ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒ 


          นำเสนอโดย อ. ปกรณ์ชัย สุพัฒน์ ซึ่งเมื่อฟังการนำเสนอและผมประเมินในภาพรวมแล้วน่าเชื่อถือได้ว่า มรภ. ศรีสะเกษ ได้พัฒนาระบบการจัดการงานวิจัยบูรณาการเข้าไปในงานประจำ (อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง) แล้ว
         อ. ปกรณ์ชัยบอกว่า ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งคือท่านอธิการบดีเป็นนักวิจัยก่อนมาเป็นนักบริหาร    จึงเข้าใจวิธีการจัดการพัฒนาระบบการจัดการงานวิจัย
          จุดเด่นของการจัดการงานวิจัยของ มรภ. ศรีสะเกษ คือรู้จักสะสมและใช้สินทรัพย์ทางปัญญาเพื่อการวิจัยท้องถิ่น  ได้แก่

    การเก็บข้อมูลท้องถิ่น ทำเป็นฐานข้อมูลชุมชน   สะสมเป็นทุนทางปัญญาเอาไว้ใช้


    ใช้แหล่งความรู้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เช่น โครงการตามพระราชดำริ ให้เป็นทุนทางปัญญา   โดยเข้าไปทำวิจัยต่อยอด


    เชื่อมโยงกับนโยบายสาธารณะ เพื่อคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น


    เกิดนักวิจัยใหม่ ๔๔ คน  นักวิจัยระดับมีประสบการณ์ ๑๒ คน  หน่วยจัดการงานวิจัย ๗ หน่วย   ส่วนร่วมมือวิจัยกับภายนอก ๒ หน่วย   ร่วมมือกับ อบต. ๔ อบต.   เหล่านี้ผมถือเป็นทุนทางปัญญาที่สั่งสมเพื่อการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นต่อไป


    มีการเชื่อมโยงกับ R2R


    มีการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยต่อยอดจากการวิจัยประยุกต์ เป็นผลงานทางวิชาการ    นี่ก็เป็นทักษะการจัดการงานวิจัยที่มีค่ามาก


    มีการจับประเด็นวิจัยที่สอดคล้องกับสภาพจริงในท้องถิ่น เช่น วิสาหกิจชุมชน  ประเด็นชายแดน เป็นต้น

          ผมมองว่า เมื่อมีโฟกัสว่าจะทำวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทุกภารกิจเพื่อท้องถิ่น   การเตรียมทุนปัญญาเพื่อทำงานก็ง่ายเข้า    และมีเพื่อน มีภาคีแนวร่วมมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
          และเมื่อมีผลงานที่มีคุณภาพ ความเชื่อถือก็ตามมา เป็นทุนสังคมสำหรับดำเนินการสร้างผลงานที่มีคุณภาพในอนาคต

วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ย. ๕๒

 

อ. ปกรณ์ชัย สุพัฒน์

 

ส่วนหนึ่งของทีม สกว. ที่ไปร่วมประชุม