ชื่อผลงาน : การประเมินโครงการเกษตรธรรมชาติ (แบบเศรษฐกิจพอเพียง) โรงเรียนบ้านนา
ชื่อผู้ประเมิน : นางเพลินจิต ใจคำ
ตำแหน่ง : ครู คศ.2
ระยะเวลาการประเมินโครงการ : 16 พฤษภาคม 2551 – 31 มีนาคม 2552
บทคัดย่อ
การประเมินโครงการเกษตรธรรมชาติ (แบบเศรษฐกิจพอเพียง) โรงเรียนบ้านนา อำเภอนาน้อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการเกษตรธรรมชาติ (แบบเศรษฐกิจพอเพียง) โดยใช้รูปแบบประยุกต์ CIPPI Evaluation Model ของ Daniel L. และเก็บรวบรวมข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแทนชุมชน ซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการปีการศึกษา 2551 จำนวน 436 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินครั้งนี้มี 3 ฉบับคือ แบบประเมินโครงการที่ผู้ประเมินสร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ของการประเมินได้แก่ ฉบับที่ 1 สำหรับผู้บริหารโรงเรียนครูผู้สอน ฉบับที่ 2 สำหรับนักเรียน ฉบับที่ 3 สำหรับผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตัวแทนชุมชน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.952
ผลการประเมินพบว่า
1.เพื่อประเมินโครงการเกษตรธรรมชาติ (เกษตรธรรมชาติ)อำเภอนาน้อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 ดังนี้
1.1 ด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) ตามความเห็น พบว่า มีการปฏิบัติงานและเห็นด้วยกับการดำเนินงานโครงการอยู่ในระดับมากที่สุด โรงเรียนจัดกิจกรรมของโครงการ ที่ดำเนินงานตามบริบทและสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นได้บรรลุผลตามเป้าหมาย โรงเรียนมีความพร้อมในการดำเนินงานตามกิจกรรมงานเกษตร กิจกรรมชุมนุมเกษตรและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งเน้นรู้จักแนวทางในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อี เอ็ม(EM) ใช้ในชีวิตประจำวัน
1.2 ด้านปัจจัย (Input Evaluation) ตามความเห็น พบว่า โรงเรียนมีความพร้อมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีการกำหนดหน้าที่และแบ่งงานให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการเกษตรธรรมชาติ(แบบเศรษฐกิจพอเพียง) ได้อย่างเหมาะสม
1.3 ด้านกระบวนการ (Process Evaluation)ตามความเห็น พบว่า ในภาพรวมมีความเหมาะสมระดับมาก นักเรียนภาคภูมิใจในผลผลิตทางการเกษตรของตนเอง มีการประชุมชี้แจงรายละเอียดของโครงการ มีการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานโครงการ ทุกระยะและต่อเนื่อง
มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามกิจกรรมของโครงการทั้ง 8 กิจกรรม เรียงลำดับขั้นตอน
ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
1.4 ด้านผลผลิต (Product Evaluation ) ตามความเห็น ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก นักเรียนเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี นักเรียนมีคุณลักษณะนิสัยรักการทำงาน การจัดการเรียนการสอนในโครงการและผลผลิตของโครงการคิดว่าสามารถนำไปเผยแพร่เป็น Best Practice ด้านวิชาการของโรงเรียน ได้เผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน นักเรียนได้สรุปองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริง นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
1.5 ด้านผลกระทบ (Impact Evaluation) เกี่ยวกับ ผลที่เกิดขึ้นจากผลผลิต ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลกระทบที่มีต่อนักเรียน นักเรียนมีนิสัยรักการทำงาน มีทัศนคติที่ดีต่องานเกษตร มีทักษะในการปฏิบัติจริง นำผลผลิตทางเกษตรสร้างรายได้ระหว่างเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ(งานเกษตร)สูงขึ้น ผลกระทบต่อครูคือ ครูทุกคนมีส่วนร่วมดำเนินงานอย่างเต็มความสามารถ ครูมีทักษะในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานโครงการ ผลกระทบที่มีต่อผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน ผู้ปกครองสนับสนุนให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสร้างนิสัยรักการทำงานและ ร่วมแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงผลกระทบต่อการใช้สารเคมีและตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมี
2. เพื่อเสนอแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาโครงการเกษตรธรรมชาติ (แบบเศรษฐกิจพอเพียง) ของโรงเรียนบ้านนา อำเภอนาน้อย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาน่าน เขต 1 พบว่าบริเวณพื้นที่ภายในโรงเรียนมีความเพียงพอเหมาะสมสำหรับทำกิจกรรมตามโครงการ บางกิจกรรมขอใช้สถานที่จะแหล่งเรียนรู้ในชุมชนท้องถิ่น เนื่องจากใช้พื้นที่มาก เช่นการทำนา การปลูกถั่วเหลือง และโรงเรียนควรสนับสนุนบุคลากรให้มีความรู้เพิ่มเติม ด้านเทคโนโลยีงานเกษตรและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน
ขอเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของนางศิราณี แพงจันทร์
ชื่อเรื่อง รายงานผลการใช้บทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาที่ 5
ชื่อผู้รายงาน นางศิราณี แพงจันทร์
กลุ่มสาระ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ปีการศึกษา 2552
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหลักปัน อำเภอสันทราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่เขต 2
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างและหาประสิทธิภาพบทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนบ้านหลักปัน จำนวน 22 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ชนิดคือ บทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาที่ 5 จำนวน 8 หน่วยการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีการหาประสิทธิภาพของบทเรียน ผลการศึกษาปรากฏดังนี้
1. บทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาที่ 5 ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 85.85/86.25 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภายหลังการเรียนโดยใช้บทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน มีค่าความก้าวหน้าเฉลี่ย 25.64 จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนโปรแกรมสาระเศรษฐศาสตร์ในระดับมากที่สุด