นำเสนอโดย อ. ปกรณ์ชัย สุพัฒน์ ซึ่งเมื่อฟังการนำเสนอและผมประเมินในภาพรวมแล้วน่าเชื่อถือได้ว่า มรภ. ศรีสะเกษ ได้พัฒนาระบบการจัดการงานวิจัยบูรณาการเข้าไปในงานประจำ (อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง) แล้ว
อ. ปกรณ์ชัยบอกว่า ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือท่านอธิการบดีเป็นนักวิจัยก่อนมาเป็นนักบริหาร จึงเข้าใจวิธีการจัดการพัฒนาระบบการจัดการงานวิจัย
จุดเด่นของการจัดการงานวิจัยของ มรภ. ศรีสะเกษ คือรู้จักสะสมและใช้สินทรัพย์ทางปัญญาเพื่อการวิจัยท้องถิ่น ได้แก่
• การเก็บข้อมูลท้องถิ่น ทำเป็นฐานข้อมูลชุมชน สะสมเป็นทุนทางปัญญาเอาไว้ใช้
• ใช้แหล่งความรู้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น โครงการตามพระราชดำริ ให้เป็นทุนทางปัญญา โดยเข้าไปทำวิจัยต่อยอด
• เชื่อมโยงกับนโยบายสาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น
• เกิดนักวิจัยใหม่ ๔๔ คน นักวิจัยระดับมีประสบการณ์ ๑๒ คน หน่วยจัดการงานวิจัย ๗ หน่วย ส่วนร่วมมือวิจัยกับภายนอก ๒ หน่วย ร่วมมือกับ อบต. ๔ อบต. เหล่านี้ผมถือเป็นทุนทางปัญญาที่สั่งสมเพื่อการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นต่อไป
• มีการเชื่อมโยงกับ R2R
• มีการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยต่อยอดจากการวิจัยประยุกต์ เป็นผลงานทางวิชาการ นี่ก็เป็นทักษะการจัดการงานวิจัยที่มีค่ามาก
• มีการจับประเด็นวิจัยที่สอดคล้องกับสภาพจริงในท้องถิ่น เช่น วิสาหกิจชุมชน ประเด็นชายแดน เป็นต้น
ผมมองว่า เมื่อมีโฟกัสว่าจะทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทุกภารกิจเพื่อท้องถิ่น การเตรียมทุนปัญญาเพื่อทำงานก็ง่ายเข้า และมีเพื่อน มีภาคีแนวร่วมมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
และเมื่อมีผลงานที่มีคุณภาพ ความเชื่อถือก็ตามมา เป็นทุนสังคมสำหรับดำเนินการสร้างผลงานที่มีคุณภาพในอนาคต
วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๕๒

อ. ปกรณ์ชัย สุพัฒน์

ส่วนหนึ่งของทีม สกว. ที่ไปร่วมประชุม