หนทางเก่าบ่ดีถมปิดทางกั้นทางบ่หื้อผ่าน จักต๋าบอดแล.....

ในวิถีชีวิตผู้คนล้านนา  ได้ใช้ความสังเกต การบอกกล่าวเพื่อให้ผู้คนได้ถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ส่งผลให้ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความสุข สงบร่มเย็น  อบอุ่นด้วยไมตรีจิต  ไม่เกิดความขัดแย้งอันเนื่องจากเปลี่ยนวิถีชีวิตการเดินทางของผู้คนในสังคม

การอยู่ร่วมกันตามหมู่บ้านสังคมชนบทย่อมต้องอาศัยถนนหนทางเดินทางไปมาหาสู่  ติดต่อค้าขาย  หรือไม่ก็ให้ผู้คนได้เดินทางเข้าออกไปทำงาน หากินในชีวิตประจำวันเลี้ยงอาชีพอย่างเป็นสุข  เมื่อเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ผู้คนหลายๆคนสูญหายตายจากไปตามกาลเวลา

ผู้คนย่อมเคยชินกับการผ่านถนนหนทางเหล่านั้นแม้ว่าจะตายกลายเป็นผี วิญญาณบางดวงยังคงร่อนเร่หากินเหมือนดั่งยังชีวิตเป็นผู้คน  ผ่านถนนหนทางเก่าก่อนเป็นประจำมิได้ขาด  เพียงแต่ว่าวิญญาณเหล่านี้ผู้คนมิสามารถจะมองเห็นได้เท่านั้น  แต่หากมีใครมาปิดกั้นทางเดินก็เป็นอันว่าได้เห็นฤทธิ์เดชกันคราวนี้แหละ

การสิ้นชีพของพ่อครูชาวล้านนาท่านหนึ่ง ซึ่งก็เป็นพ่อครูของผู้เขียนที่ครั้งสุดท้ายได้ร่วมงานพิธีใหญ่แห่งหนึ่งของล้านนา  ผู้เขียนและพ่อครูได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันและร่วมสนทนาประสาครูกับลูกศิษย์  

 บรรดาลูกศิษย์ลูกหาต่างเตรียมจัดพิธีฉลองอายุครบ 80 ปีไว้ให้ แต่เวลาต่อมาไม่นานนักท่านเข้าโรงพยาบาลแล้วก็สิ้นลมหายใจ  เสียดายท่านแท้

การสิ้นชีพก่อนวัยอันควรของคนมีชื่อเสียงย่อมเป็นที่วิพากย์วิจารณ์ไปต่างๆนานาและต่างลงความเห็นว่าขึดที่ท่านถมถนนทางปิดกั้นถนนแห่งหนึ่งที่ท่านได้ซื้อสวนชาวบ้านเอาไว้  สวนแห่งนั้นเป็นสวนโบราณผู้คนเข้าออกเดินไปป่าเก็บเห็ด เก็บไม้  หากินในป่าเป็นเวลานานเมื่อซื้อแล้วท่านถือว่าเป็นเจ้าของทำการปิดกั้น  แม้ชาวบ้านฟ้องร้องก็ไม่เป็นผลแต่...เมื่อปิดหนทางแล้วราวสองปี ก็ตาบอดจนสิ้นชีวิต

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เขียนได้สืบหาข้อมูลที่มีสภาพคล้ายกันว่ามีใครที่ไหนบ้างปิดหนทางแล้วตาบอดดังคำบอกคนล้านนาว่า "ถมถนนหนทางขึดนักหนาจักต๋าบอด"

 ปรากฏว่ามีคนตาบอดในกรณีนี้อีกหลายๆรายไม่ว่าแถวๆสันกำแพง  ดอยสะเก็ดนี่ยิ่งร้ายแรงนอกจากตาบอดแล้วยังถูกรถชนเสียชีวิตเพราะชาวบ้านเชื่อกันว่าไปปิดกั้นทางเดินเดิมที่สร้างไว้นานนับหลายร้อยปีที่เข้าสู่โรงเรียน

ในทางสังคมวิทยาทางเดินย่อมเป็นที่สาธารณะชนได้ใช้เข้าออกเดินทางผ่านให้ความสะดวกแก่ทุกคนโดยเฉพาะสมัยโบราณผู้คนมีแต่ความโอบอ้อมอารี เผื่อแผ่แก่กันและกัน อยู่กันอย่างเป็นสุข แต่ปัจจุบันผู้คนอาศัยกฏหมายเป็นเครื่องมือป้องกันทรัพย์สินตนเอง ขาดการมีน้ำใจที่สุดก็เกิดการขัดแย้งแม้แต่การเดินทางเข้าออกในขีวิตประจำวัน

ขึดการถมหนทางเดินแม้แต่ผีก็ยังไม่ละเว้นหากมีใครมาทำผิดปิดกั้นถนนหนทางที่ตนเองเคยผ่านเมื่อยังชีพเป็นคนต้องลงทัณฑ์ทำให้ตาผู้ปิดทางนั้นบอด  และเป็นสิ่งที่ผู้คนล้านนาใช้ความสังเกตบอกกล่าวแก่ลูกหลานมิให้ปิดกั้นหนทางเดินที่มีมาแต่เดิมโบราณเก่าก่อน  เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ร่วมกันใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข....