ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่เท่ากับการให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาส

        น้องอั๋น คือเด็กชายคนหนึ่งอายุ 17 ปี มีความพิการทางร่างกาย ลักษณะร่างกายท่อนล่าง ผิดรูป อ่อนแรง ไม่สามารถเดินได้ ช่วยเหลือตนเองได้น้อย ทำได้แค่เพียงใช้มือหยิบของใกล้ตัวเท่านั้น  โดยที่ไม่สามารถขยับตัวได้เลย

          แพทย์คาดว่าน่าเป็นโรคที่น่าจะมีความผิดปกติของโครโมโซน เนื่องจากมีคนใน ครอบครัวมารดาที่เป็นเพศชายมีลักษณะอาการคล้ายกัน และต้องมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคนี้ทีมงานทราบเรื่องน้องอั๋นได้จากมารดา เมื่อหลายวันก่อนมาขอรับคำปรึกษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากวิตกกังวลว่า ลูกชายคนเล็กจะมีอาการเหมือนน้องอั๋น ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตเมื่อทางทีมงานได้เดินทางไปที่บ้านของน้องอั๋น ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทุกคน คือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง  ซึ่งมองในแวบแรกแทบมองไม่ออกว่าไหนคือขา ไหนคือสะโพก หรือ หรือว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกายท่อนล่าง ข้างซ้าย หรือข้างขวา เนื่องจากลักษณะที่ผิดรูปบิดเบี้ยว กดทับกันอยู่ ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า น้องอั๋นเริ่มมีอาการผิดปกติ ตั้งแต่เมื่ออายุประมาณ    7 ปี สังเกตจากการเดินขึ้นที่สูง น้องอั๋นจะเดินถอยหลังขึ้นตลอด ต่อมาเริ่มมีขาอ่อนแรงจนเดินไม่ได้เลย  กระดูกสันหลัง มีอาการคดและงอ จนไม่สามารถขยับร่างกายท่อนล่างได้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพียงอย่างเดียวของน้องอั๋นที่ประสบอยู่ในเวลานี้

          และจากสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวพ่อ แม่ ซึ่งมีอาชีพรับจ้างทั่วไป หาเช้ากินค่ำ แม้กระทั่งบ้านที่พักอาศัยอยู่ในปัจจุบันนี่ก็ไม่ใช่ของตนเอง ครอบครัวของน้องอั๋นอาศัยอยู่บ้านของญาติคนหนึ่ง เป็นบ้านยกพื้นสูงมีใต้ถุน ทุกวันเช้าและเย็นแม่จะต้องอุ้มน้องอั๋นลงบันไดซึ่งเป็นไม้ชั้นสูงชันมาก เพื่อพาไปอาบน้ำที่ข้างล่าง แล้วอุ้มขึ้นมานอนประจำที่ เนื่องจากน้องอั๋นไม่สามารถเปลี่ยนท่าหรือเปลี่ยนอริยะบทได้เลยต้องอยู่ในท่าเดิมนั้นตลอดทั้งวัน จนกว่าแม่กลับมาจากทำงาน แม่จะเปลี่ยนท่าให้น้องอั๋น หากวันไหนเสียหลักล้ม ลงนอน น้องอั๋นจะปวดมาก แต่ไม่สามารถกลับมานั่งดังเดิมได้ ต้องรอน้องหรือพ่อ แม่ กลับมาจึงจะพยุงน้องอั๋นให้นั่งได้แต่ยังนับว่าเป็นโชคดีอยู่บ้างที่สามารถหยิบอาหารกลางวันที่แม่เตรียมไว้ใกล้ตัวมาทานได้เอง , หยิบแกลลอนสำหรับไว้รองรับปัสสาวะมาใช้ได้ พร้อมทั้งกดรีโมทสำหรับดูทีวีเพื่อผ่อนคลายได้สามอย่างนี้เท่านั้น ที่น้องอั๋นสามารถทำได้ด้วยตัวเองความรู้สึกก่อเกิดขึ้นภายในใจ คือ ความหดหู่ ช่างน่าสงสารและเวทนายิ่งนัก รวมทั้งความสงสัยว่าในแต่ละวัน น้องอั๋นสามารถมีชีวิตอยู่ผ่านวันเวลาเหล่านั้นไปได้อย่างไร

           กลับจากบ้านน้องอั๋นในวันนั้น  ด้วยปณิธานแห่งความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนชีวิตน้องอั๋นให้ดีขึ้นกว่าเดิม  ทุกเวลา ทุกนาที ที่น้องอั๋นได้แต่นั่งเพียงเพื่อรอคอยเวลาที่แม่และคนในครอบครัวจะกลับมาถึงบ้านในตอนเย็นของทุกวัน เปลี่ยนเป็นการทำกิจกรรมระหว่างการรอคอยน้องอั๋นจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่า และมีความสุขแทนความเงียบเหงา เช่น ได้เขียนหนังสือ วาดภาพ ระบายสี มีลูกบอลเล็ก ๆ ไว้ให้คอยบริหารนิ้วมือตอนเหงา ๆ รอยยิ้ม น้อย ๆ ที่เกิดจากความสุขเล็ก ๆ ภายในใจที่ทำให้ทีมงานรู้สึกภาคภูมิใจ และหัวใจพองโตได้

            ก่อนจะถึงวันไปเยี่ยมบ้านในครั้งต่อไป ทีมงานเยี่ยมบ้านก็มานั่งคิดทบทวนกันว่า จะมีอะไรอีกบ้างที่จะนำไปให้น้องอั๋นที่จะทำให้น้องอั๋นมีความสุขขึ้นอีก และยังจะมีอะไรเพิ่มเติม นอกเหนือจากความรักในเพื่อนมนุษย์ ความดี ความมีน้ำใจหรืออะไรที่จะสามารถถ่ายทอดสู่กันและกันได้ ให้คนด้อยโอกาสคนหนึ่งมีความสุขกับชีวิตที่เหลืออยู่ บนโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้