ดิฉันได้เริ่มนำการให้การปรึกษาตามแนวพุทธศาสนามาใช้ในการบำบัดด้านจิตสังคมในผู้ป่วยโรควิตกกังวลตั้งแต่ปี 2549-2550 เพราะว่าพื้นฐานของคนไทยนั้นนับถือพุทธศาสนา และพบว่าผู้ป่วยโรควิตกกังวลมักจะมีความคิดฟุ้งซ่าน คิดมาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น คิดสรุปความเอาเอง คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาในอดีต ซึ่งในทางพุทธธรรมมองว่าเป็นความคิดฟุ้งซ่าน ความคิดปรุงแต่ง (อุทธัจจะ กุกกุจจะ) หลังจากได้กำหนดโปรแกรมการบำบัดและดำเนินการบำบัดผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลแล้วพบว่าผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านรูปแบบความคิดและพฤติกรรม โดยมีการยอมรับกับความจริงตามธรรมชาติ ในด้านความเป็นจริงของโลก ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ และในด้านพฤติกรรมนั้น พบว่ามีสติในการดำเนินชีวิตมากขึ้น สามารถควบคุมอารมณ์โกรธ น้อยใจ หงุดหงิด ที่เกิดขึ้นได้ด้วยความมีสติ
นอกจากการให้การปรึกษารายบุคคลแล้วดิฉันยังได้ดำเนินการปรึกษากลุ่มในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลด้วย ซึ่งพบว่าผู้ป่วยนั้นได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด ความทุกข์ใจภายในกลุ่ม ส่งผลให้เกิดปัจจัยบำบัด และพบว่าการให้การปรึกษากลุ่มนั้นเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาจิตสังคมที่มีปัญหาคล้ายคลึงกัน และสามารถให้การช่วยเหลือ บำบัดได้ครั้งละหลายคนเพื่อเป็นการประหยัดเวลา และบุคลากรที่มีจำนวนจำกัด
ปัจจุบันดิฉันได้นำแนวทางในการให้การปรึกษากลุ่ม และรายบุคคลตามแนวพุทธศาสนามาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคซึมเศร้า และผู้ป่วยโรคเรื่อรังทีท่มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย