วัคซีนมีประสิทธิผลในการป้องกันโรค ๓๑.๒ %

   ผู้เขียนเป็นหนึ่ง ในนักวิจัยโครงการศึกษาวัคซีนเอดส์ทดลอง ระยะที่ ๓ ซึ่งเป็นการทดลองระยะสุดท้ายของวัคซีนทั่วไป ว่า มีประสิทธิผลในการป้องกันโรคได้ตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ถ้าได้ประสิทธิผล ตามเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะได้ขึ้นทะเบียน และนำมาใช้ได้

เป็นความภาคภูมิใจในส่วนตัว ที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการนี้ ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะพื้นที่ในการปฏิบัติงาน คือจังหวัด ระยองและชลบุรี

 อาสาสมัครคนแรก ที่เข้าร่วมโครงการที่อำเภอศรีราชา เป็นผลงานของผู้เขียนเอง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ที่เป็นพื้นที่วิจัย ทั้งชลบุรีและระยอง ก็ได้มีความมุ่งมั่น คัดกรอง ผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร ฉีดวัคซีนนี้ ตามเป้าหมาย คือ ๑๖,๐๐๐ คน ที่จริงเราคัดกรองหาอาสาสมัครมากกว่านั้น

  อาสาสมัครทุกคนต้องมีอายุระหว่า ๑๘-๓๐ ปี มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และที่สำคัญ ต้องตรวจเลือด เพื่อกรองเอาแต่ผู้ไม่เป็นโรคเอดส์ทั้งสิ้น อาสาสมัครทุกคน เข้ามาด้วยความเต็มใจ มีข้อตกลงที่ชัดเจน มีการลงนามเรียบร้อย

  ผู้เขียนได้ลงมือทำหน้าที่นี้ เป็นเวลา ปีเศษ อาสาสมัครผ่านมือหลายร้อยคน ได้เรียนรู้ว่า ถ้าโลกนี้ ปราศจากผู้มีใจอาสาสมัคร ปราศจากผู้เสียสละ และปราศจาก ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะทำความดี เราคงจะไม่มีการพัฒนาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ผู้เขียนขอชื่นชม อาสาสมัครทุกคน

  โครงการนี้ใช้ระยะเวลายาวนาน ๕ ปี ระหว่างนั้น ต้องมีการติดตามอาสาสมัคร ตลอด เป็นช่วงที่ต้องใช้ความอดทนด้วยกันทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครเอง ความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก และเราก็ฝ่าฟันกันมาจนถึงวันนี้

  ๒๔ กันยายน วันมหิดล เป็นวันฤกษ์ดี เป็นวันสำคัญของวงการสาธารณสุขไทย และชาวโลก เพราะเป็นวันประกาศผลของวัคซีนเอดส์ทดลอง ระยะที่ ๓ ผลปรากฏดังนี้

 วัคซีนมีประสิทธิผลในการป้องกันโรค ๓๑.๒ %

เป็นตัวเลขที่ไม่ถึงมาตรฐาน ที่จะนำมาขึ้นทะเบียนผลิตวัคซีนใช้ได้

แต่เป็นตัวเลขที่ สำคัญที่มีผลต่อชาวโลก เพราะตั้งแต่มีการทดลองวัคซีนป้องกันโรคเอดส์มา ไม่เคยมีครั้งใด ที่วัคซีนจะมีประสิทธิผลแม้แต่ ๑ %

  นับเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญ เป็นความหวังของมนุษยโลก ที่จะมีการพัฒนาจนวัคซีนได้ใช้ป้องกันโรคร้าย ให้แก่มนุษย์ได้ในโอากาสหน้า

  ผู้เขียนคงจดจำประสบการณ์ในครั้งนี้ไม่ลืม จะใช้เวลาอีกเนิ่นนานสักเท่าไหร่ กว่าจะได้วัคซีนมาใช้ เป็นเรื่องของคนในอนาคต แต่นับจากนี้ไป เราได้มีส่วนในการจุดประกายความสว่าง ให้เริ่มมองเห็นทางแล้ว เป็นคุณค่า และคุ้มค่า สำหรับการได้เกิด มามีส่วนร่วม กระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติในครั้งนี้เลยทีเดียว

  วันนี้ เป็นวันสิ้นสุดโครงการที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะใช้คนมากที่สุด ความสำเร็จได้เกิดขึ้นแล้ว ด้วยวินัยของนักวิจัยที่ดีทุกคน แม้ผลของวัคซีน จะยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ แต่เราก็รู้สึกประสบความสำเร็จ เพราะ ข้อมูลต่อจากนี้ไป ที่เราได้เก็บมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องยุติการวิจัยกลางคันนั้น จะนำไปสู่งานวิจัยที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จสั้นลงไปทุกที

  เป็นบันทึกเล็กๆ ของคนที่มีโอกาส ร่วมงานวิจัย ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

อ่านเพิ่มเติมที่ http://www.primeboost3.org/thai/