นกไม่มีขนคนไม่มีความรู้ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้
สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา
                                                      พระบรรจง  อินทร์นอก
        ในโลกแห่งความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารการศึกษามากขึ้นและถือว่ามีความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ถ้าหากสถานศึกษาไม่สามารถเข้าใจระบบสารสนเทศจะทำให้คุณภาพสถานศึกษาขาดประสิทธิภาพลง รุ่ง แก้วแดง (2541: 244) กล่าวถึงความสําคัญของสถานศึกษาไว้ว่า “การศึกษาในระบบโรงเรียนนั้นหน่วยงานที่มีบทบาทและมีความสําคัญมากที่สุดคือโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพราะกิจกรรมการศึกษาที่แท้จริงหรือการเรียนการสอนนั้นเกิดขึ้นที่โรงเรียน” กระบวนการบริหารการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาองค์ประกอบที่แสดงถึงความสามารถของนักบริหารคือ ความสามารถในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด  ดังนั้นโรงเรียนจะได้รับการพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้นสามารถดำเนินงานให้เหมาะสมสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปการศึกษาของประเทศโดยมีความรู้ความเข้าใจในระบบสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาที่มีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1.  ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา
         - ข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับภาพรวมของโรงเรียน
         - สภาพเศรษฐกิจการเมือง สังคม ความต้องการของชุมชน
         - สภาพการบริหารและการจัดการตามโครงสร้างและภารกิจ
         - ปฏิทินปฏิบัติงานของสถานศึกษา
         - กิจกรรมประจำวันของสถานศึกษา
         - ระบบเอกสารที่จำเป็นในสถานศึกษา
2.  ข้อมูลด้านงานวิชาการ 
         -  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แยกเป็นรายชั้นกลุ่มสาระ
         -  จำนวนประชากรศึกษาในโรงเรียนทั้งหมด
         -  ยอดรวมของผลการสอบรายปีจำแนกตามระดับชั้น
         -  สื่อการเรียนการสอนประจำห้องเรียน ประจำโรงเรียน
         -  จำนวนและประเภทสื่อในห้องสมุด
         -  ลักษณะการสอนงานเลือก
         -  ลักษณะและประเภทของการสอนซ่อมเสริม
         -  ลักษณะและประเภทการนิเทศภายใน
         -  โครงการต่าง ๆ ที่ส่งเสริมทางวิชาการ
         -  โครงการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี
         -  ข้อมูลตารางสอน แผนการสอน หลักสูตร
         -  ข้อมูลเกี่ยวกับวิทยากรพิเศษ
         -  ข้อมูลเกี่ยวกับห้องสมุด รวมถึงการใช้ห้องสมุด
         -  อื่น ๆ
3.  ข้อมูลด้านบุคลากร
         -  ข้อมูลรายละเอียดใน ก.พ.7 และแฟ้มประวัติข้าราชการ ลูกจ้างประจำ,ชั่วคราว
         -  ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะเชิงคุณภาพทางการศึกษา เช่น
          -  วุฒิการศึกษา  ความถนัด  ความสามารถพิเศษ  สถานที่พักอาศัย การเดินทาง  การศึกษา และ ประสบการณ์     พิเศษ สถานภาพครอบครัว   
         -  ข้อมูลพื้นฐานของบุคลากร เช่น- 
ภูมิลำเนาเดิม  ระดับชั้น  เงินเดือน  อายุราชการ  ความดีความชอบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์  ประวัติทางวินัย
          -  การประชุม
          -  การลาของบุคลากร
          -  การพัฒนาตนเองของบุคลากร
          -  การเผยแพร่และแสดงผลงานของบุคลากร
          -  อื่น ๆ
4. ข้อมูลด้านกิจการนักเรียน
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับเขตบริกา
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับสำมะโนนักเรียน
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการนักเรียนขาดแคลน เช่น เสื้อผ้า เครื่องเขียน แบบเรียน อาหารกลางวัน
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและประเภทการบริการด้านสุขภาพอนามัย
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับการบริการแนะแนว
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรและพัฒนาเยาวชน
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา
           -  ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเสริมความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
           -  สถิติการมาเรียนของนักเรียน
           -  จำนวนและอัตราซ้ำชั้นของนักเรียน
           -  จำนวนและอัตราการออกกลางคันของนักเรียน
           -  การจัดกิจกรรมชุมนุมของนักเรียน
           -  อื่น ๆ
5. ข้อมูลด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
            -  ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของชุมชน
            -  โครงการต่าง ๆ ที่โรงเรียนร่วมกับชุมชน
            -  กิจกรรมอื่น ๆ ที่ร่วมมือกับชุมชน
            -  ข้อมูลเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
            -  ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพของชุมชน
            -  การร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ
            -  ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรที่สำคัญของชุมชน
            -  โครงการวันสำคัญต่าง ๆ ที่ชุมชนมีส่วนร่วม
            -  อื่น ๆ
 
แนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษา
                เพื่อให้การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล จึงเห็นสมควรให้กำหนดแนวปฏิบัติเบื้องต้นขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษาดังนี้การประกันคุณภาพการศึกษาจะต้องจัดทำที่โรงเรียน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติต่อการพัฒนาคุณภาพ
          ขั้นตอนดำเนินงานระดับโรงเรียน
1. ศึกษารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย
  • พัฒนา/กำหนดมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งไปที่ผลการเรียนที่ต้องการ 
  • พัฒนาระบบการจัดการเพื่อควบคุมให้มีการปฏิบัตินำไปสู่มาตรฐาน 
  • พัฒนาระบบการวัดการประเมิน การใช้ปัจจัย การจัดกระบวนการ และผลการเรียนรู้ตามมาตรฐาน 
  • จัดตั้งองค์กรภายนอกที่จะมาตรวจสอบการจัดการ และการบังเกิดผลตามมาตรฐาน 
2. จัดคณะบุคคลในโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการโรงเรียนดำเนินการ 
  • ศึกษาข้อมูลจากหลักสูตรเพื่อกำหนดมาตรฐานสากล มาตรฐานชาติ และใช้ข้อมูลท้องถิ่นกำหนด มาตรฐานท้องถิ่น ใช้กรอบมาตรฐานประเมินสภาพปัจจุบัน (Baseline) ของผลการเรียนการสอน นำมาใช้เป็นตัวกำหนด จัดทำเป็นลักษณะผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังจะให้เกิดกับนักเรียนชั้น/วิชาต่างๆ ตลอด 200 วันทำการที่สอดคล้องกับสภาพโรงเรียน ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังควรแบ่งเป็นระดับคุณภาพ (Quality Band) 
  • วิเคราะห์โอกาสในชุมชน ปัญหาความต้องการของชุมชน ศักยภาพของโรงเรียน ข้อจำกัดของโรงเรียน กำหนดเป็นแผน นโยบายการจัดการศึกษา เป้าประสงค์ของการจัดการศึกษา คุณภาพของนักเรียน ที่มุ่งหวังจะให้เกิดขึ้นในแต่ละชั้น/วิชา แนวดำเนินการจัดการเรียนการสอน จุดเด่น จุดเน้นของ โรงเรียนที่ต้องการแสดงแนวความร่วมมือกับโรงเรียนอื่นและแหล่งวิทยาการในท้องถิ่น ฯลฯ เมื่อคณะกรรมการโรงเรียนยอมรับ และเห็นชอบก็ลงนามประกาศเป็นเอกสาร "ธรรมนูญโรงเรียน" ที่เป็นสัญญาประชาคม 
3.ผู้บริหารกับคณะครูและการสนับสนุนทางวิชาการจากการศึกษานิเทศก์ 
ดำเนินการปฏิบัติเพื่อให้เป็นวิถีทางนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ระบุไว้ ในธรรมนูญโรงเรียน
  • ครูวางแผนการสอน 
  • ผู้บริหารสนับสนุนเป็นที่ปรึกษา และพัฒนาครู 
  • พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 
  • พัฒนาระบบติดตามผลการปฏิบัติของครูและระบบการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ ของนักเรียนที่จะต้องนำมาใช้อย่างสม่ำเสมอ แล้วให้องค์กรภายนอก เช่น คณะกรรมการโรงเรียนรับทราบ ให้ความเห็นชอบต่อแผนเหล่านี้ 
4. ผู้บริหารจัดระบบมอบงาน อาจมีคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับครู สั่งการให้มีการ ปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนตามแผน จุดเน้น คือ 
  • ทุกครั้งที่มีกิจกรรมการเรียนการสอนจะต้องทราบล่วงหน้าว่าต้องการให้ บังเกิดผลการเรียนอะไรที่มุ่งต่อมาตรฐานคุณภาพการศึกษา 
  • กิจกรรมการเรียนการสอนต้องได้รับการออกแบบและปรับปรุง เพื่อเร่งเร้าให้บังเกิดผล การเรียนรู้อย่างแท้จริงกับนักเรียนทุกคน ซึ่งอาจจะต้องใช้สื่อนวัตกรรม เทคโนโลยีช่วยสนองความแตกต่าง ระหว่างนักเรียน เน้นการปฏิบัติเป็นกระบวนการ 
  • เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครบถ้วนตามกำหนดเวลาของแต่ละหัวข้อเรื่องในแผนการสอน จะต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า นักเรียนบรรลุผลการเรียนรู้เพียงใด และนำผลมาใช้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ ศักยภาพกับนักเรียนทุกคน ซึ่งควรใช้การวัดการประเมินในสภาพจริง (Authentic Assessment) รวบรวมผล การปฏิบัติจริงของนักเรียนลงแฟ้มผลงาน (Portfolio) อย่างมีระบบ 
5. ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการโรงเรียนติดตามการปฏิบัติของครูและผลที่เกิดขึ้น โดยสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาครู พัฒนากระบวนการเรียนการสอน พัฒนาสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี และพัฒนาระบบการวัดการประเมินเพิ่มเติม 
6. .ให้องค์กรภายนอก เช่น กลุ่มโรงเรียน อำเภอ จังหวัด เขต กรมเจ้าสังกัด ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามมาตรฐานสม่ำเสมอ เพื่อชี้นำการพัฒนา เพื่อการรับรองมาตรฐานของโรงเรียน เพื่อการให้รางวัลและเพิ่มขวัญกำลังใจ
ประโยชน์ของการประกันคุณภาพการศึกษา
  1. ผู้เรียนได้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณลักษณะต่าง ๆ ครบตามความคาดหวังของหลักสูตร
  2. ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในสถานศึกษาต่าง ๆ ว่าแต่ละแห่งมีคุณภาพการศึกษาในมาตรฐานกลางเดียวกัน
  3. หน่วยงานต่าง ๆ สามารถผู้สำเร็จการศึกษาเข้าทำงานด้วยความมั่นใจ
  4. สังคม มั่นใจในการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษา
  5. สถานศึกษา มีทิศทางการจัดการศึกษาที่ชัดเจนตามมาตรฐานกลางที่กำหนด มีระบบบริหารคุณภาพ ระบบควบคุมคุณภาพ มีการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ทำงานเป็นทีม และมีการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง