ้นมามากมายในการจำแนกแยกแยะ เท่าที่ผมพิจารณาจากคำตอบในแบบฝึกหัดที่กัลยาณมิตรตอบคำถาม ดร.บัญชา ผมประมวลได้ดังนี้ครับ (มิได้เรียงลำดับตามความมากน้อย หรือสำคัญ นะครับ)

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์องค์ประกอบภาพ เช่น การเลือก ช้าง เพราะเป็นภาพที่อยู่ในกรอบ

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์การสื่อความหมาย เช่น รถยนต์ไมสื่อความหมายถึงสัตว์, หรือ B คำ/ความหมายมาจากการหยิบยืม

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์การกำเนิด (จากธรรมชาติ และจากเทคโนโลยี) เช่น การเลือกช้างเนื่องจากธรรมชาติสร้าง

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ลักษณะการเคลื่อนที่/เคลื่อนไหว เช่น โดราเอมอน สาสมารถบินได้ขณะที่สิ่งอื่นทำไม่ได้, รถยนต์ที่เคลื่อนที่ได้เพียงเดินหน้าถอยหลัง ขณะที่สิ่งอื่นเคลื่อนที่ได้รอบทิศทาง ฯลฯ

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์อากัปกริยา การกระทำ เช่น กิริยาตกใจของหนูในขณะที่อื่น ๆ ยิ้ม-หัวเราะ, ลักษณะการส่งสายตาของ D, การไม่ยิ้มของของ B ฯลฯ

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ประโยชน์การใช้งาน เช่น โดราเอมอนมีประโยชน์ที่มากว่ายานพาหนะ และเรื่องพาหนะมิใช่คุณค่าหลัก

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ Time เช่น โดราเอมอน มาจากโลกอนาคต นอกนั้นอยู่ในโลกปัจจุบัน

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ Space เช่น หนูลอยอยู่บนพื้น, รถยนต์แตะพื้น ๔ จุด

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์การดำรงอยู่ เช่น ทุกสิ่งดำรงอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ส่วน โดราเอมอนอยู่ในโลกจินตนาการ

      - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ลักษณะและวิธีการใช้งาน เช่น C ใช้งานคู่กับสิ่งอื่น

     - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์เพศ เช่น ช้างน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่มีเพศเมีย/หญิง

     - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ความสามารถ/คุณสมบัติเฉพาะตัว เช่น รถยนต์มองเห็นข้างหลังได้โดยไม่ต้องเหลียว

     - พิจารณาโดยใช้เกณฑ์จากองค์ประกอบย่อย เช่น มีขนหรือไม่ มีเครื่องแต่งกายหรือไม่

     - ฯลฯ

(๖)   คำถามข้อนี้ใช้เกณฑ์ในการแบ่งแยกสิ่งหนึ่งออกจากส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันตัวเลือกเดียวกันนี้อาจตั้งคำถามอื่นได้ เช่น ข้อใดเป็นพวกเดียวกัน ฯลฯ

(๗)  การสร้างเกณฑ์ขึ้นมาแบ่งแยก แน่นอนว่าเป็นประโยชน์ แต่หากไม่มีสติปัญญาอาจจะกลายเป็นการแบ่งแยกด้วย ไม่เป็นผลดีต่อความต้องการสมานฉันท์ในสังคม

(๘) บทเรียนข้อนี้ค่อนข้างสำคัญครับ เกือบทุกคนหาคำตอบโดยใช้เกณฑ์ซึ่งเป็นหลักการทางนามธรรม ทั้งที่สามารถหาคำตอบได้อีกแบบหนึ่งคือ จำแนกแจกแจกคุณสมบัติ/คุณลักษณะรูปธรรมของแต่ละตัวเลือก แล้วมาหาจุดร่วมจุดต่าง ซึ่งผมใช้วิธีนี้ในคราวหลังทำให้ได้คำตอบที่หลากหลายมากมาย 

(๙) ความสามารถในการคิดของคน มีพื้นฐานทางหลักการ/ทฤษฎี ยิ่งมีมาก (หากไม่ยึดติด) ก็จะยิ่งคิดได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น 

(๑๐) ส่วนบทเรียน/ความรู้ นี้เกี่ยวข้องกับโจทย์ที่ผมถาม ดร.บัญชาไว้อย่างไรนั้น ตอนแรกคิดว่าคิดออกแล้ว ย้อนมาดู “เห่ย !!!! มาก” ขอคิดอีกตลบ แล้วจะนำมาแบ่งปันครับ

ผมยังมิได้ตอบคำถามข้อ (๒) ดร.บัญชา แต่ถ้าโจทย์นี้เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ ผมว่า วิทยาศาสตร์สนุกโคตร ๆ และมีความงามจริง ๆ ครับ